xs
xsm
sm
md
lg

24 หน่วยงานรัฐ เห็นพ้องเกณฑ์ ป.ป.ช. ป้องโกงเชิงนโยบาย-สกัดพรรคการเมืองขายฝัน แนะชี้ให้ชัด "โครงการประเภทใด" เข้าข่ายต้องประเมินความเสี่ยงทุจริต

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


24 หน่วยงานรัฐ เห็นพ้องเกณฑ์ ป.ป.ช. ป้องโกงเชิงนโยบาย-สกัดพรรคการเมืองขายฝัน "รองฯวิษณุ" รักษาการ รมว.พัฒนาสังคมฯ ระบุ นำนโยบายไปปฏิบัติหลังเลือกตั้ง ควรบูรณาการเกณฑ์ความเสี่ยง เน้นระบบติดตามประเมินผลนำมาใช้ลดความซ้ำซ้อน ด้าน "รองฯสมคิด"รักษาการรมว.อุดมศึกษาฯ หวั่นเกณฑ์ป้องกันไม่เชื่อมโยงกับนิยามความเสี่ยง แนะระบุให้ชัด "โครงการประเภทใดบ้าง"ต้องดำเนินการตามนโยบายที่เข้าข่ายต้องประเมินความเสี่ยงทุจริต ป้องหน่วยงานสับสน เผย ครม.สั่ง ก.พ.ร.-ก.อุดมศึกษา นำไปปฏิบัติ ไม่กระทบงบประมาณ ย้ำอาจไม่คุ้มค่า ขัดแผนปฏิรูปประเทศ ที่หวังลดขนาด/กำลังคน เสนอทบทวนบังคับใช้ควบคู่ระบบไอที

วันนี้ (28 มิ.ย.) มีรายงานจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ หน่วยงานภาครัฐ 24 แห่ง ได้รายงานเสนอความเห็น ข้อเสนอแนะ และข้อสังเกต ต่อเกณฑ์ชี้วัดความเสี่ยงต่อการทุจริตเชิงนโยบาย และคู่มือการใช้เกณฑ์ชี้วัดฯดังกล่าวซึ่งเป็นหนึ่งในประเด็นยุทธสาสตร์ชาติ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ระยะที่ 3 (พ.ศ. 2560 - 2564) ยุทธศาสตร์ที่ 3 “สกัดกั้นการทุจริตเชิงนโยบาย" เพื่อป้องกันและปราบปรามการทุจริตให้ดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับการดำเนินการแก้ไขปัญหาการทุจริตของรัฐบาล

ให้กับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นำไปพิจารณาประกอบการดำเนินการ ตามมติคณะรัฐมนตรี 25 มิ.ย.2562 โดยร่วมกับสำนักงาน ก.พ.ร. กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง ให้มีความเหมาะสมหรือสอดคล้องกับหลักเกณฑ์หรือแนวทาง การประเมินอื่น ๆ ที่มีอยู่แล้ว เพื่อให้สามารถนำเกณฑ์ดังกล่าวไปสู่การปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม คุ้มค่า และเป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้โดยไม่เป็นการสร้างภาระหรืองบประมาณให้กับภาครัฐ

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มีข้อสังเกตเพื่มเติมในประเด็นแนวทางการดำเนินการในขั้นตอนการนำนโยบายสู่การปฎิบัติที่หน่วยงาน ของรัฐต้องปฎิบัติ คือ (1) ควรจัดทำคู่มือการใช้เกณฑ์ชี้วัคความเสี่ยงต่อการทุจริตเชิงนโยบายสำหรับผู้ปฏิบัติงานให้เข้าใจง่าย ระบุความหมายคำนิยามให้ชัคเจน รวมทั้งกำหนดบทบาทของผู้มีหน้าที่ดำเนินการตามคู่มือดังกล่าวให้ชัดเจนด้วย โดยควรจัดทำในรูปแบบตารางมอบหมาย

