xs
xsm
sm
md
lg

บทเรียนจากภัยพิบัติที่ จ.อุบลราชธานี

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ภัยพิบัติที่จังหวัดอุบลราชธานี ให้บทเรียนเราหลายอย่าง


บทเรียนข้อแรก เวลาเกิดภัยพิบัติทีไรรัฐบาลจะขยับตัวช้าที่สุด (ทุกรัฐบาล) อาจจะเป็นเพราะว่า โดยพื้นฐานแล้ว ระบบราชการมันก็เป็นของมันอย่างนี้แหละ แต่โชคดีที่เรายังมีภาคประชาชนที่เข้ามาทำงานช่วยเหลือพี่น้องประชาชนด้วยจิตใจที่บริสุทธิ์ อย่างเช่น บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์

คงเป็นเพราะว่า บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาได้เข้าไปทำงานการกุศลกับหน่วยกู้ภัยต่างๆ ลงไปพื้นที่ สัมผัสกับประชาชน จนทำให้เขามีความรู้สึกผูกพันกับผู้ยากไร้ และคนที่ตกระกำลำบาก จนกระทั่งถึงคนที่สูญเสีย ก็เหมือนกับ ตูน บอดี้แสลม ที่ใส่ใจกับการขาดแคลนเครื่องมือทางการแพทย์ ซึ่งกระทรวงสาธารณสุข หน่วยงานของรัฐไม่สามารถที่จะตอบสนองได้

ทั้ง บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ และ ตูน บอดี้แสลม จึงเป็น 2 คนที่น่ายกย่องเชิดชูในคุณงามความดีของพวกเขา และต้องหยุดมโนกันเสียที (บางส่วน) ว่าพวกเขาทำเพื่อให้ตัวเองโด่งดัง อย่าได้ดูถูกดูแคลนจิตที่ที่บริสุทธิ์ของคนสองคนนี้

ข้อคิดที่เราควรจะเรียนรู้จากวิกฤตินี้ ผมคิดว่ามีหลายประการ เช่น

1. รัฐบาลจะมีฝ่ายค้านกี่พรรคก็ตาม สีเสื้อจะยังคงยึดมั่นกันว่าเป็น แดง เหลือง น้ำเงิน ก็ตาม แต่พอมาถึงเรื่องภัยพิบัติ ความเดือดร้อนของประชาชนแล้ว ต้องเอาประชาชนเป็นตัวตั้ง

2. น่าเสียดายที่ นายกรัฐมนตรี พล.เอก ประยุทธ์ อาจจะหลงลืมไปว่าในฐานะที่เป็นผู้นำรัฐบาลควรจะเชิญชวนพรรคฝ่ายค้านทุกพรรคเข้ามาร่วมกันทำงาน ช่วยเหลือประชาชน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ คือการช่วงชิงทางการเมืองในเรื่องของความนิยมของประชาชน ก็เลยเกิดสภาวะน้ำลายท่วมประเทศไทย อยู่บนพื้นผิวของน้ำที่ท่วมอุบลราชธานี ช่างไร้สาระและเหลวไหลอย่างสิ้นเชิง

3. ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล ผ่านสื่อมวลชนที่ตัวเองสนับสนุนอยู่ก็มาโต้เถียงกันว่า ทำไม ไม่ใช้งบกลางในทันทีทันใด ฝ่ายรัฐบาลก็ออกมาชี้แจงว่า งบกลางมีอยู่จริง แต่ไม่ใช่จะเบิกได้ในวันนี้วันพรุ่งนี้ เพราะมีขั้นตอนหลายขั้นตอนที่ต้องทำให้เสร็จถึงจะเบิกได้
ท่านนายกฯ ก็น่าจะใช้โอกาสนี้ชี้แจงและแก้ไขปัญหาดังกล่าว เพื่อให้ทุกครั้งที่เกิดวิกฤติที่กระทบต่อประชาชน นายกฯ สามารถจะใช้งบกลางได้ทันที แบบกดปุ๊บใช้ได้ปั๊บ

