xs
xsm
sm
md
lg

นายกฯ เผยพระราชกระแส ร.๑๐ รับสั่งดูแล ปชช.ให้ดีที่สุด ถกผู้ว่าฯ จัดทำพื้นที่รับน้ำ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


“ประยุทธ์” เผย เป็นพระมหากรุณาธิคุณ ในหลวง ร.๑๐ ทรงห่วงใยราษฎร มีพระราชกระแสรับสั่งมาดูแล ปชช.ให้ดีที่สุด ถก 17 ผวจ.ภาคเหนือ เร่งเจรจาเอกชนจัดทำพื้นที่รับน้ำ ขอทุกคนอย่าทิ้งอัตลักษณ์ความเป็นไทย ชี้ ใครบอกรื้อใหม่เลอะเทอะ

วันนี้ (4 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนการประชุมร่วมกับผู้ว่าราชการทั้ง 17 จังหวัด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ได้พบปะกับกลุ่มนักเรียนวิทยาลัยอาชีวะ สาขาอาหารและโภชนาการ จ.พิษณุโลก ที่มาจัดทำอาหารว่างให้การต้อนคณะของนายกรัฐมนตรี และผู้ว่าราชการ 17 จังหวัด โดยนายกฯกล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ได้มาพบกันในวันนี้ ขอให้ทุกคนในฐานะคนรุ่นใหม่ได้ช่วยกัน ในส่วนของนายกรัฐมนตรี จะต้องทำงานให้กับคนทั้งรุ่นใหม่และรุ่นเก่า เพราะวันนี้เราไม่สามารถทิ้งคนรุ่นเก่าได้ เนื่องจากทุกอย่างมีการศึกษาต่อเนื่อง มีประวัติศาสตร์ของชาติ และขอทุกคนอย่าทิ้งอัตลักษณ์ความเป็นไทย หากจะมีใครบอกว่ารื้อและทำใหม่ทั้งหมด คงเป็นไปไม่ได้ อย่าไปฟัง เขาพูดเลอะเทอะ ที่อยู่ตรงนี้มีใครพูดหรือไม่ เด็กนักเรียนอาชีวะ กล่าวตอบว่า “ไม่มี” ทั้งนี้ ระหว่างที่ นายกรัฐมนตรีถ่ายภาพร่วมกับกลุ่มนักเรียนเป็นที่ระลึก ได้ถามว่า การเลือกตั้งที่ผ่านมา ไปใช้สิทธิเลือกตั้งกันหรือเปล่า ซึ่งเด็กนักเรียนกล่าวตอบว่า เพิ่งจะอายุ 18 เลยไม่ได้ไปใช้สิทธิ

จากนั้นนายกรัฐมนตรีกล่าวมอบนโยบายว่า วันนี้นำรัฐมนตรีมาด้วย ทั้ง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ส่วนรัฐมนตรีท่านอื่นบางคนติดการประชุมสภาฯ เลยมาด้วยไม่ได้ แต่ก็ยังมีปลัดกระทรวงมาด้วยหลายคน

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ขอกำชับเรื่องพื้นที่กักเก็บน้ำ โดยให้หาแนวทางคุยกับเอกชนที่มีพื้นที่ เพื่อจัดทำทำพื้นที่กักเก็บน้ำใน โครงการต่างๆ เพื่อบริหารจัดการน้ำ โดยเฉพาะในลุ่มน้ำยมพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก และจังหวัดสุโขทัย หากโครงการใหญ่ดำเนินการได้ยาก ก็ต้องเร่งดำเนินการในโครงการเล็กไปก่อน เพื่อให้สามารถได้ประโยชน์ในภาพรวม พร้อมทั้งจะต้องหาแนวทางในการบริหารจัดการน้ำอย่าให้เกิดการระบายน้ำทิ้งอย่างเดียว แต่ต้องเอาน้ำกลับมาใช้ประโยชน์ทางด้านพื้นที่การเกษตรด้วย อย่างไรก็ตามรัฐบาลมีโครงการช่วยเหลือระยะสั้นประชาชนที่ได้รับผลกระทบ เช่น การฝึกอาชีพหลังน้ำลด เพราะนอกเหนือจากการบริหารจัดการน้ำแล้วรัฐบาลต้องการให้ประชาชน ต้องดูในเรื่องของการประกอบอาชีพที่สามารถสร้างรายได้และเป็นที่ต้องการของตลาดไม่ว่าจะเป็นชนิดของพืชหรือการปศุสัตว์ ส่วนเรื่องงบประมาณโครงการไหนถ้ายังไม่มีงบประมาณรัฐบาลก็พยายามจะจัดหางบให้ ทั้งนี้รู้สึกเสียใจกับการสูญเสียของประชาชน ซึ่งรัฐบาลจะดูแลอย่างเต็มที่ตามระเบียบ

