xs
xsm
sm
md
lg

เกมซักฟอกปมถวายสัตย์ฯพลิกกดดันฝ่ายค้าน !?

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


เมืองไทย 360 องศา





ในที่สุดก็ได้ฤกษ์ซักฟอก “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกันเสียที หลังจากที่ฝ่ายรัฐบาล โดยมีการยืนยันชัดเจนแล้วว่าจะเปิดโอกาสให้ฝ่ายค้านได้อภิปรายในญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปโดยไม่มีการลงมติ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 ในวันที่ 18 กันยายน โดย พล.อ.ประยุทธ์ ยืนยันว่าจะไปชี้แจงต่อสภาด้วยตัวเอง

สำหรับประเด็นที่ฝ่ายค้านสงสัยและยื่นเป็นญัตติดังกล่าวประกอบด้วยสองเรื่องหลักคือ “ถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วน” โดยระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี อาจเข้าข่ายกระทำขัดรัฐธรรมนูญ และอีกเรื่องคือระบุว่า รัฐบาลแถลงนโยบายโดยไม่ระบุที่มาของรายได้หรืองบประมาณในการใช้จ่าย ซึ่งเข้าข่ายความผิดเช่นเดียวกัน

ที่ผ่านมาฝ่ายค้านได้พยายามหาทางซักฟอก “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มาหลายรอบแล้ว ทั้งใช้วิธีกดดันทั้งในและนอกสภา แต่ก็ยังไม่สำเร็จ ด้วยเหตุผลหลายๆอย่างประกอบกัน

อย่างไรก็ดีเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นำคณะรัฐมนตรีเข้าเฝ้าฯเพื่อรับฟังพระราชดำรัสพร้อมลายพระหัตถ์ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานแก่คณะรัฐมนตรี ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้นำใส่กรอบทองโชว์ให้นักข่าวดูอย่างมีความสุข

ขณะเดียวกันในวันเดียวกัน เวลาหลังจากนั้นไม่กี่ชั่วโมง ผู้ตรวจการแผ่นดินได้มีมติเป็นเอกฉันท์ส่งคำร้องในกรณีถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์ไม่เป็นไปตามบทบัญญัติ มาตรา 161 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 เป็นการกระทำที่ “ละเมิดต่อสิทธิเสรีภาพ” ของผู้ร้องเรียน โดยส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ส่วนประเด็นที่ร้องว่าถวายสัตย์ฯครบไม่ครบนั้นผู้ตรวจการแผ่นดินตีตกไปแล้ว เนื่องจากเห็นว่าเป็นเรื่องของการกระทำ ไม่ใช่บทบัญญัติกฎหมาย

สรุปรวมๆก็คือ เวลานี้ผู้ตรวจการแผ่นดินได้ส่งเรื่องไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเรียบร้อยแล้ว ทุกอย่างนับจากนี้ไปขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญว่าจะออกมาอย่างไร

แม้ว่าโดยรวมแล้วยังต้องลุ้นว่าผลจะออกมาแบบไหนทางบวกหรือลบสำหรับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แต่ขณะเดียวกันอีกด้านหนึ่งก็ต้องถือว่า เขาสามารถใช้ขั้นตอนแบบนี้เป็นหลังพิงเอาไว้ได้อย่างแน่นหนา นั่นคือ สามารถโบ้ยได้ว่าเมื่อเรื่องอยู่ในขั้นตอนของศาลแล้วก็ไม่สมควรไปก้าวล่วง ต้องรอศาลวินิจฉัยออกมาก่อนและย้ำว่าไม่ว่าผลจะออกมาแบบไหนก็พร้อมจะน้อมรับอะไรประมาณนี้

ขณะที่ประเด็นที่เกี่ยวกับการแถลงนโยบายรัฐบาลโดยไม่แจกแจงที่มางบประมาณนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีก็น่าจะสามารถชี้แจงไม่ยาก อีกทั้งยังมีบรรดารัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องร่วมชี้แจงได้ตลอดเวลา ประเด็นหลังนี้จึงไม่น่ามีอะไรให้ติดตามมากนัก

