xs
xsm
sm
md
lg

“ปิยบุตร” รับ “ธนาธร” ไปนอกพักผ่อน-จ้อชาวโลก คาดศาล รธน.วินิจฉัยปมหุ้นสื่อ ก.ย.นี้

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

นายปิยบุตร แสงกนกกุล  ส.ส.บัญชีรายชื่อ และ เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่
เลขาฯ อนาคตใหม่ ปัดลือ “ธนาธร” เผ่นนอก ยันไปพักผ่อนจริงแต่จ่อเดินสายจ้อชาวโลกต่อแล้วกลับไทยแน่ ชี้หัวหน้าพรรคยังมีภารกิจเปลี่ยนแปลงชาติ เป็นนายกฯ จากมติมหาชน ยกคดี “ดอน” เทียบปมหุ้นวีลัค คาดศาล รธน.วินิจฉัยปลาย ก.ย. เผยหลักฐาน บ.จ่อปิดตั้งแต่ปลายปี 61 เชื่อศาลให้ไต่สวนก่อน แต่ถ้าขัดคุณสมบัติจริงก็ไม่สามารถขวางภารกิจได้

วันนี้ (8 ก.ค.) ที่พรรคอนาคตใหม่ เมื่อเวลา 14.30 น. นายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวถึงความคดีหุ้นบริษัท วี-ลัค มีเดีย ของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ โดยยอมรับว่านายธนาธรได้เดินทางไปต่างประเทศเมื่อสัปดาห์ที่แล้วจริง เพื่อพักผ่อนกับครอบครัว ก่อนที่จะไปทำภารกิจต่อที่เมืองบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม, กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี, กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ และสหรัฐอเมริกาต่อ โดยจะไปพบปะกับนักการเมือง เจ้าหน้าที่สหภาพยุโรป เจ้าหน้าที่องค์กรสหประชาชาติ องค์กรสิทธิมนุษยชน สื่อมวลชนต่างประเทศ และร่วมเสวนาวิชาการที่ London School of Economics ที่ประเทศอังกฤษ เพื่อแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองไทยหลังการเลือกตั้ง การสืบทอดอำนาจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และการละเมิดสิทธิมนุษยชนกรณีการทำร้ายนักกิจกรรม รวมทั้งคดีความของนายธนาธร และพรรคอนาคตใหม่ด้วย นอกจากนี้ นายธนาธรก็จะใช้โอกาสศึกษาแนวทางการพัฒนาด้านต่างๆ กลับมาพัฒนาเป็นนโยบาย

นายปิยบุตรกล่าวว่า ทั้งนี้ตนยืนยันว่านายธนาธรจะเดินทางกลับมาประเทศไทยอย่างแน่นอน นายธนาธรยังจะต้องเดินทางไปหลายจังหวัดภาคอีสาน ข่าวลือต่างๆ ที่เต้าข่าวกันขึ้นมาก็ควรจะยุติได้แล้ว เพราะนายธนาธรไม่มีความจำเป็นใดๆ จะต้องหลบหนีไปอยู่ต่างประเทศ นายธนาธรยังมีภารกิจเปลี่ยนแปลงประเทศไทยไปสู่อนาคตแบบใหม่ และจะเป็นนายกรัฐมนตรีจากมติมหาชนของประเทศ

ส่วนในเรื่องความคืบหน้าของคดีนั้น นายปิยบุตรกล่าวว่า ทางทีมกฎหมายของพรรคได้เดินทางไปยื่นเอกสารต่อศาลรัฐธรรมนูญ ประกอบด้วยเอกสารคำชี้แจงประมาณ 70 หน้ากระดาษ รวมทั้งเอกสารประกอบคำชี้แจง 50 รายการ อีกประมาณ 200 หน้า และคำร้องขอให้ศาลนัดไต่สวนพยานและพิจารณาโดยเปิดเผย และขอให้ยกเลิกคำสั่งให้นายธนาธรยุติปฏิบัติหน้าที่เป็นการชั่วคราว โดยเทียบกับกรณีของนายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งหากศาลอนุญาตให้ไต่สวนพยานได้ก็จะมีการนัดไต่สวนพยานในประมาณสิ้นเดือนนี้ และจะนัดไต่สวนในประมาณสิ้น ส.ค. และจะมีคำวินิจฉัยประมาณสิ้นเดือน ก.ย.ซึ่งเป็นไปไม่ได้เลยที่คดีของนายธนาธรจะจบภายใน 1-2 วันนี้ โดยนายธนาธรและทีมกฎหมายได้ต่อสู้ในทุกประเด็น อีกทั้งยังพบว่ามีคำร้อง ส.ส.อยู่ที่ กกต.หลายร้อยราย แต่มีเพียงคดีของนายธนาธรเท่านั้นที่ได้มีการส่งเรื่องไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ

นายปิยบุตรกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังมีหลักฐานตามสัญญาที่ทำกับสายการบินนกแอร์ รับจ้างการผลิตนิตรสารจิ๊บจิ๊บ โดยสายการบินนกแอร์เป็นผู้คุมเนื้อหารทั้งหมด บริษัทเป็นผู้รับจ้างพิมพ์อย่างเดียว และเมื่อปลายปี 2561 ได้มีกระบวนการยกเลิกการจ้างพนักงานทั้งหมดเพื่อเตรียมปิดบริษัท โดยตามสัญญานิตยสารฉบับสุดท้ายจะผลิตออกมาในวันที่ 30 พ.ย. 2561 และยังมีหลักฐานการแจ้งไปที่สำนักงานประกันสังคมเพื่อแจ้งการเลิกกิจการในช่วงปลาย ม.ค. 2562 เพราะฉะนั้น กระบวนการเลิกกิจการจึงเกิดขึ้นมาตั้งแต่ปลายปี 2561 แล้ว หากจะตีความตามเจตนารมณ์ของกฎหมายว่าเพื่อป้องกันไม่ให้นักการเมืองครอบงำสื่อ ก็ยิ่งใช้กับกรณีนี้ไม่ได้

เมื่อถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่จะมีการอ่านคำวินิจฉัยทันทีโดยไม่มีการไต่สวนพยาน นายปิยบุตรกล่าวว่า ศาลรัฐธรรมนูญเคยมีทั้งกรณีที่วินิจฉัยคดีโดยทันที โดยไม่เปิดให้มีการไต่สวนพยานก่อน และมีกรณีที่เปิดโอกาสให้มีการไต่สวนพยานบุคคลก่อนวินิจฉัยคดี ซึ่งหากนำมาเทียบเคียงกับกรณีของนายดอน ตนมีความเชื่อมั่นว่าศาลรัฐธรรมนูญจะดำเนินการตามแนวทางเดียวกัน คือให้มีการไต่สวนก่อน ซึ่งนายธนาธรมีความมั่นใจในการต่อสู้คดีและไม่มีความกังวลใจใดๆ แต่ถ้ามีการวินิจฉัยออกมาในทิศทางว่านายธนาธรขัดคุณสมบัติจริง ตนก็เชื่อว่าจากการที่ได้รู้จักนายธนาธรมา นายธนาธรเป็นมนุษย์แห่งการทลายข้อจำกัด การไม่ได้เป็น ส.ส.จะไม่เป็นอุปสรรคใดๆ ในการเดินหน้าภารกิจของนายธนาธรเพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศ

นายปิยบุตรกล่าวอีกว่า ตนและทีมกฎหมายมีความมั่นใจมากในการต่อสู้คดี เพราะทั้งข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย และแนวทางคำพิพากษาของคดีมีความชัดเจนมาก ว่าต้องยึดมาตรา 1129 ของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ตนยังคิดอยู่ว่าเมื่อจบคดีแล้วตนจะพิมพ์หนังสือออกมาสักเล่มหนึ่งเพื่อเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาวิชานิติศาสตร์และเพื่อให้เห็นมาตรฐานของการดำเนินคดี และถ้าหากจะไม่เอา ม.1129 มาใช้เฉพาะกรณีนี้กรณีเดียว นั่นหมายถึงคุณต้องการจับหนูตัวเดียว แล้วยอมทำลายระบบการโอนหุ้นในทางธุรกิจของประเทศนี้ไปหมดเลย



กำลังโหลดความคิดเห็น...