xs
xsm
sm
md
lg

“กัลยา” เล็งตั้ง “อนุ กมธ.ดีอี” ติดตามงาน “Smart city-Smart Safety”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

“กัลยา” เล็งตั้ง “อนุ กมธ.ดีอี” ติดตามงาน “Smart city-Smart Safety” ด้าน “เศรษฐพงค์” ลุยตรวจสัญญาณมือถือ ชี้เป็นส่วนสำคัญให้สมาร์ทซิตี้มีประสิทธิภาพ พร้อมเสริมระบบความปลอดภัยอัจฉริยะทางเรือ มั่นใจเพิ่มจำนวนนักเที่ยวได้ หลังเหตุเรือฟีนิกซ์ล่มทำนักท่องเที่ยวลด พร้อมช่วยประสานแก้ปัญหาติดตั้ง CCTV จากซื้อเป็นเช่าแทน

เมื่อวันที่ 1 ต.ค. คณะกรรมาธิการการสื่อสาร โทรคมนาคม และดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (กมธ.ดีอี) สภาผู้แทนราษฎร นำโดย น.ส.กัลยา รุ่งวิจิตรชัย ส.ส.สระบุรี พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานกรรมาธิการฯ พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทย ในฐานะรองประธานกรรมาธิการฯ นายสรอรรถ กลิ่นประทุม ประธานที่ปรึกษากรรมาธิการฯ และคณะลงพื้นที่ จ.ภูเก็ต เป็นวันที่ 2 โดยเป็นการติดตาม ณ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และสำนักงานบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (CAT) จ.ภูเก็ต โดยมีนายสุพจน์ รอดเรือง ณ หนองคาย รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ให้การต้อนรับ โดยการลงพื้นท่ีครั้งนี้เป็นการติดตามการจัดทำระบบรักษาความปลอดภัย การจัดทำสมาร์ทซิตี้ หรือเมืองอัจฉริยะ โดยใช้เทคโนโลยี loT และอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง

จากนั้น น.ส.กัลยาให้สัมภาษณ์ว่า จากการลงพื้นที่มาติดตามตรวจสอบงานด้านเทคโนโลยีดิจิทัลที่ จ.ภูเก็ตในครั้งนี้ เราให้เห็นความพยายามของทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ที่ร่วมมือกันพัฒนาให้เมืองภูเก็ตเป็นต้นแบบของ Smart city เมืองอัจฉริยะ การให้ความสำคัญในด้านความปลอดภัย ซึ่งจะเป็นสิ่งสำคัญที่จะเรียกความเชื่อมั่นจากท่องเที่ยวกลับมา หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้เกิดเหตุเรือฟินิกซ์ที่มีผู้โดยสารเป็นนักท่องเที่ยวจีนล่มทำให้มีผู้เสียงชีวิตจำนวนมาก กมธ.ดีอี ยืนยันว่าจะนำข้อมูลที่ได้กลับไปประมวลและติดตามการจัดทำสมาร์ทซิตี้อย่างใกล้ชิด

ด้าน พ.อ.เศรษฐพงค์กล่าวว่า วันนี้เราได้นำรถตรวจสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ เข้าไปตรวจวัดสัญญาณในพื้นที่ต่างๆ เพื่อให้ทราบความแรง คุณภาพ และเสถียรภาพของสัญญาณ ตรงนี้เป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้การจัดทำ Smart city หรือเมืองอัจฉริยะ และ Smart safety หรือเมืองแห่งความปลอดภัยอัจฉริยะเกิดขึ้นได้จริง และมีประสิทธิภาพ ภายใต้ความร่วมมือทั้งภาครัฐ เอกชน รวมทั้งบริษัท CAT และสำนักงาน กสทช. สำหรับสมาร์ทซิตี้ ของ จ.ภูเก็ตนั้น ถือเป็นต้นแบบที่จะนำไปปรับใช้กับจังหวัดอื่นๆ โดยต้องปรับให้สอดคล้องกับสภาพอุตสาหกรรมของจังหวัดนั้นๆ เช่น จ.ภูเก็ต เป็นจังหวัดที่โดดเด่นในด้านการท่องเที่ยว การพัฒนาจะต้องเน้นในเรื่องการอำนวยความสะดวก สบาย โดยเฉพาะด้านความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว เพราะที่ผ่านมาหลังจากเกิดเหตุเรือนักท่องเที่ยวจีนล่ม ทำให้นักท่องเที่ยวขาดความเชื่อมั่น และกระทบต่อจำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด

