xs
xsm
sm
md
lg

รบ.แพ้ 1 เสียงโหวตข้อบังคับเพิ่มข้อความ ปธ.สภาฯ ต้องวางตัวเป็นกลาง “ชวน” ลั่นเป็นคนเคารพ กม.

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ประชุมสภาฯ เห็นชอบแคนดิเดต ปธ.สภาฯ แสดงวิสัยทัศน์ “ชวน” โต้ฝ่ายค้านรุมถล่มทำหน้าที่ ลั่นเป็นคนเคารพ กม. ป้องศาล รธน.ชี้ไม่มีคงมีแต่คนโกง วุ่นเล็กน้อยเหตุขุดอดีตฉะกัน ลงมติ รบ.พลาดแพ้ 1 เสียง ต้องเพิ่มข้อความ “ปธ.สภาฯ ต้องวางตัวเป็นกลาง”

วันนี้ (8 ส.ค.) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ เป็นประธานที่ประชุม ได้พิจารณาเรื่องที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญ พิจารณาเสร็จแล้ว คือ ร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่ง กมธ. ที่มี นายวิเชียร ชวลิต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ เป็นประธาน กมธ. ได้นำเสนอรายงานของร่างข้อบังคับฯ ที่มีจำนวนทั้งสิ้น 192 ข้อ มีผู้เสนอคำแปรญัตติ 23 คน

สำหรับร่างข้อบังคับการประชุมที่ กมธ. เสนอมีรายละเอียดที่เพิ่มเติมขึ้นใหม่จากข้อบังคับการประชุมสภาฯ ที่ผ่านมา และมีผู้ที่อภิปรายจำนวนมาก อาทิ กลุ่มว่าด้วยประธานสภาฯ หน้าที่และอำนาจ ในข้อ 6 ว่าด้วยการเลือกประธานสภาฯ ที่กำหนดให้ผู้ถูกเสนอชื่อเป็นประธานสภาฯ ต้องแสดงวิสัยทัศน์ โดยไม่มีการอภิปราย ทั้งนี้ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ขอแก้ไขถ้อยคำให้ ส.ส.แสดงความเห็นหรือซักถาม และอภิปรายได้ เพราะไม่สามารถปฏิบัติได้จริง เนื่องจากเชื่อว่าเสียงส่วนใหญ่ไม่ยอมลงมติให้บุคคลที่ถูกเสนอชื่อให้เป็นประธานสภาฯ ซึ่งมาจากต่างพรรคที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล อีกทั้งข้อบังคับที่ผ่านมาไม่เคยระบุไว้ ยกเว้นวุฒิสภาที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน

ทั้งนี้ กมธ. ชี้แจงว่า เหตุที่ต้องบัญญัติขึ้นใหม่เพื่อให้ผู้ถูกเสนอชื่อให้เป็นประธานสภาฯ ได้ทำความรู้จักกับ ส.ส. และเพื่อให้เกิดความสง่างาม อีกทั้งเพื่อให้สอดคล้องกับยุคสมัยที่เปลี่ยนไป โดยเสียงข้างมากของที่ประชุม 240 เสียงเห็นด้วยกับ กมธ. ที่ให้ผู้ถูกเสนอชื่อเป็นประธานสภาฯ ต้องแสดงวิสัยทัศน์ โดยไม่มีการอภิปราย

ต่อมาได้พิจารณาข้อ 9 หน้าที่และอำนาจของประธานสภาฯ ซึ่ง กมธ. เพิ่มถ้อยคำ “ให้ประธานสภาฯ ต้องวางตนเป็นกลางปฏิบัติหน้าที่” โดย ส.ส.หลายคนลุกแสดงความเห็น พร้อมยกตัวอย่างกรณีการทำหน้าที่ในที่ประชุมของ นายชวน หลีกภัย ในการประชุมสภาฯ ครั้งแรก และมีปัญหาเรื่องการออกเสียงลงคะแนนผ่านบัตรลงคะแนน โดย นายอนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์ ส.ส.มุกดาหาร พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า ตนขอเพิ่มข้อความ ให้ ประธานสภาฯ ต้องวางตนเป็นกลางในการปฏิบัติหน้าที่ โดยยึดถือข้อบังคับอย่างเคร่งครัด พร้อมยกตัวอย่างกรณีแจกบัตรออกเสียงสีแดง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ไม่เห็นด้วยมากกว่าบัตรสีเขียว ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ว่าเห็นด้วย ในการประชุมสภาฯ จนทำให้มีปัญหาเรื่องคะแนนผิดพลาด ซึ่งตนได้ทักท้วงแต่นายชวนไม่รับฟัง จึงขอเติมถ้อยคำดังกล่าว

ด้าน นายชวน ชี้แจงว่า ตนยอมรับว่า การลงคะแนนตามที่ทักท้วงนั้น มีการนับคะแนนผิดพลาดจริงเพียง 2-3 คะแนน แต่ไม่ใช่การแจกบัตรลงคะแนนสีใดมากกว่ากัน เพราะการกระทำดังกล่าวถือเป็นอาชญากรรม และมีความผิดตามกฎหมาย และการทำหน้าที่ของตนนั้นเป็นไปตามกฎหมาย และเพื่อรักษาสมบัติของสภาให้มากที่สุด อย่างกรณีที่มีการประชุมรัฐสภาอาเซียน มีผู้เสนอให้เช่ารถในส่วนของรัฐสภาไทย วันละ 1.8 หมื่นบาท ซึ่งตนบอกว่าขอสละสิทธิ์ดังกล่าว เพื่อรักษาสมบัติไว้ ทั้งนี้ ตนเข้าใจข้อกังวลของสมาชิกนั้น อาจเกิดจากในอดีตมีเหตุการณ์ที่ประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นคนของผู้อภิปรายเคยมีพฤติกรรมที่ทำให้สมาชิกกังวล แต่ตนยืนยันว่าไม่เป็นแบบนั้น