(2) ควรจัดทำผังงาน (Flow chart) ควบคู่คำอธิบาย สำหรับแนวทางการคำเนินการ เพื่อจะได้ง่ายต่อการเข้าใจ และ (3) ในการประเมินความเสี่ยงของโครงการควรใช้วงจรการบริหารงานคุณภาพ (Plan Do Check Act: PDCA) กำกับในแต่ละขั้นตอน ซึ่งจะต้องมีการวางแผนกำหนดมาตรการป้องกันความเสี่ยงจากการทุจริต และติดตามผลโครงการ

กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ "นายวิษณุ เครืองาม" รักษาการ รมว.พัฒนาสังคมฯ เห็นว่า เนื่องจากเกณฑ์ชี้วัดความเสี่ยงต่อการทุจริตเชิงนโยบาย ก่อนการเลือกตั้งเป็นขั้นตอนการพัฒนานโยบาย เพี่อให้พรรคการเมืองที่ประสงค์จะส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งดำเนินการพัฒนานโยบายให้เป็นไปตามเกณฑ์ รวมไปถึงการนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติหลังการเลือกตั้ง และมีข้อสังเกตว่า ควรมีการบูรณาการเกณฑ์ชี้วัดการวิเคราะห์ความเสี่ยงต่าง ๆ และระบบการติดตามประเมินผลในขั้นตอนการนำนโยบายสู่การปฏิบัติเพี่อลดความซ้ำช้อน และเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติมากยิ่งขึ้น

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม "นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์" รักษาการแทน มีความเห็นเพิ่มเติมดังนี้ 1. เกณฑ์การประเมินความเสี่ยงยังไม่ได้แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมโยงกับนิยามของความเสี่ยงเชิงนโยบายอย่างชัดเจน และไม่ได้ระบุชัดเจนว่า โครงการประเภทใดบ้างที่ถือว่า เป็นการดำเนินการตามนโยบายที่เข้าข่ายต้องประเมินความเสี่ยง จึงควรกำหนดให้ชัดเจนเพื่อลดความสับสน และให้หน่วยงานปฏิบัติตามได้ครบถ้วนถูกต้อง เพราะการดำเนินการตามเกณฑ์ชี้วัดดังกล่าวต้องมีกระบวนการจัดทำเอกสารอีกจำนวนมาก ซึ่งต้องอาศัยบุคลากรและงบประมาณในการดำเนินการให้บรรลุเกณฑ์ดังกล่าว แต่ไม่ได้มีส่วนช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน

"อาจไม่คุ้มค่าในการที่จะดำเนินการต่าง ๆ ตามเกณฑ์ชี้วัดความเสี่ยงดังกล่าว ซึ่งขัดกับแผนปฏิรูปประเทศ ที่ต้องการลดขนาดและกำลังคนภาคราชการโดยการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยดำเนินการ จึงควรให้ มีการทบทวนการบังคับใช้เกณฑ์ชี้วัดและการประเมินความเสี่ยงต่อการทุจริตเซิงนโยบาย โดยควรกำหนด แผนการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ควบคู่กัน"

พร้อมทั้งเสนอให้บรรจุกระบวนการประเมินและบริหารความเสี่ยงต่อการทุจริตเซิงนโยบายในกระบวนการที่มีอยู่แล้ว เช่น กระบวนการเสนอรายงานการประเมินความคุ้มค่าของโครงการขนาดใหญ่ต่อสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สภาพัฒน์) พิจารณาก่อนเสนอคณะรัฐมนตรี เพื่อลดภาระงานของหน่วยงานของรัฐ และกำหนดให้สำนักงาน ป.ป.ท. สามารถเข้าถึงช้อมูลดังกล่าวได้

2. การประเมินการนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติเป็นการประเมินที่กระบวนการการลดความเสี่ยงมากกว่าการประเมินระดับความเสี่ยงของตัวโครงการเอง ซึ่งอาจกำหนดให้เป็นมาตรการที่หน่วยงานต้องปฏิบัติเพื่อลดความเสี่ยงแทน ทั้งนี้ คู่มือแนวทางการประเมินความเสี่ยงต่อการทุจริต อาจไม่เหมาะสมในการประยุกต์ใช้เนื่องจากการทุจริตเชิงนโยบายเป็บการเอื้อประโยชน์ตั้งแต่ระดับนโยบาย ไม่ได้เกิดจากการทุจริตในกระบวนการ ดำเนินงานของหน่วยงาน

3. ในส่วนของการกำหนดหลักเกณฑ์ปฏิบัติการบริหารจัดการความเสี่ยงของหน่วยงานภาครัฐ ควรมีการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ หลักเกณฑ์กระทรวงการคลังว่าด้วยมาตรฐานและหลักเกณฑ์ปฏิบัติการบริหารจัดการความเสี่ยงสำหรับหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2562

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม มีข้อคิดเห็นเพิ่มเติม ดังนี้ 1. เพื่อให้การดำเนินการตรวจสอบและเฝ้าระวังความเสี่ยงต่อการทุจริตเชิงนโยบายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เห็นควรให้หน่วยงานกลางที่มีอำนาจหน้าที่ในการตรวจสอบเข้ามามีบทบาทในการดำเนินงานก่อนการพิจารณาจัดสรรงบประมาณ และเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณชน (Open Data) เพื่อให้ร่วมตรวจสอบ กระบวนการทำงานของนโยบายดังกล่าว รวมทั้ง พิจารณาปรับการตรวจสอบ ประเมิน และแนวทางการป้องกันการทุจริตที่มีอยู่ให้สอดคล้องกับเกณฑ์ตัวขี้วัดความเสี่ยงต่อการทุจริตเชิงนโยบาย เพื่อลดความซ้ำซ้อนในการดำเนินงาน และควรหลีกเลี่ยงความผิดพลาดของข้อมูล ควรนำระบบเทคโนโลยีดิจิทัลมาเป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการ รวมทั้งการเชื่อมโยงข้อมูลไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เห็นว่า เกณฑ์ชี้วัดดังกล่าว ในขั้นตอนการนำนโยบายสู่การปฏิบัติมีความใกล้เคียงกับการวิเคราะห์ความเสี่ยงตามหลักธรรมาภิบาลของแผนงาน/โครงการที่สำคัญตามนโยบาย รัฐบาลตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2552 จึงอาจเป็นการเพิ่มกระบวนการทำงานที่เกิดความซ้ำซ้อนของหน่วยงานของรัฐ

กระทรวงพลังงาน มีข้อเสนอแนะให้มีการติดตามประเมินผลสัมฤทธิ์ ระหว่างการนำมาใช้และปรับปรุงเกณฑ์ฯ เป็นระยะ ให้สอดคล้องกับการพัฒนานโยบายสู่การปฏิบัติ พร้อมทั้งเสริมความรู้แก่เจ้าหน้าที่รัฐที่ต้องรับผิดชอบการดำเนินการตามนโยบาย เพื่อให้การดำเนินนโยบายมีความคล่องตัว เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุดตามวิสัยทัศน์ มั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน ต่อไป

กระทรวงอุตสาหกรรม "นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์" รักษาการ เห็นว่า เกณฑ์ชี้วัดความเสี่ยงต่อการทุจริตเชิงนโยบายในขั้นตอบการนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องควรหมายความรวมถึงหน่วยงานระดับกรมหรือเทียบเท่าที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณด้วย

