xs
xsm
sm
md
lg

เหตุการณ์พลิก ธนาธร-ปิยบุตร ถูกรุมล้อมรอบทิศ !?

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


เมืองไทย 360 องศา



นาทีนี้หากพิจารณาจากบรรยากาศที่เห็นอยู่ในเวลานี้กลับกลายเป็นว่าบรรดาแกนนำหลักของพรรคอนาคตใหม่ ทั้ง ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค หรือแม้กระทั่งคนอย่าง พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรค ที่เริ่มถูกขุดคุ้ย ถูกตอบโต้กลับมาจากสังคมรอบทิศทาง

แน่นอนว่าอาจยังไม่อาจพิสูจน์ได้ว่าใครจะเหนือกว่า หรือฝ่ายไหนจะมีจำนวนมากกว่ากัน แต่ก็ถือว่าน่าจะเป็นความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจว่าทุกอย่างเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงจากเดิมที่มีการรับรู้ว่าพวกเขาได้ออกแรงกระหน่ำสังคม สร้างกระแสโจมตีรัฐบาล โจมตี “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พยายามเน้นย้ำในเรื่องความเป็น “เผด็จการ”อำนาจนิยม ที่ต่อเนื่องมาจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)

แม้ว่าในความเป็นจริงการสร้างกระแสโจมตี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในเรื่องความเป็นเผด็จการ หรือการต่อต้านกองทัพ อาจจะได้แนวร่วมจากสังคมบางกลุ่มที่มีอยู่เดิมอยู่แล้ว รวมไปถึงแนวร่วมใหม่ๆอย่างพวก วัยรุ่น เด็กรุ่นใหม่ๆที่มีอายุราวๆยี่สิบปีขึ้นมา โดยคนพวกนี้มองสังคมไทยในแบบของเขา ในมุมของเสรีภาพที่มีรายละเอียดแตกต่างออกไปจากกลุ่มเดิมๆ ที่เคยผ่านช่วงสมัยในเหตุการณ์ทางการเมืองสำคัญๆที่ผ่านมา เพราะเพียงแค่เหตุการณ์พฤษภาทมิฬเมื่อปี 35 พวกเขาก็แทบจะไม่ได้รับรู้แล้ว

อย่างไรก็ดีในบางครั้งการมองภาพการเมืองไทยอาจไม่จำเป็นต้องมีความซับซ้อนอะไรมากนัก เพียงแต่ว่าใครที่มีบุคลิก ใช้วาทกรรม มีพฤติกรรมต่อต้านสังคมแบบเก่าที่พวกเขามองว่า เชย ล้าหลัง หรือแม้แต่มุมมองต่อพวก “มนุษย์ป้า” ที่น่ารำคาญที่เป็นตัวอย่างเปรียบเทียบให้เห็นอะไรประมาณนี้

แต่ขณะเดียวกันทุกอย่างมันย่อมมีการเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา ตามยุคสมัย คนรุ่นเก่าในเวลานี้ ก็ย่อมเป็นคนรุนใหม่ในอดีต หลายคนก็ย่อมเป็นคนหัวก้าวหน้า หรือเคยเป็นฝ่ายซ้ายต่อต้านสังคมในยุคนั้นไม่ต่างกัน บางคนไฟแรงถึงขนาดหลบหนีเข้าป่าไปร่วมต่อสู้กับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย(พคท.) เพื่อต่อสู้กับอำนาจรัฐที่กดขี่ในยุคนั้น แต่ทุกอย่างก็หมุนเวียนเปลี่ยนไป มีการพัฒนาการด้วยตัวของมันเอง หลายคนที่เป็นฝ่ายซ้ายในยุคนั้น เวลานี้ก็กลายเป็นนายทุนใหญ่ หรือเข้าร่วมรับใช้กลุ่มทุน รับใช้พรรคการเมือง เป็นต้น

หากพิจารณาถึงความเป็น “คนรุ่นใหม่” รวมไปถึงกระแสฮือฮากับพรรคการเมืองที่เป็นกระแสใหม่ ก็มีมาทุกยุคสมัย เหมือนกับก่อนหน้านี้ก็เคยมีพรรค “พลังใหม่” หรือพรรคในแนวสังคมนิยม ก็มีให้เห็น เพียงแต่ว่าในยุคนั้นยังไม่มีสื่อโซเชียลเหมือนกับในยุคนี้ ซึ่งในกรณีของโซเชียลก็มีกรณีแยกย่อยออกมาก็ตาม แต่หากพิจารณาในภาพรวมๆแล้วก็ถือว่านี่คือปรากฏการณ์ทางสังคมที่เกิดขึ้นทุกยุคทุกสมัย เพียงแต่อาจจะมีรายละเอียดที่แตกต่างกันตามยุคสมัยเท่านั้น

