xs
xsm
sm
md
lg

“อุตตม”โพสต์แจงซ้ำคดีกรุงไทย แบงก์ชาติเคยชี้ตั้งแต่ปี 48 ตนไม่เกี่ยว คตส.ตรวจสอบซ้ำตนบริสุทธิ์ ปัดวิ่งล้มคดี

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


“อุตตม”โพสต์เฟซบุ๊กชี้แจงคดีกรุงไทยปล่อยกู้กฤษดาฯ เรื่องเกิดปลายปี 46 แบงก์ชาติเข้าตรวจสอบมีมติเมื่อปี 48 ว่าตนเองกับกรรมการอิสระอีกคนไม่ผิด เพราะเคยทักท้วง แต่หลังรัฐประหารปี 49 คตส.เข้ามาสอบซ้ำตนถูกกล่าวหาด้วย แต่ผลสอบตนไม่ผิด จึงไม่ถูกส่งฟ้องศาล ยันไม่เคยวิ่งเต้นล้มคดี

วันนี้(27 ก.ค.) เมื่อเวลา 07.44 น. นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โพสต์ข้อความในเฟชบุ๊กแฟนเพจ ดร.อุตตม สาวนายน ชี้แจงกรณีถูกนักการเมืองฝ่ายค้านกล่าวหาว่าร่วมกระทำผิดในคดีธนาคารกรุงไทยปล่อยเงินกู้ให้กลุ่มกฤษดานครจำนน 9,900 ล้านบาท โดยมิชอบ ว่า “ผมขอยืนยันความบริสุทธิ์ พร้อมยืดอกเข้ารับการตรวจสอบในคดีทุกประเด็นด้วยตัวเอง

“ผมขอชี้แจงอย่างละเอียดอีกครั้ง กรณีที่ถูกกล่าวหาและพาดพิงมาตลอด ในคดีทุจริตปล่อยกู้สินเชื่อกรุงไทย ผมขอยืนยันความบริสุทธิ์ พร้อมยืดอกเข้ารับการตรวจสอบในคดีด้วยตัวเอง และขอเรียนว่าไม่มีการวิ่งเต้นล้มคดี

“และยืนยันว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าว เพราะได้เป็นผู้ตั้งข้อสังเกตและไม่เห็นด้วยกับการปล่อยกู้ให้กับบริษัทกฤษดานคร เนื่องจากเห็นว่าไม่ถูกต้อง จนกระทั่งทราบว่าคดีถูกนำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม จึงได้เดินเข้าไปแสดงความบริสุทธิ์ เพราะไม่มีส่วนร่วมในการกระทำความผิด และ พร้อมรับการตรวจสอบโดยที่ผมเป็นผู้เดินเข้าไปหาฝ่ายตรวจสอบด้วยตนเองไม่ใช่ถูกเรียกมา

“ผมขอให้ความมั่นใจในคดีว่าได้ผ่านการตรวจสอบและพิสูจน์ตามกระบวนการยุติธรรม และองค์กรอิสระที่เชื่อถือได้ของประเทศไทย ทั้ง ป.ป.ช. ธนาคารแห่งประเทศไทย คตส. รวมถึงศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองอย่างเข้มข้นเหมือนกับผู้ที่อยู่ในคดีทุกคน โดยผมเป็นผู้ถูกกล่าวหาลำดับที่ 19 และไม่ได้รับสิทธิใดๆ เป็นพิเศษ โดยได้แสดงหนังสือรับรองคดีจาก ป.ป.ช.ว่าคดีดังกล่าวได้เสร็จสิ้นไปแล้ว และมีมติให้ข้อกล่าวหาตกไป จึงไม่ได้ตกอยู่ในฐานะจำเลยในคดี ที่ศาลฎีกาจะวินิจฉัย เพราะไม่ได้ถูกแจ้งข้อกล่าวหาตั้งแต่ต้น ผมขอเรียนว่า ไม่ได้ถูกกันไว้เป็นพยาน แต่ผมถูกกล่าวหาเต็ม ๆ ผ่านกระบวนการเต็มที่

“ส่วนกรณีที่ศาลให้กรรมการร่วมรับผิดชอบความเสียหายนั้น เป็นเฉพาะในส่วนของกรรมการที่มีความผิดในคดี ไม่ใช่กรรมการทุกคน

“แต่มีกระบวนการที่จะเปิดหลักฐานใหม่เมื่อปี 2560 ที่ได้ยื่นต่อ ป.ป.ช.และ DSI แต่หลักฐานที่ยื่นก็เป็นหลักฐานเดิมที่เคยผ่านกระบวนการไต่สวนมาแล้วทั้งสิ้น

“โดย อสส.เป็นผู้สั่งฟ้องเอง 27 ราย ใช้เวลา 4 ปี ต่อมาศาลฎีกาฯ ไม่ปรากฏชื่อผม เพราะผมผ่านกระบวนการยุติธรรม ผ่านการพิสูจน์ และศาลฎีกาฯ มีมติว่ามีผู้กระทำความผิด 25 คน ไม่มีผมเป็นจำเลย เพราะผมไม่ได้ถูกร้องตั้งแต่ต้น

“นอกจากนี้ที่มีกระแสข่าวว่า มีการวิ่งเต้นเพื่อล้มคดี ผมขอเรียนว่า เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เพราะองค์กรอิสระที่ตรวจสอบเป็นองค์กรที่น่าเชื่อถือ ได้รับการยอมรับจากสังคม จึงไม่สามารถที่จะล้มคดีได้ ต้องยอมรับว่าคดีสินเชื่อกรุงไทยมีผลกระทบต่อตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โดยเฉพาะความน่าเชื่อถือต่อองค์กร จึงหวังว่าการชี้แจงในวันนี้จะสร้างความกระจ่างให้กับทุกคนได้

