xs
xsm
sm
md
lg

ฝ่ายค้านเร่งเกมไล่ยิ่งออกทะเลยิ่งไม่น่าไว้ใจ !!

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


เมืองไทย 360 องศา

เวลานี้กลายเป็นว่าทุกกิจกรรมของบรรดาพรรคร่วมฝ่ายค้านที่กำลังดำเนินการอยู่ในเวลานี้พัวพันกันกลายเป็นเรื่องเดียวกัน แม้แต่คนละเรื่องก็เป็น "คนละเรื่องเดียวกัน"กันอย่างเหมาะเจาะ เพราะแม้แต่กรณีล่าสุดที่ผู้พิพากษาท่านหนึ่งคือ คณากร เพียรชนะ ผู้พิพากษาศาลจังหวัดยะลา ที่ก่อเหตุยิงตัวตายบนบัลลังก์พิจารณาคดีที่จังหวัดยะลาเมื่อสามสี่วันก่อน ก็ทำท่ากลายเป็นเรื่องที่เชื่อมโยงไปถึงฝ่ายค้านจนได้

หากพิจารณาจากความเคลื่อนไหวของพวกฝ่ายค้านที่เริ่มก่อหวอดแบบเอาการเอางานมาตั้งแต่การโหวตนายกรัฐมนตรีคนใหม่หลังการเลือกตั้งแล้วพ่ายแพ้ให้กับ "บิ๊กตู่"พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พวกเขาก็ใช้ทุกช่องทางยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสถานะของ พล.อ.ประยุทธ์ เช่น ให้วินิจฉัยในประเด็นเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐหรือไม่จากการดำรงตำแหน่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ในช่วงก่อนหน้านี้

หรือเรื่องหลักที่กำลังรณรงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับมาตั้งแต่เริ่มต้น มีความพยายามโหมสร้างกระแสให้เห็นว่าปัญหาทุกอย่างของชาติในทุกวันนี้เป็นเพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีปัญหา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเศรษฐกิจปากท้อง ต่อเนื่องไปจนถึงความเหลื่อมล้ำความไม่เป็นธรรมในบ้านเมืองก็ล้วนมีสาเหตุมาจากรัฐธรรมนูญทั้งสิ้น ทั้งที่จะว่าไปแล้วบางพรรคอย่างเช่นพรรค อนาคตใหม่ก็ล้วนได้รับประโยชน์ไปเต็มๆจากรัฐธรรมนูญทำให้ได้รับคำนวณจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อถึง 80 ที่นั่ง อย่างไรก็ดีหากสังเกตให้ดีผ่านมาพวกเขาก็จะไม่เน้นย้ำในประเด็นที่เกี่ยวกับกฎหมายที่เกี่ยวกับพรรคการเมือง การเลือกตั้งที่ทำให้ตัวเองเสียประโยชน์แต่อย่างใด

ที่ผ่านมาพรรคร่วมฝ่ายค้านมีการเคลื่อนไหวเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างจริงจังมาตั้งแต่ช่วงปิดสมัยประชุมสภาสมัยสามัญเมื่อปลายเดือนที่ผ่านมา มีการเปิดเวทีรณรงค์ไปทั่วประเทศ ล่าสุดเปิดเวทีที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และก็เป็นเรื่องขึ้นจนได้เมื่อมี คนที่เรียกว่านักวิชาการคนหนึ่งในชื่อ ดร.ชลิดา บัณฑุวงศ์ ดันไปเสนอความคิดในทำนองว่า ไทยไม่จำเป็นต้องเป็นรัฐเดี่ยวหรือแบบรวมศูนย์ก็ได้ และการแก้รัฐธรรมนูญ มาตรา 1 จึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร

มันก็เป็นเรื่อง เพราะว่าการพูดแบบนี้มันเหมือนกับมีนัยที่อาจทำให้เข้าใจว่ามีความคิดที่จะเปลี่ยนแปลงประเทศไทยจากราชอาณาจักรไปเป็นอย่างอื่น และที่สำคัญการแก้รัฐธรรมนูญในมาตรา 1 ที่ระบุว่า "ราชอาณาจักรไทยเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันจะแบ่งแยกมิได้" มันส่อมีความผิด

และในที่สุดทางงกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน(กอ.รมน.)ภาค 4ส่วนหน้า ได้มอบหมายให้ พล.ต.บุรินทร์ ทองประไพ ไปแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษแบบกราวรูดกับบรรดาแกนนำพรรคร่วมฝ่ายค้านที่ขึ้นเวทีดังกล่าวรวมไปถึงนักวิชาการที่ว่านั่นด้วยรวมแล้วประมาณ 12 ราย ฐานยุยงปลุกปั่น ตามความผิดในรัฐธรรมนูญมาตรา 116 ไปแล้ว

