xs
xsm
sm
md
lg

ทุกอย่างสงบ จบที่ “ลุงตู่”รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน CPH นับถอยหลังเซ็นสัญญา ** "ทักษิณ"ไม่เคยวางมือ! เจ้าของพรรค“เพื่อไทย”ตัวจริง ** "เสรีพิศุทธ์" ของขึ้นโดน"ครูแก้ว"ประท้วงอภิปรายไม่เข้าประเด็น

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ข่าวปนคน คนปนข่าว


**ทุกอย่างสงบ จบที่ “ลุงตู่”รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน CPH นับถอยหลังเซ็นสัญญา หลังเคลียร์เงื่อนไขส่งมอบพื้นที่ ปรับความเข้าใจตรงกัน ต้องขอบคุณนายกฯ เพราะ EEC นั้นสำคัญเกินกว่าคมนาคมจะยื้อยุด

เรื่องรถไฟไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ระยะทาง 220 กม. มูลค่า 224,544.36 ล้านบาท โล่งไปเปลาะหนึ่ง ไม่ต้องลุ้นระทึกว่า 25 ต.ค.นี้จะเกิดอะไรขึ้นหรือไม่...

ที่ประชุมการรถไฟแห่งประเทศไทย(ร.ฟ.ท.) เมื่อวันก่อน มีมติเห็นชอบ ร่างสัญญาฯ ซึ่งผ่านการตรวจจากอัยการสูงสุด และผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) หรือ "บอร์ดอีอีซี" และคณะรัฐมนตรี(ครม.) แล้ว พร้อมกับเห็นชอบให้ ผู้ว่าฯร.ฟ.ท. เป็นผู้ลงนามในสัญญาดังกล่าว ซึ่งกำหนดการลงนามสัญญากับกลุ่มกิจการร่วมค้าบริษัทเจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตร (กลุ่ม CPH)ในวันที่ 25 ต.ค.นี้

โครงการนี้ ทีแรกปรากฏข่าวจะจอดทั้งที่ยังไม่ทันสร้างเสร็จ เพราะ ฝ่ายการเมืองก็ฮึ่มใส่เอกชน ตีปี๊บทั้งขู่ ทั้งขีดเส้นตาย จะแบล็กลิสต์ จนกลายเป็นปมที่หลายคนเป็นห่วง... เพราะถ้าเกิดรถไฟความเร็วสูงแท้ง หรือล้มโครงการ ผลกระทบตามมามากมายมหาศาลจริงๆ โดยเฉพาะ "อีอีซี" ที่ รัฐบาลลุงตู่ โดยทีมเศรษฐกิจชุดที่แล้วซึ่งนำโดย“สมคิด จาตุศรีพิทักษ์”สู้ฟูมฟักมา ก็จะ “ฝืดสนิท”นักลงทุนที่จะมาลงทุนใน อีอีซี ก็คงคิดหนัก
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
โครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญแบบนี้ ถ้ารัฐบาลไม่สามารถสร้างความมั่นใจ เดินหน้าไปตามแพลนที่วางไว้ได้ ก็... “ตัวใคร ตัวมัน”

หลักการร่วมลงทุนแบบPPP "รัฐ-เอกชน" ต้องร่วมมือกัน !

ว่าแล้ว “อนุทิน ชาญวีรกูล”รองนายกรัฐมนตรี ที่กำกับดูแล กระทรวงคมนาคม ก็เข้าใจเหตุผล ... ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) ว่า ที่ประชุมได้รับทราบความคืบหน้า มีการปรับเงื่อนไขเล็กน้อย เชื่อว่าเป็นประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่าย และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กำชับว่า ภาครัฐต้องอำนวยความสะดวก เพื่อให้การดำเนินการโครงการนี้เป็นไปด้วยความราบรื่น ไม่มีอุปสรรคใดๆ โดยรัฐต้องออกแรงด้วย ไม่ใช่ปล่อยให้เอกชนออกแรงฝ่ายเดียว ตรงนี้น่าจะเป็นความเข้าใจที่ตรงกัน และรับทราบจะมีการลงนามสัญญา ซึ่งร่างสัญญาหลักมีอยู่แล้ว จึงไม่น่ามีอุปสรรคในการลงนามอะไรอีก...

