xs
xsm
sm
md
lg

คิกออฟ “ประชารัฐสร้างไทย” ดันเศรษฐกิจฐานรากโตยั่งยืน จ่อเชิญนายกฯ นั่งประธานขับเคลื่อน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


“สมคิด” ลั่นโครงการ “ประชารัฐสร้างไทย” ไม่ได้คิดหาเสียง แต่หวังปูพื้นฐานเศรษฐกิจฐานรากไทยให้แข็งแกร่งยั่งยืน สร้างคุณภาพชีวิตประชาชนให้ดีขึ้น ลดความเหลื่อมล้ำ เล็งตั้ง กก.ขับเคลื่อนให้นายกฯ เป็นประธาน ให้ทุกหน่วยงานร่วมมือ ด้านกระทรวงคลังเตรียมใช้มาตรการจูงใจดึงเอกชนเข้าร่วม

วันนี้ (21 ก.ย.) ที่ห้องรอยัล จูบิลลี่ อิมแพค เมืองทองธานี การประชุมเชิงปฏิบัติการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน พร้อมการเปิดตัว โครงการ “ประชารัฐสร้างไทย” และรับฟังนโยบาย จากนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการการทรวงพลังงาน และนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ทั้งนี้ เพื่อบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการจัดทำแนวทางการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากของชุมชน ซึ่งประกอบด้วยชุมชนเมืองและชุมชนชนบท เพื่อให้เกิดความชัดเจนการทำงานร่วมกันในการกำหนดเป้าหมาย แผนงาน โครงการและงบประมาณเพื่อบรรลุเป้าหมายร่วมกัน โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมจำนวนทั้งสิ้น 2,400 คน ประกอบด้วย ผู้บริหารส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรเอกชน และเครือข่ายองค์กรชุมชน

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวยืนยันว่า การดำเนินมาตรการนี้ไม่ใช่การหาเสียงของรัฐบาล แต่ต้องการปูพื้นฐานเศรษฐกิจไทยให้แข็งแกร่งตั้งแต่ระดับฐานราก ซึ่งความยากจนและความเหลื่อมล้ำเกิดขึ้นมานาน ไม่สามารถโทษรัฐบาลชุดไหนได้ แต่เป็นเรื่องที่ประเทศด้อยพัฒนาและกำลังพัฒนาต้องเผชิญ เพราะเป็นประเทศเกษตรกรรมที่พึ่งพาธรรมชาติในการเพาะปลูก และพึ่งพิงตลาดโลกเป็นหลัก หาก 2 สิ่งนี้เกิดปัญหา ประเทศเหล่านี้ก็ได้รับผลกระทบและต้องกู้หนี้เพื่อรักษาชีวิตและเป็นวงจรแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ

นายสมคิดกล่าวอีกว่า การทำยุทธศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากจะทำให้เศรษฐกิจที่เติบโตกระจายไปยังผู้มีรายได้น้อยระดับฐานรากเพิ่มขึ้น จากปัจจุบันที่จีดีพี เติบโตมาจากภาคธุรกิจขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ต้องเร่งการแก้ไขอย่างจริงจัง

นายสมคิ กล่าวว่า ในส่วนการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงินนั้น ไม่ได้เน้นการให้เงิน แต่เป็นการสนับสนุนการให้ชุมชนมีความคิดสร้างสรรค์ในการพัฒนาชุมชนของตนเอง ก่อนได้รับเงินสินเชื่อเพื่อนำไปต่อยอด โดยชุมชนจะต้องมีผู้นำ เป็นสมาร์ทฟาร์มเมอร์ พร้อมที่จะผลักดันให้เกษตรกรระดับฐานรากมีการพัฒนาขึ้นไปพร้อมๆ กัน โดยปัจจุบันธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) มีการพัฒนาเกษตรกรให้เป็นสมาร์ทฟาร์มเมอร์ได้ถึง 3 แสนรายในระยะเวลา 3 ปี

ด้านนายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า รัฐบาลจะจัดตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน โดยนายกรัฐมนตรีจะเป็นประธาน เนื่องจากจะต้องให้กระทรวงอื่นที่อยู่ภายใต้การดูแลของพรรคร่วมรัฐบาลเข้ามาร่วมมือทำงานด้วย โดยเฉพาะกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งคณะกรรมการดังกล่าวจะมีการประชุมเพื่อจัดทำแผนงาน ก่อนสรุปงบประมาณสนับสนุนเพิ่มเติมให้ได้ในไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ ก่อนเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป ขณะนี้กระทรวงการคลัง จะตั้งคณะกรรมการย่อย เป็นคณะทำงานเพื่อสานต่อและติดตามงานจากโครงการดังกล่าวให้เกิดขึ้นโดยเร็ว

นอกจากนี้ กระทรวงการคลังเตรียมใช้มาตรการทางการคลังจูงใจให้ภาคเอกชนร่วมพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก นอกเหนือจากการใช้เครือข่ายจากหน่วยงานภายในกระทรวงการคลังร่วมบูรณาการในครั้งนี้ ทั้งนี้เครือข่ายกระทรวงการคลังนอกเหนือจากธนาคารรัฐ เช่น กรมธนารักษ์ได้เตรียมตรวจแผนที่ราชพัสดุ เพื่อนำพื้นที่ราชพัสดุที่ว่างเปล่ามาเป็นแหล่งค้าขายให้กับชุมชน โดยร่วมกับหน่วยงานต่างๆ เช่น ธ.ก.ส. ธนาคารออมสิน และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเป็นต้น ซึ่งแนวทางดังกล่าวจะทำให้เกิดการสร้างงานสร้างอาชีพให้กับชุมชนได้อีกทางหนึ่ง

