xs
xsm
sm
md
lg

แก้ รธน.ลุ้นกินหลายต่อ-เป้าหมายล้มกระดาน !?

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ
เมืองไทย 360 องศา




เริ่มเห็นการเคลื่อนไหวแก้ไขรัฐธรรมนูญมีความชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะจากพรรคฝ่ายค้านบางพรรค เช่น พรรคเพื่อไทย และ พรรคอนาคตใหม่ โดยเฉพาะพรรคอนาคตใหม่ที่เริ่มใช้วิธีเดินสายปลุกมวลชนสนับสนุนการเคลื่อนไหวในครั้งนี้แบบเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ โดยหลายคนที่จับตามองการเคลื่อนไหวดังกล่าวพอมองออกว่านี่คือการเคลื่อนไหวแบบที่มี “เดิมพัน” อนาคตทางการเมืองของพวกเขาเลยทีเดียว

ขณะเดียวกัน อีกด้านหนึ่งก็ยังมีความคิดเห็นสวนทางกันอย่างชัดเจน ก็คือ เมื่อพิจารณาจากผลสำรวจที่ออกมาชาวบ้านกลับมองว่าอยากให้แก้ไขเรื่องปัญหาปากท้อง และเรื่องเศรษฐกิจเป็นเรื่องเร่งด่วนก่อน ที่จะคิดแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือความเห็นคนส่วนใหญ่ มองว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ได้เกี่ยวข้องกับการทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น ความหมายก็คือชาวบ้านมองกันคนละมุมกับนักการเมือง

อย่างไรก็ดี หากกล่าวถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน คือ ฉบับปี 2560 นั้น หากคิดจะแก้ไขก็รับรู้กันอยู่แล้วว่าทำได้ยาก จะต้องได้รับความร่วมมือ หรือต้องได้รับการเห็นพ้องจากทุกฝ่ายถึงจะแก้ไขได้สำเร็จ ที่สำคัญ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่านการลงประชามติมาแล้ว ก็ถือว่ามีความชอบธรรมในระดับหนึ่ง หากจะมีการแก้ไขก็ต้องมีขั้นตอนในการทำประชามติอีกด้วย ถือว่าไม่ใช่เรื่องง่าย หากความเห็นทุกฝ่ายไม่เป็นเอกภาพ หรือมีการ “ตกผลึก” ทางความคิดร่วมกันว่าจะต้องมีการแก้ไข

แม้ว่าเวลานี้จะเห็นการเคลื่อนไหวของบางพรรคในฝ่ายรัฐบาล เช่น พรรคประชาธิปัตย์ ที่เคลื่อนไหวให้แก้ไขรัฐธรรมนูญด้วย แต่เมื่อพิจารณาจากท่าที และอาการแล้ว เป็นเพียงความเคลื่อนไหวในกลุ่มที่เคยสนับสนุน อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคในอดีต ที่อ้างว่า เคยคัดค้านรัฐธรรมนูญฉบับนี้มาก่อน ขณะที่ความเห็นจากทีมบริหารพรรคในปัจจุบัน กลับไม่ได้แสดงท่าทีออกมา ขณะที่พรรคแกนนำรัฐบาลอย่างพรรคพลังประชารัฐ ยังสงวนท่าทีอยู่ โดยอ้างว่าต้องเร่งแก้ไขเรื่องเศรษฐกิจปากท้องก่อน เป็นต้น รวมไปถึงพรรคร่วมรัฐบาลอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นพรรคภูมิใจไทย และ ชาติไทยพัฒนา ก็ไปในทางเดียวกันกับพรรคพลังประชารัฐ

ดังนั้น หากให้สรุปแบบรวมๆ ในเวลานี้ ที่เคลื่อนไหวให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญแบบชัดเจนที่สุด ก็เห็นจะมีเพียงพรรคเพื่อไทย กับ พรรคอนาคตใหม่ โดยเฉพาะพรรคหลังมีความพยายามเคลื่อนไหวในต่างจังหวัด เช่น ภาคอีสาน และ ภาคเหนือ โดยเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค พร้อมด้วยทีมงานของพรรค ไปรณรงค์ในเรื่องนี้ที่จังหวัดขอนแก่น และ มหาสารคาม แต่เมื่อฟังจากน้ำเสียงและท่าทางแล้ว พวกเขากำลังถูกมองว่ากำลัง “ปลุกระดม” ให้มีการชุมนุมบนท้องถนน เพื่อกดดันให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน

หลายคนมองว่า นี่คือ “เกมการเมือง” อย่างที่ระบุไว้ตั้งแต่ต้นว่า พรรคอนาคตใหม่ กำลังวาง “เดิมพัน” ทางการเมือง จนถึงตั้งคำถามว่า ต้อง “สร้างกระแสให้เกิดความปั่นป่วน” ขึ้นมาหรือไม่ หลายคนยังรับรู้ว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญมักตามมาด้วยความตึงเครียดทางการเมือง ถึงขั้นเกิดเหตุวุ่นวายตามมาเกือบทุกครั้ง