ทีนี้ในรายละเอียดในการปรับเงื่อนไข คืออะไร ? แน่นอนว่า ย่อมเป็นเงื่อนไข “การส่งมอบพื้นที่”นั่นเอง

เดิมนั้นเงื่อนไขนี้สองฝ่ายมีข้อถกเถียงต่อรองกันพอสมควร แต่พอปรับความเข้าใจกัน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยืนยันว่า พร้อมและปฏิบัติได้ ขณะที่ร.ฟ.ท.ต้องไปรับภาระการเวนคืนที่ดินบางส่วน และหาที่อยู่ให้กับชาวบ้านตามแนวรถไฟ โดยเลื่อนระยะเวลาจาก 1 ปี 3 เดือน เป็น 2 ปี เพื่อให้เกิดความยืดหยุ่นมากขึ้น ก็น่าจะลงตัวบนหลักที่ถือว่า ยุติธรรมต่อทุกฝ่าย
อนุทิน ชาญวีรกูล
“เสี่ยหนู”ยังบอกด้วยว่า ในวันที่ 25 ต.ค.นี้ พล.อ.ประยุทธ์ จะไปเป็นประธานการลงนาม โดยรมว.คมนาคมได้เชิญ“ลุงตู่”เรียบร้อยแล้ว เพราะ เป็นงานใหญ่ "อีอีซี" ถือเป็น“ตำนาน”ของ พล.อ.ประยุทธ์

หากสมัยก่อนเรามี “อีสเทิร์นซีบอร์ด”เป็นผลงานของ"พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ , พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ" วันนี้ อีอีซี ก็เป็นผลงาน เป็นสิ่งที่คนจะต้องกล่าวขานถึงความมุ่งมั่นของ "พล.อ.ประยุทธ์"

ว่ากันว่า ก่อนที่จะมาถึงจุดนี้ได้ นายกฯ กำชับ “เสี่ยหนู”ว่า ให้ทำเสร็จเร็วๆ อะไรช่วยเขาได้ก็ช่วย อะไรยืดหยุ่นได้ก็ยืดหยุ่น โดย"สมคิด จาตุศรีพิทักษ์" รองนายกฯ ก็ได้พูดในที่ประชุมว่า อย่าไปแน่น หรือตึงมาก ผ่อนได้ก็ผ่อน แต่อย่าให้ผิดกฎหมาย และอย่าให้รัฐเสียประโยชน์...

งานนี้ ถ้าคมนาคม จบดีล CPH เซ็นสัญญา รถไฟความเร็วสูงกดปุ่มสตาร์ท ไม่ต้องเป็นรถไฟความเร็วเสียว... เสียวกันทุกฝ่ายแบบที่ผ่านมา ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องคงต้องขอบคุณ “ลุงตู่”ที่ลงมากำชับ ไม่งั้นไม่จบ.

ทุกอย่างสงบ จบที่ ลุงตู่ จริงๆ

** "ทักษิณ"ไม่เคยวางมือ! เจ้าของพรรค“เพื่อไทย”ตัวจริง เบื้องหลัง“เจ๊หน่อย-ชัชชาติ”บินเคลียร์ดรามาเคล้าน้ำตา ศึกหาตัวชิงผู้ว่าฯ กทม.
ทักษิณ ชินวัตร
ไม่รู้จะชัดยังไงกว่านี้อีกแล้ว เมื่อมีรายงานข่าวว่า ไม่นานมานี้ “เจ๊หน่อย”คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ข้ามน้ำข้ามทะเลไปดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพื่อไปหา “ทักษิณ ชินวัตร”เคลียร์ใจทั้งน้ำตา ต่อการส่งผู้สมัครชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯกทม. หลังจากที่ “ชัชชาตื สิทธิพันธุ์”อดีตรัฐมนตรีที่แข็งแกร่งสุดในปฐพี ตีจากไปลงสมัครอิสระ