“ในหลวง รัชกาลที่ ๑๐ ทรงห่วงและมีพระราชกระแสรับสั่งมาโดยตลอด ให้ดูแลประชาชนให้ดีที่สุด” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ขณะนี้ปัญหาสำคัญ คือ ลำน้ำยม คือ ไม่สามารถสร้างเขื่อนใหญ่ได้ อย่างเขื่อนแก่งเสือเต้น ดังนั้น จึงต้องไปมองหาวิธีการสร้างเขื่อนเล็กๆ แทน แต่ตอนนี้ต้องดูเรื่องของการเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งกระทรวงการคลังมีหลักเกณฑ์อยู่แล้ว พร้อมขอย้ำว่าข้าราชการระดับจังหวัด จะต้องทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ต้องมีข้อมูลที่ชัดเจน ส่งให้กลับรัฐบาล หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัดจะต้องทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการประชาสัมพันธ์แจ้งข่าวให้กับประชาชน ล่วงหน้าพร้อมจัดเตรียมการดูแลประชาชนรองรับด้วย

ด้าน พล.อ.อนุพงษ์กล่าวว่า จากเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ ถือว่ามีการสูญเสียมาก จึงขอกำชับผู้ว่าราชการจังหวัด ใช้กลไกที่มีแจ้งเตือนประชาสัมพันธ์ประชาชน ขณะเดียวกันประชาชนจะต้องไม่ประมาท เช่น การเข้าไปในพื้นที่น้ำไหลแรงแล้วถูกน้ำพัดเสียชีวิต โดยที่ จังหวัดร้อยเอ็ด เสียชีวิต 4 คน ขอนแก่น 3 คน นอกจากนี้ยังมีความเสียหายของอาคารบ้านเรือน ในส่วนของความพร้อมได้สั่งทุกจังหวัดให้มีการเตรียมความพร้อมล่วงหน้า มีการประสานงานที่ชัดเจน และเตรียมความพร้อมพายุลูกใหม่ที่อาจจะมีเข้ามาให้เกิดการทำงานต่อเนื่อง และจะต้องมีการเตรียมความพร้อมไปยังพื้นที่แนวลุ่มน้ำเจ้าพระยาด้วย และต้องประสานงานกับ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ สทนช. ในการบริหารจัดการน้ำภาพรวมด้วย โดยเน้นความสำคัญตอนนี้ คือ การจูงน้ำไปเก็บไว้ในพื้นที่ที่เหมาะสม เพื่อที่จะนำมาใช้ประโยชน์ในภายหลังฤดูน้ำแล้ง ซึ่งจะต้องมีการจัดทำแผนเป็นรายจังหวัด ตอนนี้สิ่งสำคัญที่รัฐบาลต้องดำเนินการ คือ การดูแลประชาชนอย่างทันท่วงที ในทุกด้าน จะต้องมีการประเมินผลอย่างมีประสิทธิภาพหากพื้นที่ไหนต้องมีการอพยพประชาชนต้องแจ้งอย่างรวดเร็วและให้การช่วยเหลือตามขั้นตอน ไม่ต้องห่วง ไม่ต้องกังวลที่จะถูกตำหนิ ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัด สามารถสั่งการด้านนโยบายได้ทันทีตามความเหมาะสม โดยสรุป คือต้องเข้าพื้นที่ โดยเร็วดำรงเส้นทางคมนาคม ดูการดำรงชีพของประชาชน

ขณะที่นายเฉลิมชัยกล่าวว่า ในส่วนของกระทรวงเกษตรฯ มีการเตรียมความพร้อมเฝ้าระวัง 24 ชั่วโมง โดยบูรณาการร่วมกับทุกหน่วยงาน เตรียมฟื้นฟูหลังน้ำลด ส่งความช่วยเหลือให้ประชาชนอย่างเร็วที่สุด ซึ่งจะต้องเร่งเข้าตรวจสอบข้อมูลความเสียหาย โดยกรมส่งเสริมการเกษตรเกษตรอำเภอ เกษตรตำบลทุกพื้นที่ ต้องเร่งสำรวจความเสียหาย และภายใน 1 สัปดาห์ หลังน้ำลดจะต้องมีการรายงานข้อมูลเข้ามา พร้อมกับย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพยายามจูงน้ำมาใช้ประโยชน์ ในภายหลัง และจะต้องพิจารณาแนวทางการเยียวยาที่เหมาะสม ขณะที่กรมประมงจะต้องจัดหาพันธุ์ปลาเลี้ยง เพื่อสร้างรายได้เพิ่มอีกทางหนึ่ง ส่วนพืชไร่พืชสวน ที่ได้รับความเสียหาย หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเข้าไปดูเรื่องเมล็ดพันธุ์ การปลูกพืชทดแทน




กำลังโหลดความคิดเห็น...