เมื่อวกมาที่เหตุการณ์ในยุคปัจจุบันที่นิยามความเป็น “คนรุ่นใหม่” มาจับอยู่ที่ พรรคอนาคตใหม่ที่มี ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ปิยบุตร แสงกนกกุล รวมไปถึง พรรณิการ์ วานิช ที่เปิดฉากขึ้นมาด้วยความเร้าใจ ประกาศรื้อโครงสร้างสังคมที่พวกเขามองว่ามีความล้าหลัง เน้นสิทธิเสรีภาพ ความเท่าเทียม และที่สำคัญมุ่งเป้าไปที่กองทัพ มีการแตะต้องสถาบันเบื้องสูง ที่สร้างอารมณ์ร่วมได้ใจคนรุ่นใหม่จำนวนหนึ่งที่สนใจการเมืองในมุมแบบที่พวกเขามองเห็น

แต่ขณะเดียวกันในมุมมองหรือทัศนคติในเรื่องแบบนี้ย่อมต้องมีกระแสตอบโต้กลับมาจากคนอีกกลุ่มหนึ่งในสังคม ที่ในเวลานี้หากมองในอีกมุมหนึ่งถือว่าสถานการณ์และบรรยากาศมันเปลี่ยนแปลงไปจากอดีต โดยมีรายละเอียดปลีกย่อยมากมาย รวมไปถึง “เงื่อนไข”ที่เปลี่ยนไปด้วย เพราะกระแสต่อสู้มันไม่ใช่เรื่องการ กดขี่ข่มเหง จากอำนาจรัฐ หรือการทุจริตคอร์รัปชั่นมือใครยาวสาวได้สาวเอา และแม้ว่าในเรื่องดังกล่าวยังคงมีอยู่ไม่ได้เปลี่ยนแปลง แต่ด้วยสภาพสังคมที่เปลี่ยน คนในสังคมที่มีพลังในการต่อรองตรวจสอบที่มีพลังมากขึ้นจากการที่มีโซเชียลอยู่ในมือที่นำมาสู่การถ่วงดุลด้วยตัวของมันเอง

แม้ว่าในสังคมโซเชียลจะเต็มไปด้วยเฟคนิวส์ มีการโฆษณาชวนเชื่อ ที่มีการนำมาใช้อย่างกว้างขวาง แต่เมื่อฝ่ายหนึ่งทำแบบนั้น มันก็ย่อมต้องมีอีกฝ่ายออกมาคัดง้างถ่วงดุลได้เหมือนกัน

หากบอกว่าที่ผ่านมาพรรคอนาคตใหม่ใช้สื่อโซเชียลปลุกกระแสสังคม หรือแม้แต่ใช้โลกล้อมประเทศ แต่ก็มีหลายครั้งที่หลักฐานและคำพูดโดนอีกฝ่ายงัดมาใช้เพื่อย้อนรอยเปิดโปงจนรัดคอตัวเอง เหมือนกับหลายเรื่อง หลายกรณีที่กำลังย้อนกลับมาถล่มบรรดา ธนาธร ปิยบุตร และพรรณิการ์ ทำให้เห็นตัวตนได้ชัดเจนขึ้น

สังเกตหรือไม่ว่าในช่วงเวลานี้ พวกเขาเป็นฝ่ายที่ถูกกระหน่ำเข้ามาจากทุกทิศทาง ไม่เว้นแม้แต่ต่างประเทศ เช่นกรณีล่าสุดที่กำลังเป็นสาเหตุที่ทำให้ทางการจีนไม่พอใจจากการไปข้องแวะกับ โจชัว หว่อง แกนนำผู้ประท้วงในฮ่องกงในเวลานี้ ซึ่งน่าจะส่งผลกระทบในทางการเมืองระหว่างประเทศในอนาคตอย่างแน่นอน เพราะจากท่าทีของทางการจีนผ่านทางสถานทูตในประเทศไทยดังที่ทราบกันดีอยู่แล้ว

หรือแม้แต่กรณีของ ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ที่เปิดศึกวิวาทะ ตอบโต้กันอย่างเผ็ดร้อน กับผู้นำกองทัพบก อย่าง พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ และแม้ว่าจะมีเสียงกองหนุนจากแต่ละฝ่ายไม่แพ้กัน

หากพิจารณากันในภาพรวมๆในเวลานี้กลับเห็นบรรยากาศการตอบโต้ในแบบที่ “รวมพลัง” พุ่งเป้าไปที่ ธนาธร-ปิยบุตร อย่างรุนแรงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน นับตั้งแต่พวกเขาสร้างกระแสในแบบฝ่ายซ้ายเพื่อเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางสังคมใหม่ ไม่เว้นแม้กระทั่งเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่กำลังถูกรุกไล่จากสังคมจากกรณี “แก้ไขมาตรา 1” ภาพที่เห็นอย่างน้อยก็ทำให้พวกเขารุกไปข้างหน้าได้ลำบากกว่าเดิม และสังคมได้เห็นตัวตนได้มากขึ้นเช่นเดียวกัน !!


กำลังโหลดความคิดเห็น...