xs
xsm
sm
md
lg

“ธีระชัย”ส่ง จม.เปิดผนึกถึงนายกฯ ชี้สัญญาไฮสปีดเชื่อม 3 สนามบินส่อผิดกฎหมาย

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง(แฟ้มภาพ)
อดีต รมว.คลัง ทำจดหมายเปิดผนึกถึงนายกฯ เตือน สัญญารถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินอาจผิดกฎหมาย มีการตั้งเงื่อนไขกรณีส่งมอบพื้นที่โครงการฯ ล่าช้า ให้มีการชดเชยเอกชนคู่สัญญาโดยการขยายระยะเวลาการออกแบบและก่อสร้าง ทำให้ ร.ฟ.ท. ได้รับความเสียหาย เพราะประโยชน์ที่ ร.ฟ.ท.จะได้รับจากระบบรถไฟความเร็วสูงจะถูกเลื่อนออกไป และมีข้อมูลบ่งชี้ว่าจะไม่สามารถส่งมอบพื้นที่ได้ตามกำหนดแน่นอน

วันนี้(17 ต.ค.) นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก THIRACHAI PHUVANATNARANUBALA - - ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล เป็นเนื้อหาของจดหมายเปิดผนึกด่วนที่สุดถึง พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) เรื่อง สัญญารถไฟความเร็วสูงของการรถไฟแห่งประเทศไทยที่อาจผิดกฎหมาย (ฉบับที่ ๓) มีใจความระบุว่า

“ตามที่ข้าพเจ้าได้มีหนังสือฉบับลงวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๒ และหนังสือฉบับลงวันที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๖๒ แจ้งท่านว่าโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม ๓ สนามบินมีประเด็นที่อาจผิดกฎหมาย และร่างสัญญามีเงื่อนไขที่ทำให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เสียเปรียบ นั้น บัดนี้ได้ปรากฎข่าวเพิ่มเติมเกี่ยวกับกำหนดการลงนามในสัญญาที่เกี่ยวข้อง ข้าพเจ้าจึงเห็นจำเป็นต้องแจ้งแก่ท่านและคณะกรรมการ ร.ฟ.ท. เพิ่มเติม ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑. มติ กพอ. ทำให้ ร.ฟ.ท. เสียหาย

ปรากฏในข่าวในเว็บไซต์ The Bangkokbiznews วันที่ ๑๗ ตุลาคม ๒๕๖๒ ว่า “เมื่อวันที่ ๑๕ ตุลาคม ๒๕๖๒ กพอ. ได้รายงานต่อคณะรัฐมนตรี ผลการประชุม กพอ. ครั้งที่ ๙/๒๕๖๒ เมื่อวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๒ เรื่องโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม ๓ สนามบิน (ดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่ตะเภา) โดยการประชุม กพอ. ดังกล่าวได้รับทราบผลการเจรจาของคณะกรรมการคัดเลือกฯ ในการส่งมอบพื้นที่โครงการและเห็นชอบให้ดำเนินการตามแนวทางดังต่อไปนี้

๑. ให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) และหน่วยงานเจ้าของสาธารณูปโภคจัดทำร่างแผนปฏิบัติการรื้อย้ายสาธารณูปโภคพร้อมค่าใช้จ่ายให้เสร็จโดยเร็ว เพื่อเสนอคณะอนุกรรมการบริหารการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกให้ความเห็นชอบก่อนเสนอ กพอ.เพื่อทราบหรือพิจารณาแผนปฏิบัติการและกรอบวงเงินค่าใช้จ่าย

๒. กำหนดให้ส่งมอบพื้นที่โครงการฯ ให้เร็วที่สุดด้วยความเห็นชอบทั้งสองฝ่ายก่อนนับเวลาการดำเนินโครงการฯ

๓. กำหนดให้มีการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างเหมาะสมและเป็นธรรมไม่ให้เป็นปัญหาต่อระยะเวลาการส่งมอบพื้นที่โครงการฯ