"ทักษิณ" ได้พูดผ่านคนใกล้ชิด เมื่อ"ชัชชาติ" ลงชิงผู้ว่าฯ กทม. พรรคเพื่อไทยก็ไม่ควรส่งคนลงแข่ง เพราะคิดแล้วจะไปตัดแต้มกันเอง เข้าทางพรรครัฐบาล โอกาสแพ้ทั้งคู่เป็นไปได้สูง แต่กลุ่มบางกลุ่มในเพื่อไทย ก็จะอึดอัดขัดข้องใจ โดยเฉพาะกทม. รวมทั้งกลุ่มคุณหญิงหน่อย ด้วย

ตอนที่คุยกัน ว่ากันว่า "เจ๊หน่อย" คุยไป น้ำตารินหลั่งไป ขอความเห็นใจจากนายใหญ่ ให้ส่งผู้สมัครลงในนามพรรคเถอะ ส.ส.ในกทม. ก็กลัวทีมงาน ส.ก.-ส.ข.จะแตก ไหนพรรคจะมีการต่อสู้ทางการเมืองมาอย่างยาวนาน ไม่ควรทิ้งความเป็นเพื่อไทย

เรื่องนี้มีการประลองกำลังกันในพรรค ถึงขนาดมีการลงมติเพื่อเตรียมจะขอส่งชื่อผู้สมัครชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ แต่ถูกมติของหัวหน้าพรรคฯ ระงับไว้ แถมต่อมาผู้ใหญ่ของพรรคหลายคน เช่น ภูมิธรรม เวชยชัย , กิตติรัตน์ ณ ระนอง ยังประกาศโต้งๆ สนับสนุน“ชัชชาติ”

ซีกของ"เจ๊หน่อย" ยังไงก็อยากให้ทักษิณ เปิดไฟเขียว ส่งคนลงแข่งกับ"ชัชชาติ" แพ้ชนะไม่เป็นไร

ก่อนที่ผลลัพธ์จะออกมาอย่างไร ก็ไม่รู้น้ำตาของ “เจ๊หน่อย”จะทำให้ทักษิณ เปลี่ยนใจได้หรือไม่ เพราะ ฝ่าย“ชัชชาติ”เอง จากปาก“เก่ง”การุณ โหสกุล ที่มีความสนิทสนมกัน ก็ออกมาบอก “ชัชชาติ”ไม่ได้คิดเอง เออเองนะครัช ...เพราะบินไปขอ ท่านทักษิณ 3 ครั้ง เพื่อลงอิสระ ท่านทักษิณ ยังบอกเห็นด้วย และจะบอกคนในพรรคไม่ต้องส่งคนลงแข่ง เพราะได้ชัชชาติ ย่อมดีกว่าตัวเลือกอื่นในเวลานี้

เรื่องนี้ใครเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยตัวจริง ใครอยู่เบื้องหลังการเมืองของเพื่อไทย ไม่ต้องถาม เพราะไม่ว่าจะเรื่องอะไร ใครๆ ก็บินไปล็อบบี้ ไปขออนุญาต "ทักษิณ"ตลอดเวลา

นั่นย่อมแปลว่า ทักษิณ ไม่เคยวางมือเลย!!

** "เสรีพิศุทธ์" ของขึ้นโดน"ครูแก้ว" ที่นั่งเป็นประธานฯ ประท้วงอภิปรายไม่เข้าประเด็น สวนกลับ เรียนกฎหมายมาหรือเปล่า ?
 ศุภชัย โพธิ์สุ - พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส
การอภิปราย ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ ปี 63 วงเงิน 3.2 ล้านล้านบาท เริ่มขึ้นแล้ว... โดย "ลุงตู่" พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ใช้เวลาแจกแจงรายละเอียดเกือบ 2 ชั่วโมง พร้อมยืนยันว่าเป็นการจัดทำโดยคำนึงถึงผลประโยชน์ประเทศชาติ และประชาชน เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนตามยุทธศาสตร์ชาติ ขอให้ ส.ส.ศึกษาอย่างละเอียดรอบคอบก่อนอภิปราย อย่าดูแค่ยอดวงเงินของแต่ละกระทรวง ขอให้ดูในภาพรวม โดยเฉพาะงบฯด้านความมั่นคงนั้นก็มีความสำคัญ เพราะถ้าความมั่นคงไม่เกิด ความมีเสถียรภาพก็ไม่เกิด เศรษฐกิจก็พัฒนาไม่ได้...ก่อนจบยังส่งยิ้มหวานพร้อมปล่อยมุก... ดีมั้ยจ๊ะ โอเค นะจ๊ะ.