พ.อ.เศรษฐพงค์กล่าวต่อว่า ดังนั้นในเรื่องการรักษาความปลอดภัยทางเรือ จึงเป็นสิ่งแรกๆ ที่ต้องให้ความสำคัญ เพราะจากข้อมูลที่จังหวัดภูเก็ตจะมีนักท่องเที่ยวที่ลงเรือท่องเที่ยวในทะเลกว่า 5 หมื่นคนต่อวัน โดยการใช้เทคโนโลยี IoT จะสามารถช่วยสร้างความมั่นใจให้นักท่องเที่ยวได้ เพราะเราสามารถที่จะเช็กสภาพอากาศเฉพาะหน้าก่อนออกเรือได้ เช็กได้ว่าเรืออยู่ตรงไหน นักท่องเที่ยวที่ขึ้นเรือเป็นใคร หน้าตาเป็นอย่างไร จำนวนเท่าไร ข้อมูลเหล่านี้จะมีการบันทึกไว้หมด เป็นการป้องกันไม่ให้มีการบรรทุกนักเที่ยวเกิดจำนวนที่จำกัด รวมถึงการแจ้งเตือนพายุ การแจ้งเตือนสินามิ ซึ่งมีสถานีสามารถแจ้งเตือนได้ทั่วทั้งเกาะภูเก็ต ทั้งหมดทำให้นักท่องเที่ยววางแผนการเดินทางท่องเที่ยวได้อย่างปลอดภัย นอกจากนี้ ระบบความปลอดภัยในการเดินทางจะมีการดำเนินการทั้งทางบก ทางเรือ และทางอากาศ ระบบกล้อง CCTV อัจฉริยะที่จะครอบคลุมทุกพื้นที่ โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัด

อย่างไรก็ตาม จากที่ กมธ.ได้รับฟังรายงานสรุปการดำเนินการ Smart city ของ จ.ภูเก็ต พบปัญหาในเรื่องการติดตั้งกล้อง CCTV ที่ยังไม่เป็นเอกภาพมีปัญหาเรื่องการจัดซื้อจัดจ้าง มีลักษณะต่างคนต่างทำ ซึ่งแนวทางแก้ปัญหาที่ได้รับทราบมา คือ จังหวัดต้องการให้การติดตั้งกล้องจัดซื้อจัดจ้างในรูปแบบเช่าแทนการซื้อ ผ่านการเห็นชอบมีการทำ MOU กับชาวภูเก็ต เพราะที่ผ่านมาเมื่อมีการจัดซื้อ หรือ E-Bidding โดยได้ผู้รับจ้างที่ราคาถูกแล้วประสบปัญหาผู้รับเหมาะทิ้งงาน ทำให้การพัฒนาไม่ต่อเนื่อง แต่การเช่านั้นจะช่วยแก้ปัญหาในเรื่องดังกล่าวได้ รวมทั้งการรักษาซ่อมบำรุงที่ไม่ต้องรอเรื่องการอนุมัติงบประมาณ เพราะบริษัทที่ให้เช่าจะดำเนินการซ่อมบำรุงได้ทันทีเมื่อเกิดปัญหา เขาจึงอยากให้ กมธ.ช่วยผลักดันแนวทางแก้ปัญหานี้ ให้ไปถึงผู้กำหนดนโยบายด้วย ซึ่งทางกมธ. ได้รับทราบปัญหา และยินดีที่จะช่วยผลักดันโดยเฉพาะในด้านนโยบาย เพื่อให้เกิดการแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม

“ผมเชื่อมั่นว่าหากเรามีโครงสร้างด้านเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ดีมีประสิทธิภาพ จะทำให้การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อทำให้เกิด Smart city -Smart Safety ทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยให้นักท่องเที่ยวมีความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย และช่วยเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวให้จังหวัดภูเก็ตได้มากขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อรายได้ของประชาชนในพื้นที่ ช่วยให้สภาพเศรษฐกิจในพื้นที่ดีขึ้นได้” รองประธาน กมธ.ดีอีกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่าเมื่อ กมธ.ดีอี ให้ความสำคัญต่อการจัดทำ Smart city-Smart Safety จะมีการตั้งคณะอนุกรรมาธิการขึ้นมาติดตามการดำเนินงานหรือไม่อย่าไร น.ส.กัลยากล่าวว่า แน่นอนว่าเรามีแผนที่จะตั้งคณะอนุกรรมาธิการ ขึ้นมาติดตามการดำเนินงาน Smart city-Smart Safety เนื่องจากเรื่องดังกล่าวมีเป้าหมายที่จะทำให้เกิดขึ้นทุกจังหวัดทั่วประเทศ ดังนั้น คณะอนุกรรมาธิการจึงมีส่วนในการรวบรวมข้อมูล และสามารถจัดทำแผนที่เหมาะสมกับจังหวัดต่างๆ ได้ อีกทั้งยังจะเป็นการช่วยเร่งรัด ช่วยกระตุ้นให้ Smart city-Smart Safety เกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบได้โดยเร็ว



กำลังโหลดความคิดเห็น...