xs
xsm
sm
md
lg

“เต้” โชว์พระเครื่อง เย้ย “พี่ศรี” อิจฉาขู่ฟ้องหมดตัว เมินให้ ป.ป.ช.ดูกลัวสลับของปลอม

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


“มงคลกิตติ์” นำพระเครื่องโชว์สื่อพร้อมโวคุณค่าราคา โต้ “ศรีสุวรรณ” ปัดฟอกเงิน แขวะอิจฉาไม่มีเหมือนตน ขู่ฟ้องหมิ่นจนล้มละลาย ลั่นไม่ยอมส่ง ป.ป.ช.พิสูจน์กลัวถูกสลับแลกของปลอม ลั่นยื่นแสดงทรัพย์สินทุกอย่าง ให้ยื่นแสดงเมียด้วยก็ยินดี



วันนี้ (23 ก.ย.) นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศิวิไลย์ กล่าวถึงกรณีที่นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จะยื่นให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตรวจสอบการแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของตน โดยเฉพาะการแสดงรายการพระเครื่องที่ส่อว่าจะมีการฟอกเงินว่า ยืนยันว่าไม่ใช่การฟอกเงินอย่างแน่นอน ไม่ต้องกังวลเพราะไม่คิดที่จะขายพระเครื่อง แต่เป็นการยื่นตามกฎหมาย และตามหน้าที่

“คนที่ฟ้องร้องให้ตรวจสอบผมเพราะอิจฉา ไม่มีเหมือนผม แม้แต่สุนัขพันธุ์บีเกิลสองตัวที่เลี้ยงไว้ กระติกน้ำร้อน ชีวิตส่วนตัว ครอบครัวของผมก็ยังยื่นแสดงด้วย หรือจะให้ผมยื่นภรรยาตัวเองด้วยก็ได้นะ ใช้มาแล้ว 14 ปี”

นายมงคงกิตติ์ได้โชว์พระเครื่อง 3 องค์ ประกอบด้วย พระกริ่งปวเรศทองคำ ราคา 50 ล้านบาท พระร่วงหลังรางปืน ราคา 30 ล้านบาท พระสมเด็จไกเซอร์ราคา 12 ล้านบาท มาแสดงต่อสื่อมวลชน โดยระบุว่าพระกริ่งปวเรศทองคำนั้นตามราคาที่เซียนกำหนด หากเป็นรุ่นทองสัมฤทธิ์ ราคาจะอยู่ประมาณ 30-40 ล้านบาท แต่ของตนเป็นทองคำประเมินราคาไม่ได้ เพราะเขาไม่ซื้อขายกัน ส่วนใหญ่จะเก็บไว้เป็นทรัพย์สมบัติส่วนตัว นายกรัฐมนตรีขอตนก็ไม่ให้ ส่วนสมเด็จไกเซอร์สร้างในสมัยรัชกาลที่ ๕ สมัยสมเด็จพระเจ้าหลวงเดินทางไปเยอรมัน องค์นี้เขาไม่ขายกัน อยู่ในพิพิธภัณฑ์วัดบวรก็มี

ส่วนพระร่วงหลังรางปืน อายุ 700 กว่าปี สมัยสุโขทัย รุ่นอยู่ยงคงกระพัน จำได้ว่าไปร่วมงานทอดกฐินวัดแถวสุโขทัย ท่านเจ้าอาวาสให้มาเอาไว้ปกป้องคุ้มครองตนเองเพราะตอนนั้นมีคนลอบยิง สถาบันวิทยาศาสตร์สามารถตรวจสอบความเก่าของปีได้ หากจำไม่ผิดตั้งแต่สมัยเจ้าชัยวรมัน ระดับปลัดกระทรวง อธิบดีหลายมาขอเช่าตนยังไม่ขาย เคยมีร้านทองขอบูชาต่อราคา 5 ล้าน ตนก็ไม่ให้ เพราะมีแค่องค์เดียว แต่หาก ป.ป.ช.จะยึดเอาไว้ตรวจสอบตนไม่ให้ เดี๋ยวหาย หากหายไปตนจะแจ้งความจับทั้งหมดข้อหาลักทรัพย์

ส่วนที่ ป.ป.ช.บอกว่าจะจับตาดู ส.ส.ที่แสดงบัญชีทรัพย์สินที่มีลักษณะพิเศษ นายมงคลกิตติ์กล่าวว่า ป.ป.ช.ไม่มีระเบียบแบบแผน แค่พิสูจน์ความคงอยู่ของทรัพย์สินเท่านั้น เขามีอำนาจเพียงบางส่วน หรือหากจะออกกติกาใหม่มาก็ยังไม่สามารถบังคับใช้กับตนได้ ขอให้จับตาดูได้เลย เพราะก่อนเข้ารับตำแหน่ง กับตอนออกจากตำแหน่งก็ต้องมีเหมือนเดิม แต่จะมายึดของตนแล้วแอบไปเปลี่ยนเอาแบบปลอมมาคืนตนนั้นไม่ได้ ตนให้ดูเฉยๆ

นายมงคงกิตติ์กล่าวอีกว่า หากตนจะบอกว่าให้สอบบัญชีทรัพย์สินนักร้องเรียนบ้างได้หรือไม่ หรือเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินของกรรมการ ป.ป.ช.ว่ามีพระองค์ไหนบ้าง หรือเกณฑ์กติกามีการประเมิณราคาเปลี่ยนแปลงใหม่แสดงว่าทุกคนในประเทศต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินใหม่หมด แล้วใครจะการันตีได้ว่ามันควรราคาเท่าไหร่ พระเครื่องที่แสดงต่อ ป.ป.ช. ถ่ายภาพเฉพาะด้านหน้า ส่วนที่เหลือจะนำไปเก็บไว้ในธนาคาร ใครจะอิจฉาก็แล้วแต่ เพราะเขาไม่มี เมื่อไม่มีจะอิจฉากันไม่ได้ มันอยู่ที่บุญใครบุญมัน คนที่มีบารมีเท่านั้นถึงจะมีได้ ตนมากับพระ ท่านคุ้มครองให้ปลอดภัยและไม่ได้ยืมใครมา

“ระหว่างชีวิตคนเรากับมูลค่ามันประเมินกันไม่ได้ ผมมีไว้ป้องกันตัว ส่วนใครจะอิจฉาไปร้องเรียนก็ว่ากันไม่ได้ แต่หากกระทบสิทธิพี่มากก็จะดำเนินคดี เพราะถ้าฟ้องแพ่งถูกล้มละลายนะ พี่ฟ้องเป็นร้อยล้าน เงินค้ำประกันแค่ 5 แสน หากมีการไต่สวนเจรจาหย่าศึกอย่างน้อยเขาก็ต้องเสีย 50 ล้านให้กับพี่ ถามว่านักร้องพร้อมจะล้มละลายหรือยัง ถ้าพร้อมพี่ก็จะจัดให้ตามสมควร ผมเป็นคนเปิดเผยและดีกว่าอีกหลายคน อย่างกรรมการสภามหาวิทยาลัย กรรมการปฏิรูป บอร์ดรัฐต่างๆ ที่ ป.ป.ช.มีมติให้ยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สิน แต่กลับไม่ยอม ไปขอให้ พล.องประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ใช้ ม.44 ไม่ให้ยื่น พวกนี้ไม่น่าสงสัยกว่าหรือ” นายมงคงกิตติ์กล่าว








กำลังโหลดความคิดเห็น...