xs
xsm
sm
md
lg

นายกฯ เผย ในหลวง-ราชินี ทรงห่วงปชช. ขออย่าเชื่อใครบอกให้อะไรง่ายต้องยึดกม.

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


"ประยุทธ์" นำคณะครม.ตรวจเยี่ยมผู้ประสบอุทกภัยชุมชนวัดกลางศรีไตรภูมิ ยโสธร เผย ในหลวง-ราชินี ทรงห่วงปชช. ยันรัฐหามาตรการช่วยเพิ่มเติมให้ ขออย่าเชื่อใครบอกให้อะไรง่ายๆ ปัดหวงแต่ต้องยึดกม. ติดตลกบอกพูดอีสานไม่รู้เรื่องเพราะย้ายไปนาน

วันนี้ (9ก.ย.) เมื่อเวลา 13.10 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม พร้อมด้วย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ นายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เดินทางถึงท่าอากาศยานทหารกองบิน 21 อ.เมือง จ.อุบลราชธานี และเดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์ ไปยังจุดจอด ฮ.สวนสาธารณะพญาแถน ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ยโสธร โดยนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยระหว่างที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมเดินนั่งอยู่บนเฮลิคอปเตอร์ระหว่างเพื่อตรวจสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จ.อุบลราชธานีและจ.ยโสธรทางอากาศ ซึ่งนายกฯ ได้กางแผนที่เพื่อดูผังเมืองสภาพภูมิศาสตร์ พบว่าส่วนใหญ่ความเสียหาย เกิดจากน้ำล้นตลิ่งไหลท่วมเป็นวงกว้าง ในพื้นที่ลุ่มต่ำซึ่งเกิดจากน้ำฝนตกเป็นปริมาณมากเกิน 300 มิลลิเมตร หรือฝนตกนานเป็นวัน นายกฯ จึงสั่งให้เร่งระบายน้ำหรือจูงน้ำไปหาที่กักเก็บไว้ใช้ในฤดูแล้ง

สำหรับพื้นที่น้ำท่วมส่วนใหญ่เป็นของประชาขน นายกฯได้สั่งการให้หน่วยงานในท้องถิ่นทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน และหามาตรการช่วยเหลือทดแทน หากต้องใช้เป็นพื้นที่แก้มลิง อย่างที่เคยทำในจังหวัดอยุธยา และที่จังหวัดพิษณุโลก ทั้งนี้นายกฯ ยังได้สั่งการให้เพิ่มการขุดลอกลุ่มน้ำสาขา ทำพนังกันน้ำประตูน้ำเพิ่มอีก ซึ่งจะต้องใช้เวลาและงบประมาณสูงมากพอสมควร แต่ก็จะต้องทยอยทำไปเรื่อยๆ ซึ่งขณะนี้ระดับน้ำอยู่ในสภาพทรงตัว หากไม่มีพายุเข้า หรือมีฝนตกเพิ่ม คาดว่าน้ำจะลดระดับได้โดยเร็วหลังจากน้ำลด ขอให้ทางกระทรวงคมนาคม เร่งซ่อมเส้นทางเพื่อใช้งานชั่วคราวให้ได้ก่อนการซ่อมถาวร ซึ่งต้องรอให้ดินแห้งและน้ำลด

นายกฯ ได้ย้ำว่า เราไม่สามารถแก้ปัญหาทั้งหมดได้ในคราวเดียว เพราะสถานการณ์น้ำมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา จึงขอความร่วมมือจากสื่อมวลชนและหน่วยราชการในท้องถิ่น รวมตลอดถึงผู้แทนราษฎรในพื้นที่ให้ความรู้ แจ้งเตือน กับประชาชน โดยทุกสิ่งที่สื่อสารกับประชาชนจะต้องเป็นไปตามกรอบกฎหมายด้วย