ควรมีมาตรการกำหนดให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกระดับดำเนินการเผยแพร่ข้อมูลต่อสาธารณะอย่างต่อเนื่องและเป็นรูปธรรมที่ชัดเจน เพื่อให้เกิดการรับรู้ตั้งแต่ขั้นตอนการก่อตัวนโยบาย การพัฒนานโยบาย และการนำนโยบายไปปฏิบัติ ตลอดจนมีช่องทางที่ประชาชนสามารถแสดงความคิดเห็นและติดตามนโยบาย เข้าถึงง่าย สะดวก และรวดเร็ว

กระทรวงการคลัง เห็นว่า ควรมีมาตรการสนับสนุน ด้านงบประมาณ บุคลากรและองค์ความรู้ในการสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้ปฏิบัติงานเพื่อให้การดำเนินการตามเกณฑ์ชี้วัดความเสี่ยงต่อการทุจริตเชิงนโยบายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

กระทรวงวัฒนธรรม เห็นว่า เนื่องจากทำให้เกิดความตระหนักต่อการทุจริต ที่อาจส่งผลต่อการดำเนินการของพรรคการเมือง หลีกเลี่ยงการถูกกล่าวว่าจะเป็นนโยบายที่มิการทุจริตได้ในอนาคต และทำให้ผู้รับผิดชอบในการนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติได้ตระหนักต่อการทุจริตที่อาจเกิดขี้นในระหว่างการปฏิบัติตามนโยบาย

ทั้งนี้ ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. ควรจัดอบรมสร้างความรู้ ความเข้าใจแก่หน่วยงานภาครัฐ และจัดทำตัวอย่างการประเมินความเสี่ยงการทุจริตตามวิธีการในคู่มือการใช้เกณฑ์ชี้วัคความเสี่ยงต่อการทุจริตเชิงนโยบาย และคู่มือแนวทางประเมินความเสี่ยงการทุจริตให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐสามารถประเมินความเสี่ยงการทุจริตได้อย่างถูกต้อง ตรงประเด็น และ สามารถใช้คู่มือดังกล่าวเป็นเครื่องมือในการกำกับ ติดตาม ประเมินผลการนำนโยบายสู่การปฏิบัติไต้อย่างเป็นรูปธรรม

สำนักงาน ก.พ. เห็นว่า การศึกษาเพื่อกำหนดเกณฑ์ชี้วัดความเสี่ยงต่อการทุจริตเชิงนโยบาย โดยกำหนดให้พรรคการเมือง ต้องมีการวิเคราะห์ถึงผลกระทบ ความคุ้มค่า ความเป็นไปได้ และความเสี่ยงของนโยบาย ที่ใช้ในการหาเสียงเลือกตั้งเพื่อนำเสนอต่อสังคม รวมถึงเปิดโอกาสให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการกำกับติดตามและตรวจสอบการดำเนินนโยบายสาธารณะของรัฐบาล จะเป็นเครื่องมือสำคัญที่ข่วยเสริมสร้างความโปร่งใส ลดโอกาสและความเสี่ยงในการทุจริตที่อาจเกิดขึ้น ทั้งในขั้นตอนการพัฒนานโยบายของพรรคการเมือง และการนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติของหน่วยงานของรัฐ

อนึ่ง เพื่อลดความซ้ำซ้อนและไม่เป็นการสร้างภาระให้กับหน่วยงานที่ต้องนำเกณฑ์ชี้วัดความเสี่ยงต่อการทุจริตเชิงนโยบายไปดำเนินการ เห็นควรจะได้มีการบูรณาการระหว่างหน่วยงานกลาง ที่เกี่ยวข้องกับการเสนอแนะนโยบาย การจัดทำงบประมาณแผ่นดินเพื่อพิจารณากำหนดตัวชี้วัดหลักเกณฑ์ การประเมิน และการจัดทำรายงานร่วมกันให้สามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม

สำนักงาน ก.พ.ร. เห็นว่า สำนักงาน ป.ป.ช. อาจนำเกณฑ์ตัวชี้วัดความเสี่ยงต่อการทุจริตเซิงนโยบาย ในขั้นตอนการนำนโยบายสู่การปฏิบัติ ไปกำหนดเป็นตัวชี้วัดเพื่มเติมในการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (Integrity and Transparency Assessment: ITA) โดยไม่ต้องกำหนดเกณฑ์ตัวชี้วัดความเสี่ยงต่อการทุจริตเชิงนโยบาย สำหรับประเมินหน่วยงานของรัฐขึ้นมาใหม่ เนื่องจากแนวทางการประเมินเป็นไปในทิศทางเคียวกันอยู่แล้ว

ทั้งนี้ เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ในยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ระยะที่ 3 (พ.ศ. 2560- 2564) และเพื่อไม่เป็นการเพิ่มภาระให้กับส่วนราชการมากเกินสมควร สำนักงาน ป.ป.ข. อาจเพิ่มเติมการเปิดเผยรายงานการศึกษา EIA และการเปิดโอกาสให้ประชาชนหรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเข้ามาร่วมในการป้องกันการทุจริตเชิงนโยบายในรายละเอียดการประเมิน ITA ปีงบประมาณต่อไป

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (สำนักงาน ป.ป.ท.) มีข้อสังเกตเพิ่มเติม ดังนี้

1. ควรกำหนดกลไกการดำเนินการในรูปแบบคณะกรรมการ ที่ประกอบด้วยหน่วยงานที่มีอำนาจในการตรวจสอบการทุจริต และหน่วยงานที่สนับสนุนด้านงบประมาณและระเบียบต่างๆ ที่เกี่ยวช้อง อาทิเช่น สำนักงาน ป.ป.ช. สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน สำนักงาน ป.ป.ท. สำนักงบประมาณ กรมบัญชีกลาง เป็นต้น เพื่อร่วมกันพิจารณาวิเคราะห์ กลั่นกรองนโยบาย และคัดเลือกโครงการตามนโยบายรัฐบาลที่สำคัญ เพื่อตรวจสอบ เฝ้าระวัง และติดตามการดำเนินการเพื่อลดความเสี่ยงต่อการทุจริต

2. ควรกำหนดอำนาจหน้าที่คณะกรรมการดังกล่าว ให้ครอบคลุมถึงภารกิจในการส่งเสริม/เสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจในหลักเกณฑ์และวิธีการในการดำเนินการตามเกณฑ์ชี้วัดความเสี่ยงต่อการทุจริตเชิงนโยบายให้แก่ส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

3. กรณีที่นโยบาย/โครงการ มีความเสี่ยงต่อการทุจริตเชิงนโยบาย คณะกรรมการฯ ควรให้คำแนะนำ ข้อเสนอแนะแนวทาง/มาตรการแก่ส่วนราชการในการดำเนินการที่ถูกต้อง เพื่อให้ส่วนราชการ นำไปปรับปรุงแก้ไขวิธีการ/แนวทางการดำเนินการที่เสี่ยงต่อการเกิดทุจริต เพื่อมิให้ส่งผลกระทบกับการขับเคลื่อนนโยบายหรือโครงการนั้นไปสู่ประชาซน

ก่อนหน้านั้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. ส่งหลักเกณฑ์นี้ ให้กับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อไปใช้เป็นหลักเกณฑ์ตรวจสอบนโยบายของพรรคการเมือง ที่ลงสมัครรับเลือกตั้งว่า ดำเนินนโยบายเป็นไปตามหลักเกณฑ์นี้หรือไม่ โดยสาระสำคัญคือ นโยบายทั้งหมดต้องมีความเชื่อมโยงกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ รวมถึงต้องอธิบายแหล่งที่มาของงบประมาณในการจัดทำนโยบายให้ชัดเจน และต้องระบุกลุ่มเป้าหมาย รวมถึงผู้มีส่วนได้เสียจากการจัดทำนโยบายดังกล่าวด้วย.


กำลังโหลดความคิดเห็น...