xs
xsm
sm
md
lg

แฉ ล็อบบี้ยิสต์ ตัวแทนยักษ์ใหญ่ข้ามชาติ กับ พรรคเก่าแก่ และเงินสะพัด 1,500 ล้านบาท !! อุปสรรคของการแบน 3 สารพิษ เคมีเกษตร **"ลุงตู่"ควง"อาจารย์น้อง" พร้อม ครม. และประชาชนจิตอาสา ร่วมกิจกรรม พัฒนาภูมิทัศน์ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ข่าวปนคน คนปนข่าว



**แฉ ล็อบบี้ยิสต์ ตัวแทนยักษ์ใหญ่ข้ามชาติ กับ พรรคเก่าแก่ และเงินสะพัด 1,500 ล้านบาท !! อุปสรรคของการแบน 3 สารพิษ เคมีเกษตร ที่กำลังทำให้ประชาชนคนไทยหลายสิบล้านคนตกอยู่ในสภาพ "ตายผ่อนส่ง"

เล่าเบื้องหลังของปัญหาการแบน "พาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส" 3 สารพิษเคมีเกษตรไปแล้วหลายครั้ง วันนี้ ข่าวปนคนฯ ขอเปิดข้อมูลลึกๆ อีกชิ้นที่ช่วยคลี่ปมว่า เพราะเหตุใดภารกิจที่เกือบทุกฝ่ายต่างเห็นพ้องต้องกันแล้วว่า "3 สารพิษ" ที่ส่งผลเสียต่อมนุษย์อย่างรุนแรง ทั้งยังเป็นสารก่อมะเร็ง ตกค้างในผักผลไม้ ตกค้างในแม่และเด็ก ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมฯลฯ ทั้งยังถูกประเทศจำนวนมากทั่วโลกห้ามใช้ หรือจำกัดการใช้ กลับยังไม่ถูกแบน หรือประกาศแบนในประเทศไทยเสียที

ข้อมูลลึกๆ จากพรายกระซิบเล่าว่า ระหว่างที่เรื่องนี้กำลังกลายเป็นจุดสนใจของคนทั่วประเทศ รวมถึงมีการพิจารณาในกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ช่วงบ่าย ของวันที่ 23 กันยายน ที่ผ่านมา ได้มีตัวแทนของบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านการเกษตร ที่คนไทยรู้จักกัน และถือเป็นเจ้าใหญ่ในการขาย"ไกลโฟเซต" ดอดเข้าไปพบกับตัวแทนพรรคใหญ่พรรคหนึ่ง ที่เป็นพรรคเก่าแก่

ตัวแทนกลุ่มดังกล่าว นำโดย อดีตข้าราชการสังกัดกรมวิชาการเกษตรรายหนึ่ง ที่ต่อมาผันตัวมาเป็นล็อบบี้ยิสต์ให้กับ บ.ขายสารพิษการเกษตรจากตะวันตก ได้ยินว่าการพูดคุยเป็นไปอย่างออกรสออกชาติ จนในที่สุดนำมาสู่การประกาศแบบ "แทงกั๊ก" ของรัฐมนตรีผู้กำกับดูแล ที่บอกว่า "ผมพร้อมลงนามให้ยกเลิกใช้ทั่วประเทศอย่างแน่นอน" โดยโยนการตัดสินใจไปที่ การพิจารณาของคณะกรรมการวัตถุอันตราย 29 คน ซึ่งในการประชุมครั้งล่าสุด เมื่อ18 กันยายน 2562 ก็มีการยื้อเวลาออกไปอีก 60 วัน โดยให้ไปศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมว่า ถ้าเลิกแล้วจะเอาอะไรมาใช้แทน แล้วค่อยเสนอเรื่องเข้ามาพิจารณากันใหม่

มีข้อมูลที่ควรทราบเกี่ยวกับไกลโฟเซต ที่ขอเรียนไว้ ณ ที่นี้ว่า ปัจจุบันมีประเทศที่ แบน และประกาศแบน ไกลโฟเซต แล้ว 11 ประเทศ ประกอบไปด้วย โอมาน ซาอุดีอาระเบีย คูเวต ยูเออี บาห์เรน กาตาร์ เวียดนาม (ห้ามนำเข้า) ออสเตรีย (เริ่มแบนในปี 2563) ฝรั่งเศส (แบนในปี 2564) เยอรมนี (แบนในปี 2565) และ มาลาวี ส่วนประเทศที่จำกัดการใช้ไกลโฟเซต แล้วมี 12 ประเทศ ประกอบไปด้วย อาร์เจนตินา เบลเยียม เบอร์มิวดา แคนาดา อิตาลี เดนมาร์ก มอลตา เนเธอร์แลนด์ สเปน โปรตุเกส โคลอมเบีย ศรีลังกา

