xs
xsm
sm
md
lg

มท.1 ยอมรับปริมาณน้ำที่อุบลฯ มีมาก พยายามจะเอาให้อยู่ สั่ง จนท.ดูแลเข้ม 24 ชม.

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย (ภาพจากแฟ้ม)
“อนุพงษ์” เผยสถานการณ์น้ำท่วมที่อุบลฯ น้ำที่มีอยู่เดิมยังระบายไม่หมด ถือว่าหนักมาก ยอมรับว่าฝั่งอำเภอเมืองได้รับผลกระทบมาก สั่งการระบายน้ำ ติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำที่พิบูลมังสาหาร-โขงเจียม ประมาณ 60 เครื่อง ผลักดันน้ำออกจากพื้นที่ให้เร็วที่สุด

วันนี้ (13 ก.ย.) เมื่อเวลา 06.45 น. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง กรุงเทพฯ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์น้ำท่วมที่จังหวัดอุบลราชธานี ว่าปริมาณน้ำที่มีอยู่เดิมยังระบายไม่หมด และอย่างที่ทราบว่ามีปริมาณฝนตกลงมามาก อีกทั้งสถานการณ์น้ำฝั่งอำเภอวารินชำราบต่ำไปทำให้มีน้ำท่วมค่อนข้างมาก ในส่วนของฝั่งอำเภอเมืองฯ แม้จะมีการเตรียมการมาดีโดยตลอด แต่เมื่อประมาณ 01.00 น.มีปริมาณฝนตกลงมาอีก 80 มิลลิเมตร ถือว่าหนักมาก ยอมรับว่าฝั่งอำเภอเมืองฯ ได้รับผลกระทบมาก


สำหรับการดำเนินการในการระบายน้ำได้มีการติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ ทั้งที่อำเภอพิบูลมังสาหาร และโขงเจียม ประมาณ 60 เครื่อง ผลักดันน้ำออกจากพื้นที่ให้เร็วที่สุดเพื่อลดมวลน้ำ ขณะนี้ทำได้เพียงเท่านี้ก่อน ถ้าฝนไม่ตกลงมาเพิ่มอีกตั้งแต่บ่ายนี้เป็นต้นไปสถานการณ์น่าจะดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ในการดูแลประชาชนทุกภาคส่วนได้ดูแลอย่างเต็มที่ ทั้งความเดือดร้อนความเป็นอยู่และการสัญจร โดยมีจิตอาสา ตำรวจ ทหาร ลงพื้นที่ไปดูแล ขณะที่โรงพยาบาลต่างๆ ก็พยายามจะเอาให้อยู่ แต่ต้องยอมรับว่ามวลน้ำมีมาก


ผู้สื่อข่าวถามว่า ต้องมีการย้ายคนออกจากพื้นที่หรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์กล่าวว่า ตรงไหนที่จำเป็นก็ต้องย้าย เพราะมวลน้ำมีมาก และอุบลราชธานีเป็นพื้นที่ต่ำด้วย

พล.อ.อนุพงษ์กล่าวว่า ในทุกๆ สายน้ำทั้งแม่น้ำชี แม่น้ำมูล และน้ำในเขื่อนขณะนี้มีการชะลอน้ำ แต่ปัญหาอยู่ที่น้ำท่า มีมากและไหลลงสู่ที่ต่ำซึ่งทำให้เกิดผลกระทบ แต่ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้เตรียมเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง พยายามระบายน้ำที่ค้างออกให้เร็วที่สุด ในฝั่งเมืองคิดว่าเอาอยู่

พล.อ.อนุพงษ์กล่าวว่า นอกจากที่จังหวัดอุบลราชธานีแล้วยังมีที่จังหวัดอื่นอีกที่ต้องเฝ้าระวังนั้น แต่ปัญหาไม่หนักเท่าที่อุบลราชธานี ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชกระแสรับสั่งให้ดูแลประชาชนให้ดีที่สุด และให้ปรับแผนงานทุกหน่วยงานตามที่มีกระแสรับสั่งลงมา อย่างไรก็ตาม ทุกหน่วยงานได้เตรียมการในช่วงที่ผ่านมาเป็นอย่างดี พร้อมติดตามสถานการณ์ และแจ้งเตือนประชาชนอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ประชาชนเองก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีเมื่อบอกให้ย้ายหรืออพยพก็ยอมออกจากพื้นที่ซึ่งการสูญเสียส่วนหนึ่งก็เกิดขณะช่วงอพยพที่โดนน้ำพัดพาและเรือล่มบ้าง โดยหลังจากนี้จะดูแลเยียวยา รวมถึงซ่อมแซมบ้านเรือนให้ประชาชน


กำลังโหลดความคิดเห็น...