อย่างไรก็ดีสิ่งที่น่าติดตามก็คือ เวลานี้ “เกมเริ่มพลิก” หักมุมกลายเป็นว่าเมื่อยืดระยะออกไป กลายเป็นว่าทุกอย่างเริ่มเข้าทางฝ่าย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และรัฐบาล ทั้งในเรื่องที่มีการส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยปมถวายสัตย์ฯ ที่เชื่อว่าฝ่ายค้านก็ต้องมีข้อจำกัดในการอภิปราย จากเดิมที่คิดว่าจะสบช่องถล่ม “ลุงตู่” ในสภา แต่เมื่อออกมาแบบนี้ถึงอย่างไรมันก็ไม่สะดวกอยู่ดี แม้ว่า ทางฝ่ายค้านจะยืนยันว่าจะอภิปรายคู่ขนานกันไป แต่เชื่อเถอะไม่มีทางเต็มร้อย เพราะมีประเด็นละเมิดอำนาจศาล ซึ่ง ส.ส.ก็คงไม่อยากเสี่ยง

นอกเหนือจากนี้ในกรณีการกล่าวหาว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นำคณะรัฐมนตรีถวายสัตย์ฯไม่ครบถ้วนนั้น กลายเป็นว่าขณะนี้ ฝ่ายค้านกำลังถูกจับตามองว่า มีเจตนาซ่อนเร้นอะไรหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประเด็นการถวายสัตย์ฯเป็นเรื่องละเอียดอ่อนอาจกระทบสถาบันเบื้องสูง และที่ผ่านมาเมื่อพิจารณาจากแบ็กกราวด์ของฝ่ายค้านบางคน เช่น ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคต รวมไปถึง ส.ส.อีกบางคน ล้วนถูกมองด้วยความสงสัยว่ามีทัศนคติที่เป็นอันตรายต่อสถาบัน มันก็ยิ่งเกิดแรงกดดัน

อีกทั้งจะว่าไปแล้วเรื่องปมถวายสัตย์ฯนั้นเวลาผ่านล่วงเลยมานานแล้ว หากเปรียบเทียบเป็นข่าวก็ต้องบอกว่าเป็น “ข่าวเก่า” อารมณ์ความสนใจของสังคมได้ลดน้อยถอยลงไปแล้ว อารมณ์ของชาวบ้านกำลังจดจ่ออยู่กับเรื่องภัยธรรมชาติที่พี่น้องในภาคอีสานและภาคเหนือกำลังประสบกับภาวะเดือดร้อนจากน้ำท่วม มากกว่ามาสนใจการอภิปรายของฝ่ายค้านในสภา ขณะเดียวกันการเปิดให้อภิปรายกันในวันที่ 18 กันยายน ซึ่งเป็นวันสุดท้ายก่อนปิดสมัยประชุมสมัยสามัญ มันก็ยิ่งทำให้ฝ่ายค้านมีข้อจำกัดมีเวลาเพียงแค่ 14 ชั่วโมงเท่านั้น และในจำนวนนั้นก็ต้องแบ่งให้รัฐมนตรี ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลได้อภิปรายด้วย

ดังนั้นหากพิจารณาในภาพรวมแล้ว เกมซักฟอก “บิ๊กตู่”และรัฐบาลในครั้งนี้ เมื่อดูจากช่วงเวลา และขั้นตอนในศาลรัฐธรรมนูญแล้ว อีกทั้งเมื่อปมถวายสัตย์ฯถูกมองเป็นเรื่องละเอียดอ่อนก็กลายเป็นว่าสังคมก็ต้องจ้องมองว่าฝ่ายค้านจะอภิปรายแบบไหน จะกระทบสถาบันฯหรือไม่ ขณะที่นายกฯแม้จะไปนั่งฟังก็อาจจะไม่ชี้แจงโดยระบุให้รอการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ส่วนประเด็นอื่นก็ทั่วไปไม่น่ามีปัญหา ปิดประชุม !!


กำลังโหลดความคิดเห็น...