๔. กำหนดให้ในกรณีที่ส่งมอบพื้นที่โครงการฯ ล่าช้ากว่ากำหนด ให้มีการชดเชยเอกชนคู่สัญญาโดยการขยายระยะเวลาการออกแบบและก่อสร้างโดยไม่มีการชดเชยเงินค่าเสียหายให้แก่เอกชนคู่สัญญา

นอกจากนี้ กพอ. รับทราบมาตรการส่งมอบพื้นที่ โดยให้กระทรวงมหาดไทยโดยกรมการปกครอง เร่งตอบหนังสือยืนยันแนวเวนคืนโครงการฯ กลับไปยังการรถไฟแห่งประเทศไทย และให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเร่งรัดการออกร่างพระราชกฤษฎีกาเวนคืนที่ดินเพื่อเสนอ ครม. โดยเร็ว ให้กระทรวงพลังงาน กระทรวงมหาดไทย กระทรวงคมนาคม และหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องในฐานะกำกับหน่วยงานเจ้าของสาธารณูปโภคซึ่งอยู่ในพื้นที่เขตทางรถไฟของโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบินตามที่เสนอ ให้ดำเนินการรื้อย้าย ปรับปรุง และก่อสร้างใหม่ในสาธารณูปโภคที่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินโครงการฯ ตามที่การรถไฟแห่งประเทศไทยร้องขอ ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็วตามแผนการก่อสร้างที่คณะอนุกรรมการบริหารการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกพิจารณาให้ความเห็นชอบแผนงานไว้

รวมทั้งให้ ร.ฟ.ท. และสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) กำกับการส่งมอบพื้นที่โครงการฯ ให้เป็นไปตามแผนงานที่เสนอ โดยให้รายงานความก้าวหน้าและปัญหาให้คณะอนุกรรมการบริหารการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก และ กพอ. เป็นระยะ”
ข้าพเจ้าขอเรียนว่า เงื่อนไขกรณีที่ส่งมอบพื้นที่โครงการฯ ล่าช้ากว่ากำหนด ให้มีการชดเชยเอกชนคู่สัญญาโดยการขยายระยะเวลาการออกแบบและก่อสร้างนั้น เป็นเงื่อนไขที่ทำให้ ร.ฟ.ท. ได้รับความเสียหาย เพราะประโยชน์ที่ ร.ฟ.ท. จะได้รับจากระบบรถไฟความเร็วสูงจะถูกเลื่อนออกไป

ข้อ ๒. ข้อมูลจาก สร.รฟท. บ่งชี้ว่าจะไม่สามารถส่งมอบพื้นที่ได้ตามกำหนด

ในแถลงการณ์สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟ (สร.รฟท.) วันที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๖๒ (สิ่งที่ส่งมาด้วย) บ่งชี้ว่า ร.ฟ.ท. จะไม่สามารถส่งมอบพื้นที่ร้อยละ ๘๒ ได้ในระยะเวลา ๑ ปี ๓ เดือน ตามที่ระบุในเอกสารแนบ ท้ายร่างสัญญา และเนื่องจากเป็นความเห็นโดยกลุ่มบุคคลมีประสบการณ์ เป็นผู้ที่ปฏิบัติงานอยู่ใน ร.ฟ.ท. เป็นบุคคลที่เคยประสบปัญหา “ค่าโง่” จากโครงการโฮปเวลล์มาแล้ว และเป็นบุคคลผู้ที่เกี่ยวข้องซึ่งจะได้รับผลกระทบโดยตรงจากการไม่ปฏิบัติตามร่างสัญญาดังกล่าว จึงเป็นหลักฐานที่น่าเชื่อถือที่คณะกรรมการ ร.ฟ.ท. กพอ. และคณะรัฐมนตรีจำเป็นต้องนำมาประกอบการพิจารณา