ร่ำลือกันว่า ในช่วงการรณรงค์การยกเลิกการนำเข้า การจำหน่าย และการใช้สารพิษการเกษตร 3 ชนิด มีเงินสะพัดเพื่อพยายามให้ยุติการแบน มากถึง 1,500 ล้านบาทเลยทีเดียว ... ส่วนข้อเท็จจริง ไม่ทราบเป็นอย่างไร จุดยืนของแต่ละฝ่าย และผลลัพธ์ จะเป็นเครื่องพิสูจน์ !

**"ลุงตู่"ควง"อาจารย์น้อง" พร้อม ครม. และประชาชนจิตอาสา "เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ" ร่วมกิจกรรม พัฒนาภูมิทัศน์ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ให้สะอาด เรียบร้อย สวยงาม เตรียมรับเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ด้วยความเบิกบาน ชื่นมื่น แต่สุดท้ายก็ต้องมาถูกกวนใจ กวนอารมณ์ ด้วยเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ
พล.อ.ประยุทธ์ และ นางนราพร จันทร์โอชา ร่วมกิจกรรมจิตอาสา
เดือนตุลาคมนี้ จะมีพระราชพิธีสำคัญต่อเนื่องกันตลอดทั้งเดือน อาทิ วันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันที่ 13 ตุลาคม 2562 วันปิยมหาราช 23 ตุลาคม 2562 และ วันที่ในหลวงรัชกาลที่ 10 เสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในโอกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ที่จะมีขึ้นในวันที่ 24 ตุลาคม 2562

โอกาสนี้ "ลุงตู่" พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย "อาจารย์น้อง" นราพร จันทร์โอชา ภริยา ก็ได้นำคณะรัฐมนตรี คู่สมรส และประชาชนจิตอาสา "เราทำความดี ด้วยหัวใจ" ร่วมกิจกรรมทำความสะอาด พัฒนาภูมิทัศน์ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ให้มีความเรียบร้อย สวยงาม ตลอดเส้นทางที่จะเสด็จพระราชดำเนิน โดยนัดรวมพลกันที่ สวนสันติชัยปราการ บริเวณป้อมพระสุเมรุ ถนนพระอาทิตย์ ...ซึ่ง "ลุงตู่ และอาจารย์น้อง" ก็ได้ลงมือฉีดน้ำ ทำความสะอาดพื้น ปลูกหญ้าสวนหย่อม ทาสีเสากั้นทางเดิน บริเวณรอบๆ สวนสันติชัยปราการ รวมกับเหล่าประชาชนจิตอาสาด้วย ... จากนั้นก็ลงเรือสำรวจความเรียบร้อยของเส้นทาง โบกมือทักทาย ให้กำลังใจผู้มาร่วมกิจกรรมที่ ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ทั้งฝั่งพระนคร และฝั่งธนบุรี บรรยากาศเป็นไปด้วยความชื่นมื่น แม้ในขณะนั้นแดดจะแรงสักหน่อยก็ตาม ก่อนจะขึ้นที่ท่าน้ำ ไปวัดราชาธิวาส ...