อย่างไรก็ตาม ยังมี ส.ส.ฝ่ายค้านหลายคนอภิปรายการปฏิบัติหน้าที่ของประธานสภาฯ ที่พาดพิงนายชวนต่อเนื่อง ถึงความอาวุโสและการปฏิบัติหน้าที่ที่รัฐธรรมนูญ หรือกฎหมายกำหนดไว้ ทั้งนี้ ประธานสภาฯ ได้ชี้แจงโดยย้ำว่า รัฐธรรมนูญตนไม่ได้รับ และไม่เห็นด้วย แต่ตนเป็นคนที่เคารพกฎหมาย และคิดว่าจะแก้ไขให้ดีขึ้นอย่างไร รวมถึงคิดเสมอว่าต้องทำให้การเมืองดีขึ้น ตนไม่ใช่คนดีแต่ปาก ที่ผ่านมา ได้รับเลือกตั้งมาโดยสุจริตไม่ซื้อเสียง หรือโกงเลือกตั้ง ซึ่งคนที่มีเบื้องหลังเข้ามาในสภาที่สุจริต ไม่ว่าอายุน้อยหรืออายุมาก ถือเป็นคนที่น่านับถือ

“ที่มีสมาชิกอภิปรายพาดพิงถึงศาลรัฐธรรมนูญว่าไม่ยุติธรรมนั้น ผมมองว่า หากไม่มีศาลรัฐธรรมนูญบ้านเมืองจะเละเทะ มีแต่คนโกงบ้านโกงเมือง ทั้งนี้ ผมเข้าใจว่าหากคนโกงบ้านโกงเมืองมองว่าศาลรัฐธรรมนูญไม่น่าเชื่อถือ จะไม่น่าเชื่อถือ แต่หากอยู่ในวงคนสุจริตจะมองว่าตัดสินถูกต้อง ดังนั้น ต้องยึดหลักที่ถูกต้อง โดยไม่บิดเบือนความจริง ที่ผ่านมา มักมีทหารที่ไม่ดี มีพระในวัดที่ไม่ดี มีผู้แทนที่ไม่ดี แต่อย่าเหมารวม ทั้งนี้ อย่าประเมินว่าคนที่มาแบบนี้ไม่น่าเชื่อถือ” นายชวน ชี้แจง

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ข้อบังคับดังกล่าว มี ส.ส. อภิปรายกันอย่างกว้างขวาง ทั้งที่สนับสนุนที่กรรมาธิการเพิ่มเพื่อให้ประธานสภาฯต้องปฏิบัติและยึดถือโดยเคร่งครัด ขณะที่ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยให้เหตุผลว่าเพราะรัฐธรรมนูญ มาตรา 115 เขียนเป็นมาตรฐานการทำหน้าที่

ทั้งนี้ ที่ประชุมซึ่งเปิดให้อภิปรายอย่างกว้างขวาง โดยช่วงท้ายมีความวุ่นวาย หลัง น.ส.รังสิมา อภิปรายถึงเหตุการณ์ในอดีตที่พบการพกอาวุธเข้ามายังภายในห้องประชุม และพบสมาชิกเสียบบัตรแทนกันจนทำให้สภาฯ เกิดความเสียหาย

โดย นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ชี้แจงฐานะเป็นบุคคลที่ถูกระบุว่าเป็นส.ส.เสียบบัตรแทนกัน ว่า หลักฐานที่ น.ส.รังสิมา นำไปยื่นต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ถือเป็นคลิปตัดต่อ ซึ่งได้รับการพิสูจน์ว่าตนไม่มีความผิด และยังได้รับเลือกให้เป็น ส.ส.

ทั้งนี้ นายชวน ได้ตัดบทเพื่อให้ลงมติในข้อบังคับดังกล่าว ปรากฏว่า เสียงข้างมาก 205 เสียง ต่อ 204 เสียง เห็นด้วยกับที่ กมธ.แก้ไข งดออกเสียง 2 เสียง แต่ นายวีระกร คำประกอบ ประธานวิปรัฐบาล ขอให้มีการลงคะแนนใหม่ แต่นายชวนไม่อนุมัติ และให้มีการลงมติว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขที่ว่า “ให้ประธานทำหน้าที่เป็นกลาง” ผลปรากฏว่า เสียงส่วนใหญ่ 409 เสียงต่อ 2 เสียง เห็นด้วยกับการเพิ่มข้อความดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม หลังเสร็จสิ้นการลงมติ นายชวน ขอเลื่อนการพิจารณาร่างข้อบังคับการประชุม และขอให้พิจารณาต่อในการประชุมสภาฯ สัปดาห์ต่อไปจากนั้นได้สั่งปิดประชุม











กำลังโหลดความคิดเห็น...