ข้อ ๓. มติของคณะกรรมการ ร.ฟ.ท. อาจผิดกฎหมาย

ปรากฏในข่าวในเว็บไซต์หนังสือพิมพ์บ้านเมือง วันที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๖๒ ว่า คณะกรรมการ ร.ฟ.ท. ได้มีมติเห็นชอบร่างสัญญา พร้อมทั้งรับทราบผลการประชุม กพอ. ที่มีมติปรับแผนส่งมอบพื้นที่ โดยพื้นที่ระหว่างสถานีสุวรรณภูมิ-อู่ตระเภา ระยะทาง ๑๗๐ กิโลเมตร ให้ส่งมอบพื้นที่ภายใน ๑ ปี ๓ เดือน หรือไม่เกิน ๒ ปีหลังการลงนามในสัญญา และพื้นที่ระหว่างสถานีพญาไท-บางซื่อ-ดอนเมือง ระยะทาง ๒๒ กิโลเมตร ให้ส่งมอบพื้นที่ภายใน ๒ ปี ๓ เดือน หรือไม่เกิน ๔ ปี หลังการลงนามในสัญญา โดยยืนยันว่ายังเป็นไปตามตามเงื่อนไขเอกสารการคัดเลือกเอกชน หรือ RFP (REQUEST FOR PROPOSAL)

ข้าพเจ้าขอเรียนว่า กรณีร่างสัญญาที่กำหนดเวลาให้ดำเนินการเป็นสองลักษณะ คือ ภายใน ๑ ปี ๓ เดือน หรือไม่เกิน ๒ ปี และภายใน ๒ ปี ๓ เดือน หรือไม่เกิน ๔ ปี นั้น เป็นการกำหนดเวลาที่ไม่แน่นอนอันส่งผลให้กำหนดเริ่มก่อสร้างระบบรถไฟขาดความแน่นอน จึงทำให้ ร.ฟ.ท. เสียเปรียบ นอกจากนี้ ข่าวที่ปรากฏต่อสาธารณะมาตลอดนั้น กำหนดเวลาสูงสุดที่เจรจาส่งมอบพื้นที่หลังการลงนามในสัญญาคือ ๒ ปี ดังนั้น การที่ กพอ. ปรับแผนส่งมอบพื้นที่ให้นานไปกว่า ๒ ปี จึงไม่เป็นไปตามความเข้าใจของคู่เจรจาที่หารือกันมาตลอดหนึ่งปี และไม่เป็นไปตามความเข้าใจของผู้อื่นที่ยื่นเข้าประมูล ดังนั้น กพอ. จึงควรเปิดเผยหลักฐานต่อสาธารณะว่าการปรับแผนดังกล่าวเป็นไปตามเงื่อนไขเอกสารการคัดเลือกเอกชน หรือ RFP (REQUEST FOR PROPOSAL) จริงหรือไม่ อย่างไร และการที่ผู้อื่นที่ยื่นเข้าประมูลมิได้เข้าใจเช่นนี้พร้อมกันในวันยื่นเข้าประมูลนั้น เป็นการกระทำที่ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่