ก่อนเดินทางด้วยรถทรานซ์ฟอร์เมอร์ หมายเลขทะเบียน 7 กบ. 5125 กรุงเทพมหานคร เพื่อไปเยี่ยมผู้ประสบอุทกภัยที่วัดกลางศรีไตรภูมิ ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย อ.เมือง จ.ยโสธร โดยระหว่างทางนายกฯ ได้นั่งรถตรวจสภาพปัญหาในพื้นที่ประสบอุทกภัยริมแม่น้ำชีและแม่น้ำยัง ที่ไหลมาบรรจบกัน ซึ่งมีน้ำเอ่อล้นขึ้นมาบนผิวถนน

จากนั้นนายกฯ ได้พบปะประชาชนที่มาต้อนรับกว่า 200 คน โดยมีนายนิกร สุกใส ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร ให้การต้อนรับและกล่าวรายงาน ทั้งนี้ทันทีที่มาถึง นายกฯได้ทักทายกับหน่วยแพทย์ที่มาดูแลประชาชน พร้อมให้กำลังใจว่า “เหนื่อยหน่อยนะ มีภัยแบบนี้ก็ต้องช่วยกัน” พร้อมกับกล่าวกับประชาชนว่า ตนได้นำรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่มาด้วยเพื่อให้ทุกคนสบายใจว่า รัฐบาลไม่ทอดทิ้งทุกคน และสิ่งแรกที่มาวันนี้อยากนำความของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระราชินี ที่ทรงเป็นห่วงประชาชนและฝากความห่วงใยมากับรัฐบาล และผ่านโครงการต่างๆ ของทุกพระองค์ อย่างไรก็ตามวันนี้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน 32 จังหวัด ซึ่งรัฐบาลต้องดูแลคนทุกจังหวัด ไม่ได้ทำให้พื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งตนไม่ใช่คนแบบนั้น วันนี้ประเทศไทยมีปัญหาเรื่องน้ำ ซึ่งการทำระบบชลประทานไม่สามารถทำได้ทุกพื้นที่ เพราะแต่ละพื้นที่มีความแตกต่างกัน ขณะเดียวกันเราเคยเจอเหตุการณ์น้ำท่วมเมื่อปี 2554 มาแล้ว เหตุการณ์วันนี้ก็ต้องมีกำลังใจ ซึ่งทุกคนได้รับความเดือดร้อนแน่นอน เพราะฝนตกมากกว่าปกติ

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ในเรื่องการทำนาตนจะไปบังคับใครไม่ได้ แต่หากทำแบบเดิม ก็จะมีปัญหาแบบเดิมและทำให้เสียงบประมาณ จึงขอให้บางส่วนลองทำเกษตรแบบผสมผสาน เพื่อให้มีน้ำเพียงพอในการทำการเกษตร สำหรับการเยียวยาทางการเกษตรยืนยันว่า รัฐบาลมีมาตรการช่วยเหลือตามกฎหมายและกฎระเบียบของกระทรวงการคลัง ซึ่งตรงนี้จะเป็นพื้นฐานที่ผู้ได้รับความเสียหายจะได้รับการเยียวยา รวมถึงค่าซ่อมแซมที่อยู่อาศัยและเงินเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิต และทราบว่าขณะนี้มีผู้เสียชีวิต 23 คน ตนขอแสดงความเสียใจ อย่างไรก็ตามเชื่อว่าสามารถช่วยเหลือได้มากกว่านี้ โดยให้ไปหามาตรการที่เหมาะสมที่เป็นไปตามกฎหมายและพ.ร.บ.การเงินการคลัง ไม่ใช่ใครพูดว่าจะให้ แล้วให้ได้เลยเพราะผิดกฎหมาย จึงต้องนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ซึ่งคงไม่มีใครอยากให้ตนไปติดคุก แต่เงินต้องใช้ให้ถูกด้วย ยืนยันการให้เงินประชาชนตนไม่ได้หวงอะไร แต่ต้องทำให้ถูกต้อง และใครที่บอกว่าทำง่ายๆ ก็อย่าไปเชื่อ ถ้าทำง่ายจริงคงทำกันมานานแล้ว แต่ตนจะทำให้เร็วกว่าเดิม

