xs
xsm
sm
md
lg

“สมเจตน์” ชี้แก้ รธน.ต้องประชามติ ดักเรื่องนี้มักเป็นวิกฤต รบ. ตีเช็คเปล่าไม่สำเร็จ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม (แฟ้มภาพ)
“ส.ว.สมเจตน์” ระบุแก้รัฐธรรมนูญต้องทำประชามติแบบรัฐธรรมนูญปี 50 ย้อนวิกฤตทางการเมืองของรัฐบาลเริ่มต้นจากเรื่องนี้ ดักต้องฟังรอบด้านถ้าตีเช็คเปล่าไม่มีทางสำเร็จ

วันนี้ (6 ก.ย.) พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) กล่าวถึงกรณีขณะนี้มีพรรคการเมืองได้เสนอเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้าสู่สภาฯ ว่าตนมีความเห็นดังนี้ คือ 1. รัฐธรรมนูญ 2560 เป็นฉบับที่มีเงื่อนไขแก้ไขได้ยาก 2. การแก้ไข จึงจำเป็นจะต้องแก้ไขมาตรา 256 เรื่องหลักเกณฑ์วิธีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อเปิดช่องให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ซึ่งเรื่องทำนองนี้เคยเกิดขึ้นแล้ว เมื่อครั้งการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับ2550 เมื่อปี2555 สมัย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกฯ ในครั้งนั้นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า ทำไม่ได้ หากจะทำ ต้องไปทำประชามติเสียก่อน เนื่องจากรัฐธรรมนูญ 2550 มาจากการทำประชามติ 3. ตนเห็นว่ารัฐธรรมนูญฉบับ 2560 ก็มาจากการทำประชามติเช่นเดียวกัน หากเรื่องดังกล่าวผ่านรัฐสภาแล้ว ก็ต้องไปทำประชามติเสียก่อน ตามมาตรา 256 (8)

พล.อ.สมเจตน์กล่าวว่า วิกฤตทางการเมืองของรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง มักจะเริ่มต้นมาจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เช่น 1. สมัยรัฐบาลของนายสมัคร สุนทรเวช เริ่มต้นมีนโยบายจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในปลายวาระรัฐบาลปี 2554 แต่เมื่อศาลรัฐธรรมนูญ จะพิจารณายุบพรรคพลังประชาชน จากเหตุกรรมการบริหารพรรคซื้อเสียง ในเดือน เม.ย. 2551 นายสมัครจึงเปลี่ยนใจจะเสนอญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ก็ชุมนุมคัดค้าน จนกระทั่งนายสมัครถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ขาดคุณสมบัตินายกฯ ต่อมานายสมชายวงศ์สวัสดิ์เป็นนายกฯต่อ พธม.ก็ยึดสนามบิน ปลายปี 2551 จากนั้นศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคพลังประชาชน 2. ในต้นปี 2555 พรรคร่วมรัฐบาลเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 291 ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าต้องไปทำประชามติก่อน 3. ต้นปี 2556 พรรคร่วมรัฐบาล เสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา แล้วเสนอ พ.ร.บ.นิรโทษกรรม นำไปสู่การประท้วงของกลุ่ม กปปส. ต่อเนื่องด้วยการยุบสภา จากนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ก็ใช้อำนาจขัดรัฐธรรมนูญจนต้องขาดคุณสมบัตินายกฯ กระทั่งในเดือน พ.ค. 2557 คสช.ก็ยึดอำนาจ เป็นต้น

พล.อ.สมเจตน์กล่าวว่า ส่วนกรณีล่าสุดที่นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ เสนอญัตติเรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกมธ.วิสามัญศึกษาปัญหา และแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 นั้น ตนว่าทำได้ แต่จะสำเร็จหรือไม่ต้องดูความเห็นพ้องของทุกฝ่าย ส่วนตัวไม่ได้ขวางการเเก้รัฐธรรมนูญ เพราะมีตัวอย่างการแก้รัฐธรรมนูญที่ทำสำเร็จมาเเล้ว อาทิ ในครั้งที่มีการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ จนนำไปสู่การร่างรัฐธรรมนูญฉบับ 2540 รวมถึงตอนรัฐธรรมนูญ 2550 ที่พรรคประชาธิปัตย์ ก็เป็นพรรคเริ่มต้นแก้ไขเรื่องการเลือกตั้ง ส.ส. จากเดิมมี ส.ส.เขตใหญ่ 3 คน ไปเป็นเขตเล็กคนเดียว อย่างไรก็ตาม หากรอบนี้ถ้าผู้เสนอแก้อธิบายให้ชัดเจนว่าจะแก้เรื่องอะไร แก้แล้วส่วนรวมได้ประโยชน์อย่างไร ก็อาจจะสำเร็จ แต่ถ้าแก้ไขมาตรา 256 เลย โดยไม่ชี้แจงเหตุที่แก้ จะเหมือนการเซ็นเช็คเปล่าให้ไปกรอกตัวเลขโดยไม่มีกรอบที่ชัดเจน รวมถึงฟังความเห็นพ้องจากทุกฝ่าย กรณีนี้จะไม่สำเร็จแน่นอน


กำลังโหลดความคิดเห็น...