นายอุตตมกล่าวอีกว่า เวลานี้กระทรวงการคลังกำลังพัฒนาระบบบิ๊กดาต้าเพื่อบูรณาการข้อมูลนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก โดยเฉพาะข้อมูลจากการลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อยกว่า 14 ล้านคน จะทำให้รู้ข้อมูลด้านการใช้จ่ายทั้งจุดใช้จ่าย สินค้าที่ซื้อ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการสร้างวิสาหกิจชุมชน การสร้างตลาดการค้าชุมชนและการสร้างอำนาจการต่อรองในการซื้อสินค้าต่างๆ และยังทำให้เรารู้ข้อมูลด้านแรงงาน เพื่อนำไปสู่การพัฒนาอาชีพอย่างเหมาะสมและยั่งยืน

ขณะเดียวกัน จากข้อมูลของธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) ที่สำรวจฐานรากพบว่า 40% ของผู้ถูกสำรวจระบุว่า ความเป็นอยู่โดยรวมไม่ดีขึ้น ปัญหาความเหลื่อมล้ำยังมี นี่คือสิ่งที่เรากำลังเผชิญ ฉะนั้น เราต้องเลือกโมเดลการพัฒนาที่เป็นโมเดลใหม่ๆ คือ เน้นลงทุนไปที่ชุมชน เพื่อสร้างให้คนระดับฐานรากอยู่ดีกินดี ซึ่งจะเป็นฐานสำคัญในการเติบโตของจีดีพีประเทศต่อไป

ด้านนายอภิรมย์ สุขประเสริฐ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.)กล่าวว่า ธ.ก.ส.มีเป้าหมายดูแลเศรษฐกิจชุมชน ด้วยการสร้างรายได้สุทธิให้คนในชุมชนระดับฐานรากให้เพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 10% รวมถึง ต้องมีอัตราการออมเงินไม่น้อยกว่า 10% ของรายได้ รวม พร้อมทั้งมีการจัดการเพิ่มมูลค่าผลผลิตหลักทางการเกษตรไม่น้อยกว่า 20% ของปริมาณผลผลิตรวม และมีองค์กรการเงินชุมชนที่ได้มาตรฐานภายในชุมชน

ด้านมาตรการสินเชื่อนั้น จะเน้นให้กับผู้ประกอบการเกษตร ประกอบด้วย สินเชื่อสมาร์ฟาร์มเมอร์สร้างไทย อัตราดอกเบี้ย MRR ซึ่งมีเป้าหมายปล่อยสินเชื่อให้ได้ 10,000 ล้านบาทในปี 62 ใหักับผู้ประกอบการ 1 แสนราย ส่วนในปี 63 ตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อ 20,000 ล้านบาท ให้ผู้ประกอบการจำนวน 200,000 ราย และในปี 64 มีเป้าหมายปล่อยสินเชื่อ 30,000 ล้านบาท ให้กับผู้ประกอบการ 300,000 ราย

สินเชื่อ SMAEs สร้างไทย ส่งเสริมผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเกษตร อัตราดอกเบี้ย 4% มีเป้าหมายในปี 62 จะปล่อยสินเชิ่อ 10,000 ล้านบาท จำนวน 10,000 ราย ส่วนปี 63 ปล่อยสินเชื่อ 20,000 ล้านบาท จำนวน 20,000 ราย และปี 64 ปล่อยสินเชื่อ 30,000 ล้านบาท จำนวน 30,000 ราย

สินเชื่อวิสาหกิจชุมชนสร้างไทย อัตราดอกเบี้ย 0.01% โดยมีเป้าหมายปีนี้ปล่อยสินเชื่อได้ 10,000 ล้านบาท จากจำนวนวิสาหกิจ 10,000 กลุ่ม ขณะที่ปี 63 จะปล่อยสินเชื่อ 20,000 ล้านบาท ให้กับ 20,000 กลุ่มวิสาหกิจ และในปี 64 จะปล่อยสินเชื่อ 40,000 ล้านบาท กับวิสาหกิจ 40,000 กลุ่ม และสินเชื่อสหกรณ์การเกษตรสร้างไทย อัตราดอกเบี้ย 0.01% มีเป้าหมายปีนี้ ปล่อยสินเชิ่อ 10,000 ล้านบาท จำนวน 1,000 แห่ง ส่วนปี 63 จะปล่อยสินเชื่อ 20,000 ล้านบาท ให้จำนวน 1,200 แห่ง และปี 64 จะปล่อยสินเชิ่อ 30,000 ล้านบาท จำนวน 1,500 แห่ง

ด้านนายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า ธนาคารมีสินเชื่อตามโครงการประชารัฐสร้างไทย เพื่อสร้างโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนให้แก่ประชาชน คิดอัตราดอกเบี้ยต่ำ กลุ่มเป้าหมาย 2 ล้านราย โดยเตรียมวงเงินไว้ 1.5 แสนล้านบาท เฉลี่ยปล่อยสินเชื่อรายละ 75,000 บาท เช่น สินเชื่อหาบเร่แผงลอย 4.0 เงื่อนไขผ่อนปรน เป้าหมาย 1 แสนราย ในวงเงิน 5,000 ล้านบาท สินเชื่อสถาบันการเงินประชาชนปล่อยกู้รายละไม่เกิน 10 ล้านบาท สินเชื่อ street food ปล่อยกู้ไม่เกิน 3 ล้านบาท รวมทั้งยังมีสินเชื่อแรงงาน เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบและสร้างอาชีพเสริม สินเชื่อบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปล่อยกู้ไม่เกิน 50,000 บาทต่อราย


กำลังโหลดความคิดเห็น...