นายกฯ กล่าวว่า วันนี้ต้องการมาดูด้วยตาตัวเองว่าเป็นไปตามสิ่งที่รายงานขึ้นไปหรือไม่ และขอให้ทุกคนซื่อสัตย์ต่อกันในการไปสำรวจ ว่าได้รับความเสียหายอย่างไร เพราะทุกคนจะได้ทั้งหมดไม่ได้ เพราะเงินจะไม่พอไปช่วยพื้นที่อื่น ทั้งนี้ 5 ปีที่ผ่านมาตนมาอีสานหลายครั้ง และได้อนุมัติหลายโครงการในการประชุมครม.สัญจร แต่เวลาทำอะไรต้องมีการศึกษาและสอบถามประชาชน ซึ่งบางครั้งประชาชนไม่ยอมก็เป็นปัญหาว่ารัฐบาลจะทำอย่างไร แต่หากจำเป็นก็จะมีมาตรการเยียวยา ไม่ได้หมายความว่าจะไปไล่ที่ใคร

"ในส่วนโครงการต่างๆ นั้น งบประมาณปี 2563 ก็เพียงพอจะจ่ายให้ได้ และในส่วนของ 6 โครงการที่จังหวัดได้เสนอมาก็ให้สนทช.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปพิจารณาว่าทำได้หรือไม่ได้อย่างไร เพื่อให้ทันม.ค. ปี 63 เพราะเราช้ามาแล้ว เนื่องจากมีการเลือกตั้งและกำลังจะมีเรื่องแก้รัฐธรรมนูญอะไรกันอีก ทำให้ยุ่งไปหมดก็ช่างเขา แต่ผมก็ทำงานของผมไป ใครที่ไม่ทำก็ช่างเขา แต่ใครไม่อยากให้ทำต่อในโครงการต่างๆบ้าง ที่พูด ไม่ใช่ให้ผมอยู่ต่อ และที่ผ่านมาเราทำมาเยอะแล้ว ทั้งโครงการแก้ภัยแล้งและน้ำท่วม"นายกฯ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า นายกฯ เนรมิตรให้ใครไม่ได้ แต่ยืนยันจะทำให้ด้วยความร่วมมือระหว่างเรา และฝากสาธารณสุขให้ดูแลในเรื่องน้ำกัดเท้าและสัตว์มีพิษ รวมถึงไข้หวัด ซึ่งนายกฯ ห่วงพวกเราทุกวันทุกคืน อยู่กรุงเทพฯ ตนก็ไม่ได้สบาย เพราะก่อนหน้านี้ฝนไม่ตกก็ต้องสวดมนต์ให้ฝนตก วันนี้ก็ต้องสวดมนต์ให้ฝนหยุดตกอีกแล้ว

ผู้สื่อข่างรายงานว่า ก่อนที่นายกฯ และครม. ได้มอบถุงยังชีพให้กับตัวแทนผู้ประสบอุทกภัยจังหวัดยโสธร ทั้งนี้ตลอดการพูดคุยกับชาวบ้าน นายกรัฐมนตรี พยายามพูดคุยด้วยภาษาอีสาน แต่ไม่ค่อยมีเสียงตอบรับ นายกรัฐมนตรี จึงพูดว่า "ตกลงฉันพูดอีสานไม่รู้เรื่องหรอจ๊ะ ขอโทษทีย้ายไปนานแล้ว เกิดโคราชแต่ย้ายไปนานแล้ว"

จากนั้นนายฯ ได้กราบนมัสการ พระครูใบฎีกา ชินาธิปสุรปัญโญ เจ้าอาวาสวัดกลางศรีไตรภูมิ โดยเจ้าอาวาสได้มอบพระพุทธรูปอุปคุตปางจกบาตร ให้แก่นายกฯ ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงท้ายระหว่างนายกฯ กำลังพบกับประชาชน ฝนได้ตกลงมาโปรยปราย





กำลังโหลดความคิดเห็น...