ขณะที่ฝ่ายค้านก็เปิดฉาก"ถล่ม" ว่าการจัดงบฯ ไม่สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจ งบกลางที่สูงเกินความจำเป็น ... แน่นอนว่าต้องมีการพุ่งเป้าไปที่ งบฯด้านความมั่นคงด้วย โดยฝ่ายค้านมองว่าเป็นการ "ถลุงงบฯ" เพื่อความมั่นคงของในหมู่"พี่น้อง"มากกว่าความมั่นคงของประชาชน เพราะตรวจเช็กแล้ว งบฯที่มีการจัดสรรเพิ่ม ไปกระจุกอยู่ในกลุ่มกระทรวง "พี่น้อง 3 ป." รวมแล้วเกือบ 8 หมื่นล้าน ... แบบนี้ต้องเอากลับไปทำมาใหม่ เพราะถ้ายังขืนเอาแบบนี้ ก็เตรียมจองศาลา รอสวด จองเมรุไว้เผาได้เลย...

แต่ที่เป็น"ไฮไลต์"ของฝ่ายค้านก็คือการอภิปรายของ "พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส" หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ที่ทำเอาสมาชิกต้องลุ้นระทึก เพราะ "พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์" ไม่ยอมอภิปรายรายละเอียดของงบประมาณ แถมบอกว่าไม่ได้เปิดดูด้วยซ้ำ ...แต่ไปพูดเรื่อง"ถวายสัตย์ฯ" โดยบอกว่า รัฐบาลนี้ไม่มีอำนาจในการจัดทำงบฯ เพราะถวายสัตย์ฯ ไม่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ ...ฝ่ายค้านขอเปิดอภิปรายโดยไม่ลงมติ เพื่อให้นายกฯมาชี้แจงเรื่องนี้ แต่ก็ไม่ยอมชี้แจงในที่ประชุมสภาฯ...

ด้าน"ครูแก้ว" ศุภชัย โพธิ์สุ" รองประธานสภาฯ ที่ทำหน้าที่ประธานสภาอยู่ในขณะนั้น ได้พยามยามบอกให้อภิปรายเข้าประเด็นเสียที...ก็ถูก "พ.ต.ท.เสรีพิศุทธ์" สวนกลับว่า "ท่านได้เรียนกฎหมายมาหรือเปล่า ขอให้ทำหน้าที่ให้เป็นกลางด้วย " ... นายศุภชัย ตอบกลับว่า "ผมไม่ได้เรียนกฎหมาย และผมเป็นกลางอยู่แล้ว"... "พล.ต.ท.เสรีพิศุทธ์" ก็ต่อความไปอีกว่า ..เห็นนายศุภชัย เดินตามหลังนายอนุทิน (ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย) แบบนี้ถือว่าเหมาะสมหรือไม่ เป็นถึงรองประธานสภาฯ แต่ต้องเดินตามหลัง แบบพินอบพิเทา ที่นี่เป็นสภาฯ ไม่ใช่พรรค...

นายศุกชัย จึงตอบกลับไปว่า ... ขอให้เข้าเรื่องการอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ หากไม่เข้าเนื้อหา ก็ควรจะนั่งลง ยืนยันว่าตนเป็นกลางอยู่แล้ว ไม่เกี่ยวว่าจะไปเดินตามใคร... จากนั้น"พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์" ก็อภิปรายต่อ โดยมีสมาชิกฝ่ายรัฐบาลประท้วงเป็นระยะๆ ขอให้อภิปรายเข้าประเด็นงบประมาณ จนกระทั่ง"พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์" จบการอภิปราย ก็เดินออกจากห้องประชุมไป ...ทำเอาสมาชิกโล่งอกกันเป็นแถว


กำลังโหลดความคิดเห็น...