4. ต้องชื่นชมคุณอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่ให้ลูกพรรคยอมสละเงินเดือน 1 เดือน เป็นจำนวน 5-6 ล้านบาท เข้ามาช่วยในการบรรเทาความทุกข์ยากของประชาชน แต่ในสภาและวุฒิสภา เรามีผู้ทรงเกียรติ์ถึง 750 คน น่าจะขอร้องและเชิญชวนผู้ทรงเกียรติ์ทั้ง 750 คนนี้ เสียสละเงินเดือนทั้งสภา คนละ 1 เดือน ก็น่าจะได้เงินเกือบๆ 100 ล้านบาท เรื่องแบบนี้ ถ้าท่านนายกฯ และหัวหน้าพรรคฝ่ายค้าน ประกาศออกมามันก็จะทำให้ได้รับการโมทนาสาธุ จากคนไทยทั่วประเทศ ผมขอย้ำ อยากให้เห็น สส. และวุฒิสมาชิก ทั้ง 750 คนนี้ แสดงเจตนารมย์เข้ามาช่วยบรรเทาความทุกข์ยากของพ่อแม่พี่น้องประชาชนที่ จ.อุบลราชธานี

5. การระดมทุนครั้งนี้ยังไม่สิ้นสุด เพราะจะต้องมีการต่อสู้กันทางการเมือง ชิงดีชิงเด่นกัน เพื่อให้เกิดความเข้าใจและความเชื่อว่า ตัวเองเข้ามาช่วยก่อน อีกฝ่ายมาทีหลัง เรื่องแบบนี้ต้องยุติได้แล้ว ต้องยุติการแสวงหาชื่อเสียง เอาเครดิตเข้าตัวเอง เพื่อให้ตัวเองได้โงดัง หรือมีชื่อ บนความเดือดร้อนความทุกข์ยากของประชาชน

6. ผมสงสาร คุณบิณฑ์ บันลือฤทธิ์ มากที่ตั้งใจจะช่วยประชาชน แต่กลับถูกอุ้มมาออกโทรทัศน์ เพื่อเป็นการสร้างเครดิตให้กับรัฐบาล
หน้าตาคุณบิณฑ์ เมื่อคืนนี้ สะท้อนให้เห็นความชอกช้ำใจที่ แทนที่จะได้ทำงานที่ตัวเองรัก กลับต้องมาเป็นไม้ประดับให้กับการระดมทุน

7. ท่านนายกฯ ต้องทำให้สังคมเห็นว่างานช่วยพี่น้องชาวอุบลยังไม่สิ้นสุด ที่สำคัญที่สุดเงินที่ระดมได้จากพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ ท่านต้องสามารถแจกแจงได้อย่างโปร่งใสให้ทุกคนเห็นว่า ทุกบาททุกสตางค์ที่จ่ายออกไปนั้น จ่ายไปให้ใครที่ไหนเพื่อทำอะไรบ้าง
เพราะในอดีต ทุกครั้งที่มีการระดมทุนเช่นนี้ พอระดมทุนเสร็จได้หน้าได้ตา ได้ชื่อได้เสียง ก็ปล่อยคนที่รับช่วงต่อซึ่งอาจจะไปปู้ยี่ปู้ยำเงินบริจาคก้อนนี้ด้วยความสบายใจ เพราะไม่มีใครสนใจอีกแล้ว

8. ท้ายที่สุดเพื่อบรรยากาศอันดีระหว่างรัฐบาลกับฝ่ายค้าน ท่านนายกฯ อาจจะต้องใจกว้าง กล่าวขอบคุณทุกคนโดยเฉพาะอย่างยิ่งพรรคฝ่ายค้าน ที่เข้ามาร่วมแรงร่วมใจช่วยกันแก้ปัญหา เพื่อเป็นการสร้างบรรยากาศที่ดีขึ้น แทนที่จะเอาชนะคะคานกัน

อย่าลืมว่า ทุกข์ของประชาชนนั้น ในภัยพิบัติ เป็นทุกข์ที่พวกเราทุกคนต้องไม่มีสี ไม่มีพรรค ไม่มีความกระสันอยากจะมีชื่อเสียง มีแต่เพียง จิตบริสุทธิ์ ที่พวกเราต้องการลงไปทำอะไรก็ได้เพื่อบรรเทาทุกข์

18 กันยายน 62

สนธิ ลิ้มทองกุล



กำลังโหลดความคิดเห็น...