xs
xsm
sm
md
lg

“ลุงตู่” ได้ “พลังพิเศษ” เดินหน้าเต็มกำลัง!!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
เมืองไทย 360 องศา




ภาพที่ “ลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ตั้งใจนำพระราชดำรัส พร้อมลายพระหัตถ์ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานแก่คณะรัฐมนตรี ที่ใส่ “กรอบทอง” โชว์ให้นักข่าวประจำทำเนียบรัฐบาลหลายรอบ ในแบบที่เรียกว่า “ตั้งใจโชว์ให้เห็นกันแบบชัดเจน ให้เวลากันอยู่กันนานพอสมควร”

พระราชดำรัสดังกล่าวที่มีความว่า “ขอถือโอกาสนี้ให้พรให้ท่านมีกำลังใจความมั่นใจและความมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติหน้าที่ เพื่อให้ได้ตามคำถวายสัตย์ปฏิญาณ ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์สุขและความมั่นคงของประเทศชาติและประชาชน งานใดๆ ก็ต้องมีอุปสรรค งานใดๆ ก็ต้องมีปัญหา เพราะฉะนั้นก็เป็นเรื่องธรรมดาที่จะต้องแก้ปัญหาและเข้าหางาน เพื่อให้การบริหารประเทศเป็นไปด้วยความเรียบร้อยตามสถานการณ์ โดยแก้ไขให้ตรงเป้าตรงจุด และมีความเข้มแข็งอดทน

ก็ขอให้คณะรัฐมนตรีและรัฐบาลได้มีกำลังใจ มีพลังที่จะปฏิบัติหน้าที่ด้วยดีด้วยความถูกต้องต่อไป”

ซึ่งเป็นพระราชดำรัสเดิมเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2562 ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นำคณะรัฐมนตรีเข้าถวายสัตย์ปฏิญาณนั่นแหละ

จากพระราชดำรัสดังกล่าว ทำให้สังเกตเห็นได้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เกิดความมั่นใจแบบเต็มร้อย ที่น้อยครั้งจะได้เห็นอาการแบบนี้ ขณะเดียวกัน หากสังเกตให้ดีจะเห็นว่าการเข้ารับพระราชทานพระราชดำรัสดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงเวลาสำคัญ นั่นเกิดขึ้นก่อนที่ผู้ตรวจการแผ่นดินจะวินิจฉัยเรื่องปมถวายสัตย์ฯไม่ครบตามที่มีผู้ร้องเอาไว้ ซึ่งในช่วงบ่ายวันเดียวกัน (27 สิงหาคม) ผู้ตรวจการแผ่นดินก็ได้มีมติเป็นเอกฉันท์ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยในเฉพาะประเด็นที่ถูกร้องว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และคณะรัฐมนตรี ถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์ไม่เป็นไปตามบทบัญญัติมาตรา 161 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 เป็นการกระทำที่ละเมิดต่อสิทธิเสรีภาพของผู้ร้องเรียน ซึ่งรัฐธรรมนูญให้ความคุ้มครองไว้

โดยผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับประเด็นที่กระทบกับ “สิทธิเสรีภาพ” ของผู้ร้อง

ส่วนเรื่องการ “ถวายสัตย์ฯไม่ครบ” นั้น ผู้ตรวจการแผ่นดินเห็นว่า เป็นเรื่องของการกระทำ ไม่ใช่บทบัญญัติกฎหมาย จึงไม่ได้เป็นประเด็นว่า ข้อความหรือถ้อยคำในการกล่าวถวายสัตย์ฯมีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญที่ต้องส่งศาลรัฐธรรมนูญ ทั้งเมื่อเป็นการกระทำ ก็เห็นว่าไม่ใช่การกระทำทางปกครอง ที่อยู่ในอำนาจการพิจารณาของศาลปกครอง จึงมีมติให้ยุติเรื่อง

ดังนั้น หากพิจารณากันโดยละเอียดการที่ผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวกับการคุ้มครอง “สิทธิเสรีภาพ” ของผู้ร้อง ถือว่าน่าจะสร้างความโล่งใจให้กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไปได้เปลาะใหญ่เลยทีเดียว

อีกทั้งเรื่องเมื่อเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญแล้ว ก็อาจเป็นข้ออ้างของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้เหมือนกันว่าให้ถือเป็นอำนาจของศาล และขอไม่ให้ความเห็นในเรื่องดังกล่าว เหมือนกับก่อนหน้านี้ที่เคยพยายามแสดงท่าทีมาแล้ว เมื่อครั้งที่มีผู้ยื่นร้องเรียนกับหลายหน่วยงาน ทั้งกับผู้ตรวจการแผ่นดิน หรือยื่นตรงต่ออัยการสูงสุด ในช่วงที่ผ่านมา

อย่างไรก็ดี ในเวลานี้ทางพรรคร่วมฝ่ายค้านได้ยื่นญัตติด่วนเพื่อขออภิปรายทั่วไป พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โดยไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 กรณีถวายสัตย์ฯไม่ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญ และการแถลงนโยบายรัฐบาล โดยไม่ระบุที่มาของเงินงบประมาณ ซึ่งทางประธานสภาผู้แทนราษฎรได้บรรจุญัตติเอาไว้แล้ว และล่าสุด ก็ได้มีการประสานมายังรัฐบาลเพื่อกำหนดวันอภิปราย ซึ่งคาดว่าจะมีขึ้นก่อนวันที่ 18 กันยายน อันเป็นวันปิดสมัยประชุมสมัยสามัญ

สิ่งที่น่าพิจารณาก็คือ เมื่อฟังจากคำพูดของ วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย ที่ระบุว่านายกรัฐมนตรีจะเดินทางไปชี้แจงต่อสภาด้วยตัวเอง มันก็เหมือนกับว่า เขามีความมั่นใจเต็มร้อย โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาจากท่าทางมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม หลังจากมี “พิธีสำคัญ” ที่ทำเนียบรัฐบาลเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม ที่ผ่านมาดังกล่าว และล่าสุด เมื่อวานนี้ (28 สิงหาคม) เขาก็ได้นำคณะรัฐมนตรีเข้าถวายสักการะต่อสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก และได้รับพระราชทานพร และโอวาท

ปรากฏการณ์และความเคลื่อนไหวดังกล่าว ย่อมทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เกิดความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยมและแสดงท่าทีเดินหน้าอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะการเผชิญหน้ากับพรรคร่วมฝ่ายค้านในสภาสำหรับญัตติซักฟอกโหมโรง แต่หากให้เดายังเชื่อว่า เขาจะชี้แจงเฉพาะประเด็นเรื่องการแถลงนโยบายรัฐบาลที่ถูกระบุว่าไม่มีที่มาของงบประมาณเท่านั้น ส่วนเรื่องปมถวายสัตย์นั้นอาจอ้างว่าเป็นเรื่องของศาลรัฐธรรมนูญจะไม่ก้าวล่วง
 
แต่พร้อมที่จะน้อมรับคำวินิจฉัย ประมาณนี้หรือเปล่า แต่ถือว่าเขาเหมือนกับได้ “พลังพิเศษ” พร้อมเดินหน้าเต็มตัวแล้ว !!




กำลังโหลดความคิดเห็น...