สิ่งที่น่าจับตาก็คือ ล่าสุดทางแกนนำพรรคร่วมฝ่ายค้านได้ระบุว่า คำพูด ดร.ชลิดา เป็นความเห็นส่วนตัว ไม่ใช่ความเห็นของพรรคร่วมฝ่ายค้าน ความหมายก็คือ "ชิ่ง" หรือหากจะให้เข้าใจง่ายก็คือ "ถีบส่ง"นั่นแหละ

หากพิจารณาจากท่าทีดังกล่าวมันทำให้ต้องวิเคราะห์ถึงสาเหตุว่าทำไมต้องออกมาเป็นแบบนั้น หรือว่า"กลัวจะเสียการใหญ่"หรือเปล่า เพราะก่อนหน้านี้พรรคการเมืองฝ่ายค้านโดยเฉพาะพรรคเพื่อไทยได้เคยประกาศไปแล้วว่าในการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะ "ไม่แตะต้องในหมวดที่ 1 หรือหมวดพระมหากษัตริย์" แต่เมื่อมีคำพูดดังกล่าวออกมาจากปากของนักวิชาการที่ร่วมขึ้นเวทีออกมาแบบนี้ มันก็เหมือนกับว่า "ความลับแตก" ความต้องการที่ซ่อนอยู่ภายในถูกเผยออกมา และความต้องการดังกล่าวมันก็เป็นเรื่องใหญ่ที่คนไทยส่วนใหญ่ไม่ด้วย

จะด้วยสาเหตุนี้หรือเปล่าที่ทำให้ต้อง "ชิ่งหนี" นักวิชาการที่ชื่อ ชลิดา ทำนองว่าเป็นคำพูดหรือความเห็นส่วนตัวเท่านั้น เพราะนอกเหนือจะทำให้สลัดความผิดพ้นตัวออกไปแล้ว ที่สำคัญก็คือหากแสดงท่าทีหรือความต้องการแบบนี้ออกมาให้เห็น มันก็ยิ่งทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่กำหนดเอาไว้ให้แก้ยากอยู่แล้ว ยิ่งเป็นไปไม่ได้เลยในความเป็นจริง หรือหากจะมีความพยายามสร้างกระแสมันก็ยิ่งจุดติดได้ลำบาก

หรือแม้แต่กรณีการก่อเหตุมีความพยายามยิงตัวตายของผู้พิพากษารายหนึ่งในห้องพิจารณาคดีที่จังหวัดยะลา ที่กำลังเป็นที่สนใจของสังคมทุกฝ่าย ก็กำลังกลายเป็นว่าน่าสงสัยนเป็นคำถามว่ามีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงไปกับพรรคอนาคตใหม่อย่างไรหรือไม่ และเมื่อได้เห็นข้อความที่โพสต์ลงในโชเชียลของ ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคที่ออกตัวแรงและเร็วจนผิดปกติ และเมื่อพิจารณาจากข้อความที่เผยแพร่ออกมาเอง มันก็ยิ่งน่าสงสัย จนเจ้าตัวต้องมีการลบและแก้ไขถึงสามครั้ง

แต่ไม่ว่าจะพยายามแก้ไขอย่างไรเพื่อให้ดูเนียนและสมเหตุสมผลเพียงใดก็ตาม แต่อย่างน้อยก็สร้างความระแวงให้กับสังคมว่าพวกเขามีความเกี่ยวข้อง มีการติดต่อสื่อสารกันล่วงหน้ากันหรือไม่

ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นดังกล่าวมาทั้งหมดของพรรคร่วมฝ่ายค้านในหลายเรื่องที่ผ่านมานอกจากยังไม่อาจสร้างกระแสร่วมให้กับสังคมส่วนใหญ่ได้แล้ว ตรงกันข้ามการเคลื่อนไหวที่นับวันยิ่งออกทะเล สร้างความระแวงจากสังคมว่าพวกเขากำลังคิดอะไร"ซ่อนเร้น"กันแน่ โดยเฉพาะการแก้ไขรัฐธรรมนูญในหมวดที่ 1 ที่เกี่ยวกับราชอาณาจักรและพระมหากษัตริย์มีเจตนาแบบไหนกันแน่ !!


กำลังโหลดความคิดเห็น...