“เพราะกระบวนการยุติธรรมได้พิสูจน์แล้วว่า ผมเป็นผู้บริสุทธิ์ และไม่มีความผิด และผมต้องขอขอบคุณการอภิปรายของสมาชิก ที่ทำให้ผมได้มีโอกาสชี้แจงต่อสังคม ซึ่งผมพร้อมรับการตรวจสอบ ในทุกประเด็น แต่ขอให้อยู่ในกรอบที่ไม่บิดเบือนจนเกินไป

“ผมขอยืนยันในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังจะยึดมั่นในหลักการการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ยุติธรรม รักษาประโยชน์ของประเทศเป็นสำคัญ จะไม่ให้มีผู้ใดมาทำลายประเทศชาติเป็นอันขาด”

ต่อมา เวลา 18.55 น.นายอุตตม โพสต์ข้อความเพิ่มเติมว่า “อธิบายอย่างละเอียดอีกครั้ง กรณีกรุงไทย

“เมื่อช่วงเช้า ผมเขียนถึงรายละเอียดเกี่ยวกับการชี้แจงในสภา กรณีกล่าวหาผม เรื่องมีความผิดในการปล่อยกู้ธนาคารกรุงไทย ซึ่งได้รับความสนใจจากสังคมอย่างกว้างขวาง ผมจึงตัดสินใจจะอธิบายเพิ่มเติมประกอบเอกสาร ที่ผมนำไปประกอบการชี้แจงในสภาอีกครั้ง และเพื่อความชัดเจนผมได้ให้ทีมงานนำคลิปในสภามาเผยแพร่ด้วย

“เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 9 ธ.ค. 2546 มีการประชุมบอร์ดบริหารธนาคารกรุงไทย มีการเสนอสินเชื่อให้กับกลุ่มบริษัทเครือกฤษดามหานคร จำนวน 9,900 ล้านบาท ให้กรรมการบริหารพิจารณา ในวันดังกล่าว มีกรรมการบริหาร 2 คน คือ ผม และคุณชัยณรงค์ อินทรมีทรัพย์ ที่เป็นกรรมการอิสระทั้งคู่ หมายความว่า ไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการบริหารปกติของธนาคารแต่อย่างใด

“ขณะนั้น ธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ดูแลธนาคารพาณิชย์ มีมติเมื่อวันที่ 8 ก.พ.48 แจ้งข้อกล่าวหา แต่เห็นว่าผมและคุณชัยณรงค์ ไม่มีส่วนร่วมกระทำความผิด เพราะผมและคุณชัยณรงค์ ได้มีการทักท้วง ซักถาม และไม่เห็นด้วยกับการอนุมัติสินเชื่อในขณะนั้น

“ธนาคารแห่งประเทศไทย จึงส่งเรื่องนี้ไปที่ ป.ป.ช. แต่มีการเปลี่ยนแปลงรัฐประหารเมื่อปี 2549 เรื่องจึงถูกส่งไปที่ คตส. ที่มีนายนาม ยิ้มแย้ม เป็นประธานไต่สวนแทน เป็นที่ทราบกันดีว่าขณะนั้น คตส. มีความเข้มงวดมากขนาดไหน ในการดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา โดย คตส. ไต่สวนเรื่องนี้ใหม่ตั้งแต่ต้น โดยมีการเรียกผู้เกี่ยวข้องไต่สวน รวมถึงผมไม่น้อยกว่า 3 ครั้ง

“ครั้งนั้น ผมถูกกล่าวหาด้วย ถูกไต่สวนในชั้นต้น โดยเป็นผู้ถูกกล่าวหาลำดับที่ 19 ในเรื่องนี้ เข้ากระบวนการไต่สวนมีคนอื่นด้วย เมื่อ คตส.ไต่สวนแล้ว และมีมติแล้วว่า ผมไม่ได้ร่วมกระทำความผิด จึงมีมติให้ข้อกล่าวหาของผมตกไป

“แต่ก็มีกระบวนการที่จะเปิดหลักฐานใหม่เมื่อปี 2560 ที่ได้ยื่นต่อ ป.ป.ช.และ DSI แต่หลักฐานที่ยื่นก็เป็นหลักฐานเดิมที่เคยผ่านกระบวนการไต่สวนมาแล้วทั้งสิ้น

“โดยอัยการสูงสุดเป็นผู้สั่งฟ้องเอง 27 ราย ใช้เวลา 4 ปี ต่อมาศาลฎีกาฯ ไม่ปรากฏชื่อผม เพราะผมผ่านกระบวนการยุติธรรม ผ่านการพิสูจน์ และศาลฎีกาฯมีมติว่ามีผู้กระทำความผิด 25 คน ไม่มีผมเป็นจำเลย เพราะผมไม่ได้ถูกร้องตั้งแต่ต้น

“จึงส่งเรื่องให้อัยการเมื่อ 16 มิ.ย.51 อัยการเห็นสอดคล้องกับ คตส.โดยส่งฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในคำฟ้องนี้จึงไม่มีผมตั้งแต่ต้น ต่อมา 16 ส.ค.58 ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษาจำคุกจำเลย 25 คน เรียกค่าเสียหาย 10,004 ล้านบาท และไม่มีผม เพราะไม่ได้ถูกฟ้องมาตั้งแต่ต้น ยืนยันผ่านกระบวนการยุติธรรมมาตลอด ขอบคุณครับ”





กำลังโหลดความคิดเห็น...