ข้อ ๔. จำเป็นต้องพิจารณาความเสี่ยงในการส่งมอบให้ชัดเจนก่อน

ข้าพเจ้าขอเรียนว่าถึงแม้ในสัญญาอื่น รัฐวิสาหกิจไม่จำเป็นต้องส่งมอบพื้นที่ร้อยละ ๑๐๐ ในวันลงนามสัญญาก็ตาม แต่กรณีนี้มีพื้นที่ส่งมอบมากถึง ๔,๔๒๑ ไร่ และเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์จำนวนสูงหลายแสนล้านบาท และการไม่ส่งมอบตามกำหนดจะก่อให้เกิดความเสียหายเป็นเงินจำนวนมาก ดังนั้น เมื่อมีข้อมูลที่น่าเชื่อถือโดย สร.รฟท. ที่บ่งชี้ว่า ร.ฟ.ท. จะไม่สามารถส่งมอบพื้นที่ได้ในระยะเวลาที่กำหนด คณะกรรมการ ร.ฟ.ท. กพอ. และคณะรัฐมนตรีจึงมิอาจอนุมัติให้ลงนามในสัญญาได้โดยไม่เรียก สร.รฟท. และบุคคลที่เกี่ยวข้องมาสอบถามข้อมูลเพื่อตรวจสอบให้ชัดเจนเสียก่อน
อนึ่ง ในการโยกย้ายสาธารณูปโภค ถึงแม้จะมีการจัดตั้งคณะอนุกรรมการและคณะทำงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขับเคลื่อนการส่งมอบ โดยใช้อำนาจตาม พ.ร.บ. เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกพ.ศ. ๒๕๖๑ และมีการจัดสรรงบประมาณรองรับโดยสํานักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกก็ตาม แต่เนื่องจากการโยกย้ายสาธารณูปโภคมีความซับซ้อนทางเทคนิกสูง โดยอยู่นอกเหนืออำนาจของ ร.ฟ.ท. เพราะเกี่ยวข้องกับ ๔ กระทรวง ๘ หน่วยงาน ดังนั้น ก่อนที่จะอนุมัติสัญญา คณะกรรมการ ร.ฟ.ท. กพอ. และคณะรัฐมนตรีจึงจำเป็นจะต้องให้ ๔ กระทรวง ๘ หน่วยงาน ทำการยื่นเอกสารหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษรเสียก่อนว่า มีขอบเขตงาน (scope of work) อย่างไร และมีกำหนดทำงานแต่ละขั้นตอนให้แล้วเสร็จเมื่อใด เพื่อเป็นหลักฐานยืนยันว่า ๔ กระทรวง ๘ หน่วยงาน จะสามารถทำงานเพื่อการส่งมอบได้ภายในกำหนดเวลาอย่างแน่นอน
การที่คณะกรรมการ ร.ฟ.ท. กพอ. และคณะรัฐมนตรีจะอนุมัติสัญญาโดยที่ไม่มีเอกสารหลักฐานยืนยันจาก ๔ กระทรวง ๘ หน่วยงาน และโดยที่ไม่มีการเรียก สร.รฟท. มาสอบถามให้กระจ่างสิ้นข้อสงสัยเสียก่อนนั้น จะเข้าข่ายดำเนินการโดยประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง และฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยความผิดของพนักงานองค์การของรัฐอีกด้วย

ข้าพเจ้าขอใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๕๐ (๒) ซึ่งบัญญัติให้บุคคลมีหน้าที่ป้องกันประเทศ พิทักษ์รักษาเกียรติภูมิ ผลประโยชน์ของชาติ และสาธารณสมบัติของแผ่นดิน เรียกร้องให้ท่านพิจารณาข้อสังเกตของข้าพเจ้า

เนื่องจากเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของประชาชนในวงกว้าง ข้าพเจ้าจึงใคร่ขอให้ท่านสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาข้อเรียกร้อง แล้วเปิดเผยความเห็นเกี่ยวกับข้อร้องเรียนเหล่านี้ต่อสาธารณะเป็นการเร่งด่วนที่สุด
จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาว่าการกระทำโดยบุคคลที่เกี่ยวข้องถูกต้องตามหลักของกฎหมายและหลักธรรมาภิบาลหรือไม่

​​​​​​​​​​​​ ขอแสดงความนับถืออย่างสูง
​​​​​​​​​​​​
(นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล)
​​​​​ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
สำเนาเรียน
๑ รองนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล
๒ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ
๓ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายอุตม เสาวนายน ในฐานะประธานอนุกรรมการ กพอ.
๔ ประธานคณะกรรมการ ร.ฟ.ท. นายจิรุตม์ วิศาลจิตร
๕ นายวรวุฒิ มาลา รักษาการณ์ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย เพื่อเสนอต่อกรรมการ ร.ฟ.ท. เป็นรายบุคคล”


กำลังโหลดความคิดเห็น...