และที่วัดราชาธิวาสนี่เอง บรรยากาศความชื่นมื่น ก็หมดลง เมื่อเจอคำถามเรื่อง "แก้ไขรัฐธรรมนูญ" ที่ฝ่ายค้านต้องการให้นายกฯ "ถือธงนำ" ในการแก้ไข หวังจะให้ส่งสัญญาณไปถึง ส.ว.ให้ร่วมมือด้วย แม้จะพยายามข่มอารมณ์ แต่ "ลุงตู่" ก็อดสวนกลับไปแรงๆไม่ได้...ประมาณว่า ... เรามีกฎหมายไว้ให้ทำ หรือไม่ให้เกิดปัญหา ถ้าไม่เคารพกฎหมาย มันก็เลิกหมด ทุกประเทศที่เขาเจริญ เขาก็เคารพกฎหมายทุกตัว แต่นี่มาชวนกันเลิกกฎหมาย ชวนแก้กฎหมายให้มากที่สุด ก็ไม่รู้มันย้อนทางกันอย่างไร การแก้ปัญหาอะไรก็ตาม ต้องใช้สติปัญญาในการแก้ไข เพราะปัญหาไม่ใช่แก้ง่ายๆ หรือแก้เร็วๆ แล้วจบ ได้รับความชื่นชมแล้วจบ แล้วปัญหาจะเกิดอีกหรือไม่ ในวันหน้าก็มันเกิดขึ้นอีกนั่นแหละ เราต้องแก้วิธีการคิดใหม่ ใช้สติปัญญาแก้ทุกเรื่อง ประชาชนต้องมีส่วนร่วม เจ้าหน้าที่เองก็ต้องเข้มแข็ง ฉะนั้นก็ขอความกรุณาช่วยกันเถอะ ผมรับผิดชอบอยู่แล้ว แต่ช่วยผมหน่อยเท่านั้น

เอง และกรุณาฟังสิ่งที่ผมพูดบ้าง เจตนาของผมไม่มีอะไรกับใครทั้งสิ้น แต่จะให้ผมพูดคำหวานอย่างเดียว ก็คงไม่ใช่ ทุกคนชอบคำหวาน เสร็จแล้วนั่นก็คือยาพิษ สำหรับท่าน การช่วยคน ถ้าช่วยในทางที่ไม่ถูกต้อง นั่นคือการให้ยาพิษ วันหน้าท่านก็ตายอยู่ดี ... ผมไม่ใช่คนแบบนั้น...
พรรณิการ์ วานิช
คล้อยหลัง "ลุงตู่" พูดจบไม่นาน... คราวนี้ก็เป็นทีของ "ช่อ" พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ คนที่เคยออกปากว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ "เฮงซวย" ทุกมาตรา ก็มาต่อคำ "ลุงตู่" ในเชิงเหน็บแนม ประชดประชัน ตามสไตล์ถนัดว่า... ก็เป็นจริงตามที่ลุงตู่พูด ประเทศเรามีคนที่อยากจะเลิกกฎหมาย อยู่เนืองๆ โดยสถิติก็ประมาณ 6 ปีต่อครั้ง นั่นคือการทำ"รัฐประหาร" ซึ่งลุงตู่ในฐานะผู้มีประสบการณ์ตรงในการทำรัฐประหาร ฉีกรัฐธรรมนูญ ย่อมจะรู้ดีว่าประเทศนี้ มีคนจ้องล้มล้าง ทำลายกฎหมายอยู่ ...

"ช่อ" ย้ำว่า การทำลายกฎหมายที่ไม่ชอบธรรม ไม่เป็นธรรม และไม่นำพาสังคมไปข้างหน้า "เป็นสิ่งที่ควรจะทำ" ... เราต้องการทำกฎหมายใหม่ ขึ้นมาแทนที่กฎหมายเดิม เพื่อให้มันอยู่ได้อย่างยั่งยืนสถาพร และไม่อยากเปลี่ยนรัฐธรรมนูญ ทุก 6 ปี ผ่านการรัฐประหาร ดังนั้นสิ่งที่เราตั้งต้นจะทำ คือ การทำรัฐธรรมนูญ ฉบับประชาชน ในแนวทางที่ชอบด้วยกฎหมาย อย่างอารยประเทศเขาทำกัน ไม่ว่าจะเป็นการแก้ไขเพิ่มเติม หรือการทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ นั่นคือสิ่งที่เราอยากให้เป็นในประเทศไทย...

ไม่เท่านั้น "ช่อ" ยังเอาเรื่องเลือกตั้งซ่อมที่ จ.นครปฐม ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 23 ตุลาคมนี้ มาโยงเข้าด้วยกัน ว่าการเลือกตั้งในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงแค่การได้ตัว ส.ส. เท่านั้น แต่มันเป็นเหมือนการทำประชามติ ว่า ประชาชน "เอาหรือไม่เอา" รัฐบาลลุงตู่ ...แหม!! ดู "ช่อ" เธอมั่นใจเหลือเกินว่า เลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ พรรคอนาคตใหม่ ชนะแน่ ถึงกล้าทุ่มเดิมพันใหญ่โตขนาดนั้น !!


กำลังโหลดความคิดเห็น...