xs
xsm
sm
md
lg

เข้ม “ละเมิดอำนาจศาล”ปรามป่วนระบบยุติธรรม !?

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

สฤณี อาชวานันทกุล
เมืองไทย 360 องศา




น่าสนใจไม่น้อยกับการทยอยออกหมายเรียกจากศาลยุติธรรมไปยังบุคคลอย่างน้อย 2 คนในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน เพื่อให้ไป “ให้การ” และไปชี้แจงและไปให้ข้อมูลข้อเท็จจริง ฐาน “ละเมิดอำนาจศาล” จนทำให้บางคนที่ได้รับหมายเรียกดังกล่าวถึงกับโอดโอยต้องเรียกหากำลังใจกันเลยทีเดียว

อย่างไรก็ดีทุกเรื่องย่อมต้องมีที่มาที่ไปเสมอ ว่าทำไมถึงต้องมีการออกหมายเรียก หรือทำไมต้องไปชี้แจงข้อเท็จจริง กรณีนี้ก็เช่นเดียวกัน โดยจากการรับรู้ผ่านทางโลกโซเชียลฯหลังจาก สฤณี อาชวานันทกุล นักเคลื่อนไหวทางสังคมคนหนึ่งได้โพสต์ข้อความเปิดเผยว่าเธอกับพวกอีก 2 คนถูกหมายเรียกจากศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งในความแพ่ง(ละเมิดอำนาจศาล) โดยให้ไปให้การในวันที่ 9 กันยายน

โดยล่าสุดเธอได้โพสต์ข้อความยืนยันว่า ได้วิจารณ์คำตัดสินของศาลด้วยความสุจริตใจและด้วยเจตนาดีต่อกระบวนการยุติธรรมและสังคมไทย

สำหรับกรณีของ สฤณี อาชวานันทกุล สาเหตุที่ถูกศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งออกหมายเรียกดังกล่าวเกิดขึ้นมีการอ้างถึงบทความในหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันอังคารที่ 14 พฤษภาคม 2562 เรื่อง “อันตรายภาวะนิติศาสตร์ล้นเกิน(อีกที)กรณีหุ้นสื่อของผู้สมัคร ส.ส.”

โดยในบทความดังกล่าวมีการระบุถึงคำว่า “มักง่าย”ในการตีความกฎหมายเกี่ยวกับลักษณะต้องห้ามไม่ให้ใช้สิทธิ์รับสมัครเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรณีบุคคลผู้นั้นเป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชน

แม้ว่าตามข้อมูลจะพบว่าปัจจุบัน สฤณี อาชวานันทกุล เลิกเขียนบทความในหนังสือพิมพ์ฉบับนี้ไปแล้ว โดยอ้างเหตุผลในเรื่องจรรยาบรรณบางอย่าง

ขณะเดียวกันยังมีในกรณีของ รศ.โกวิท วงศ์สุรวัฒน์ นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ ซึ่งเป็นบิดาของ “จอห์น วิญญู” หรือ วิญญู วงศ์สุรวัฒน์ นักแสดงและพิธีกรที่ถูกหมายเรียกจากจากศาลรัฐธรรมนูญไปให้ข้อมูลข้อเท็จจริงในวันที่ 30 สิงหาคมนี้ จากกรณีที่เขาได้เคยทวิตข้อความ “เกินคำว่าด้าน” หลังจากศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้อง 32 ส.ส.ถือหุ้นสื่อ แต่ไม่สั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่

นอกเหนือจากนี้ยังมีคนดังอีกบางคนที่วิจารณ์ศาลด้วยถ้อยคำรุนแรง เช่นกรณีของ ผู้กำกับภาพยนตร์รายหนึ่งคือ ยุทธเลิศ สิปปภาค ที่เคยทวิตข้อความด้วยข้อความหยาบคาย “ตำหนิศาลรัฐธรรมนูญ” อย่างรุนแรงหลังจากกรณีบิดาของ จอห์น วิญญู ถูกหมายเรียกจากศาลรัฐธรรมนูญ โดยล่าสุดแม้ว่าเขาจะลบข้อความและปิดบัญชีออกไปแล้วก็ตาม ก็ยังน่าจับตาว่าจะมีผลตามมาอย่างไรบ้าง

แน่นอนว่ากรณีที่เกิดขึ้นหากพิจารณาในเรื่องการวิพากษ์วิจารณ์การแสดงความเห็นเชื่อว่ายังสามารถกระทำได้ตามปกติ แม้แต่คำพิพากษาซึ่งย่อมต้องมีทั้งฝ่ายที่พอใจและไม่พอใจ แต่ต้องกระทำโดยสุจริต ปราศจากอคติ บนพื้นฐานตามหลักวิชาการโดยอ้างอิงทางด้านกฎหมาย ไม่ใช่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย หรือมีเจตนาซ้อนเร้นบางอย่าง หรือมีเจตนาบิดเบือนด้วยอคติความเชื่อของตัวเอง เป็นต้น

ที่น่าจับตาก็คือในช่วงหลังที่ผ่านมาเริ่มมีการใช้ถ้อยคำหยาบคายโดยเฉพาะในโลกโซเชียล ซึ่งบางคนอาจจะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือมีความคึกคะนอง ไม่รู้ว่าอาจเข้าข่ายละเมิดอำนาจศาลและมีความผิดทางอาญา และมีบทลงโทษหากพิสูจน์ได้ว่ามีความผิดจริง

ความเคลื่อนไหวของศาลที่เกิดขึ้นดังกล่าวทั้งสองกรณี เป็นเรื่องที่น่าสนใจ และแม้ว่ายังเป็นเพียงแค่ออกหมายเรียกให้ไปชี้แจงข้อเท็จจริง ว่าได้กระทำตามที่ถูกกล่าวหาหรือไม่ ซึ่งถือว่าน้อยครั้งที่จะเกิดเหตุแบบนี้ อีกด้านหนึ่งอาจมีเจตนาป้องปรามไม่ให้เกิดการ “ละเมิดศาล” เกิดขึ้นมาอีก โดยเฉพาะในโลกโซเชียลที่มีไม่น้อยที่มีการแสดงความเห็นอย่างคึกคะนอง โดยไม่พิจารณาจากข้อเท็จจริง และคำอธิบายในคำพิพากษาอย่างถ่องแท้

ที่สำคัญในอนาคตอันใกล้ยังมีอีกหลายคดีสำคัญที่รอการวินิจฉัยชี้ขาด หากไม่ป้องปรามก็อาจมีการบิดเบือนกันจนเลยเถิด อาจเกิดความปั่นป่วนตามมา โดยเฉพาะอาจสร้างความเสียหายกับกระบวนการยุติธรรมก็เป็นได้ !!


กำลังโหลดความคิดเห็น...