คราวนี้ก็เช่นเดียวกัน เริ่มมีการมองกันไปแบบนั้น หากพิจารณากันถึงช่วงจังหวะเวลาที่เห็นตรงกันว่า แม้รัฐธรรมนูญฉบับนี้จะมีการเสียงวิจารณ์มากมาย แต่ส่วนใหญ่ก็เป็นเสียงของฝ่ายที่เสียประโยชน์ หรือมี “วาระซ่อนเร้น” อีกทั้งรัฐธรรมนูญเพิ่งบังคับเพียงไม่กี่ปีเท่านั้น ขณะที่พรรคอนาคตใหม่นั้น จะว่าไปแล้วพวกเขาได้รับประโยชน์จากรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไปมากกว่าใครจากสูตรคำนวณจำนวน ส.ส.ในแบบบัญชีรายชื่อ ซึ่งที่ผ่านมา พวกเขาก็ไม่เคยแสดงความเห็นเกี่ยวกับประเด็นที่ตัวเองได้ประโยชน์ แต่จะเน้นในเรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญแบบรวมๆ หรือหากมีก็เคยมีความเห็นของ ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคที่เสนอให้แก้ไขในหมวดที่เกี่ยวกับอำนาจ ส.ว.โดยเสนอให้แก้ไขเพียงมาตราเดียวเท่านั้น แต่คราวนั้นหากจำกันได้เคยถูกตอกกลับมาจากพรรคเพื่อไทย ว่าต้องแก้ไขทั้งฉบับ โดยให้เหตุผลว่า ไม่ว่าจะแก้เพียงมาตราเดียว หรือทั้งฉบับก็ตองใช้พลังไม่ต่างกัน และตั้งแต่นั้นมา ปิยบุตร ก็เงียบเสียงในเรื่องดังกล่าว แต่จะพยายามพูดเน้นย้ำในภาพรวมๆ โดยรณรงค์ต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับเผด็จการเท่านั้น

อย่างไรก็ดี หากย้อนกลับไปพิจารณาคำพูดในช่วงก่อนการเลือกตั้งของ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่เคยระบุว่า “จะรื้อฟื้นคดีของ ทักษิณ ชินวัตร ขึ้นมาพิจารณากันใหม่” โดยเขาให้เหตุผลว่ามีแรงจูงใจทางการเมือง และไม่เป็นธรรม ซึ่งตอนนั้นอาจเป็นเจตนาทางการเมืองที่ต้องการเสียงสนับสนุนจากกลุ่มคนที่เคยสนับสนุนพรรคเพื่อไทย หรือ พรรคไทยรักษาชาติ ที่เพิ่งถูกยุบไปในตอนนั้นให้เทมาทางนี้ ดังที่ได้เห็นในหลายเขตเลือกตั้ง

แม้กระทั่งในงานเสวนาเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ก็ได้ตั้งข้อสังเกตในเรื่องคำพูดแบบนี้ต่อหน้า ธนาธร ว่า จะทำให้เกิดความวุ่นวายตามมา และที่สำคัญจะทำให้การแก้ไขไม่สำเร็จ

ขณะที่ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ก็ปฏิเสธว่าไม่ได้พูดเอ่ยชื่อแบบเจาะจงใคร โดยเขาบอกว่าน่าจะมีการออกกฎหมายในลักษณะที่เคยมีเป็นคำสั่งแบบคำสั่งสำนักนายกฯ ที่ 66/23 เพื่อเยียวยาผู้กระทำผิดทั้งหมดในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ความหมายก็คือ การออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้ทั้งหมดหรือเปล่า ซึ่งในจำนวนนั้นก็น่าจะรวมไปถึง ทักษิณ ชินวัตร และ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร สองพี่น้องด้วยหรือเปล่า

นอกเหนือจากนี้ การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ต้องจับตา ก็คือ แม้ในเวลานี้จะยังไม่ชัดเจนว่าจะแก้แบบไหน จะแก้บางมาตราเพื่อเป็นประตูไปสู่การร่างใหม่ทั้งฉบับหรือเปล่า แต่ที่ต้องมาลุ้นกันว่ามันบังเอิญว่า ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และ พรรคอนาคตใหม่ กำลังลุ้นในหลายคดีสำคัญที่เกี่ยวข้องกับอนาคตทางการเมือง หรือถึงขั้นอาจถูกยุบพรรค ถูกตัดสิทธิ์การเมือง จากคดีถือหุ้นสื่อ และคดีปล่อยเงินกู้ให้พรรค เป็นต้น มันถึงถูกมองแบบโยงว่ามันต้อง “ปั่นให้ป่วน” เพื่อล้มกระดานเพื่อให้ตัวเองรอดหรือเปล่า !!








กำลังโหลดความคิดเห็น...