xs
xsm
sm
md
lg

“ยุทธพงศ์” จวก “วีระกร” ปกป้อง “หมอระวี” เพื่อนร่วมสถาบัน ทำ กมธ.ทางด่วนฯ เสียหาย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย
“ยุทธพงศ์” จวก “วีระกร” ไม่แม่นข้อบังคับ ทำ กมธ.ทางด่วนฯ เสียหาย ชี้ปม “หมอระวี” แก้ไขรายงานการประชุมเรื่องใหญ่ ไม่ใช่แค่เรียงลำดับก่อนหลัง แฉกล่าวหาเอกชนจะรวยเป็นแสนล้าน เลยกีดกันมาชี้แจงข้อเท็จจริง สะกิดประธาน กมธ.ยึดประโยชน์ชาติเป็นที่ตั้ง อย่าปกป้องคนผิด เพียงเพราะเป็นเพื่อนศิษย์สถาบันเดียวกัน

จากกรณีที่นายวีระกร คำประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาการขยายสัญญาสัมปทานทางด่วนและรถไฟฟ้า สภาผู้แทนราษฎร (คณะ กมธ.ทางด่วนฯ) กล่าวถึงปัญหาความขัดแย้งระหว่างนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะโฆษกคณะ กมธ.ทางด่วนฯ กับ นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคพลังธรรมใหม่ ในฐานะรองประธานคณะ กมธ.ทางด่วนฯ ในเรื่องการแก้ไขมติที่ประชุมฯ และแก้ไขรายงานการประชุมโดยพลการว่า เรื่องนี้ไม่มีสาระสำคัญอะไรเลย บอกว่าเป็นแค่ลำดับขั้นตอนก่อนและหลังในการเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูลและชี้แจง ไม่ควรเป็นเรื่องใหญ่โตถึงขั้นฟ้องร้องให้ติดคุกติดตะรางกันนั้น
สำเนารายงานการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาการขยายสัญญาสัมปทานทางด่วนและรถไฟฟ้า สภาผู้แทนราษฎร ก่อนมีการแก้ไข (ซ้าย) เปรียบเทียบกับฉบับที่มีการแก้ไข (ขวา)
นายยุทธพงศ์กล่าวชี้แจงว่า นายวีระกรอาจจะไม่แม่นในระเบียบและข้อกฎหมาย เนื่องจากไม่ได้เป็น ส.ส.มาสิบกว่าปี แต่ตนเป็น ส.ส.ต่อเนื่องมาหลายสมัย เคยเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และเคยเป็นประธานคณะ กมธ.พาณิชย์มาแล้ว จึงแม่นกฎหมายและระเบียบข้อบังคับการประชุม กมธ.เป็นอย่างดีว่าการทำหน้าที่ กมธ.ถือเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยข้อเท็จจริงคือในการประชุมครั้งที่ 1 ของคณะ กมธ.ที่ประชุมมีมติให้เชิญหน่วยงานที่สำคัญจำนวน 5 หน่วยมาชี้แจงในวันที่ 23 ก.ค.ที่ผ่านมา คือ 1. สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) 2. ประธานคณะกรรมการ (บอร์ด) กทพ. 3. ผู้ว่าการ กทพ. 4. บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM และ 5. ที่ปรึกษาโครงการจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แต่ต่อมา นพ.ระวี และพวกได้ไปร่วมกันแก้ไขเปลี่ยนแปลงมติที่ประชุม กมธ.โดยพลการ

นายยุทธพงศ์ยังได้เปิดเผยเอกสารรายงานการประชุมฯ ที่มีการแก้ไข และรายงานชุดก่อนที่จะแก้ไข พร้อมระบุว่า ตามหนังสือด่วนที่สุดที่ สผ.0017.04/74 ลงวันที่ 18 ก.ค.ที่ผ่านมา ได้ไปเปลี่ยนแปลงรายงานการประชุมโดยตัดการเชิญผู้เกี่ยวข้องทิ้งไป 2 หน่วยงาน คือ BEM และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และยังแก้ไขใหม่เป็นประชุม 2 วัน คือ วันที่ 23 ก.ค. ให้เชิญ 1. สหภาพรัฐวิสาหกิจ กทพ. และวันที่ 24 ก.ค.ให้เชิญ 1. ประธานบอร์ด กทพ. 2. ผู้ว่าการ กทพ. มาชี้แจงปัญหาข้อกฎหมาย จะเห็นได้ว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงมติที่ประชุมโดยไม่ชอบฯ และเปลี่ยนแปลงวันประชุม ไม่ใช่แค่การเรียงลำดับ อีกทั้งยังตัดทิ้ง 2 หน่วยงานที่สำคัญ คือบริษัท BEM และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ออกไป โดย นพ.ระวีได้กล่าวหาว่า BEM กำลังจะรวยเป็นแสนล้านบาทจากการต่อสัมปทานครั้งนี้ จึงไม่เชิญตัวแทน BEM มาให้คณะ กมธ.สอบสวนข้อเท็จจริง ซึ่งส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือ ความโปร่งใสของการทำงานของคณะ กมธ.เป็นอย่างยิ่ง
นายวีระกร คำประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาการขยายสัญญาสัมปทานทางด่วนและรถไฟฟ้า สภาผู้แทนราษฎร
“อยากเรียกร้องให้คุณวีระกรในฐานะประธานคณะ กมธ.วิสามัญทางด่วนฯ ทำงานอย่างตรงไปตรงมา อย่าได้ออกมาปกป้อง นพ.ระวี เพียงเพราะเป็นเพื่อนสมัยเรียนที่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยมาด้วยกัน และขอให้เอาผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติมาก่อน” นายยุทธพงศ์ระบุ

นายยุทธพงศ์กล่าวด้วยว่า ขอยืนยันว่าตนจะไม่ยอมให้ กมธ.เป็นเครื่องมือของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง และต้องมีการรับฟังข้อมูลอย่างรอบด้านจากทุกฝ่านที่เกี่ยวข้อง อย่างกรณีผู้แทนสหภาพฯ ที่มีทั้งสนับสนุนและไม่สนับุสนุนก็ควรที่จะรับฟังทั้งหมด แต่ก็มีข้อสังเกตไว้ว่าเหตุใดผู้บริหารระดับสูง กทพ.ระดับผู้อำนวยการที่ไม่ได้เป็นสมาชิกสหภาพฯ ถึงได้แอบแฝงมาร่วมอยู่ในคณะของสหภาพฯ กลุ่มที่ไม่เห็นด้วยกับการต่อสัญญาสัมปทาน อีกทั้งยังคอยกำกับบทให้ผู้แทนสหภาพฯ ชี้แจงกับ กมธ.ซึ่งไม่ทราบว่ามีความเกี่ยวข้องกับสหภาพฯ และหากมีข้อมูลที่ต้องการนำเสนอต่อ กมธ.จริง เหตุใดจึงไม่มากับคณะผู้แทน กทพ. และหาก กมธ.ต้องการเร่งศึกษาข้อมูลให้เสร็จเร็วและสมบูรณ์แบบ ก็ต้องรีบให้ BEM มาชี้แจงข้อเท็จจริงในส่วนของเอกชนด้วย ไม่ใช่กีดกันหรือปิดกั้นการรับฟังอย่างรอบด้าน โดยไปกล่าวหาว่า ประเทศกำลังเสียหายเป็นแสนล้านเพราะบริษัทนี้ ตนจึงได้ต่อสู้ในที่ประชุม จน กมธ.มีมติให้เชิญผู้แทนของ BEM มาชี้แจงข้อเท็จจริงในสัปดาห์หน้า



กำลังโหลดความคิดเห็น...