xs
xsm
sm
md
lg

“วิลาศ” ไล่ยุบทิ้ง ป.ป.ช.หลังบอกนาฬิกาหรูยืมเพื่อนไม่ต้องแจงบัญชี ชี้เปิดช่องทุจริต

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

วิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดี ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ (แฟ้มภาพ)
อดีต ส.ส.กทม.ปชป. แนะยุบทิ้ง ป.ป.ช.หลัง จนท.ระบุนาฬิกาหรูยืมเพื่อนไม่ต้องแจงบัญชีทรัพย์สิน ชี้ตั้งบรรทัดฐานใหม่ เปิดช่องทุจริต ยกงานอดีตแบน “เสธ.หนั่น” ซุกเงิน 50 ล้าน เทียบ 5-10 ปีหลังคดีหลักร้อยล้านแต่ไม่เคยสอบได้

วันนี้ (21 มิ.ย.) นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ และอดีตประธานกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีเจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้แจงในการประชุมสัมมนาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ใหม่ ถึงกรณีการยืมทรัพย์สินมีค่า เช่น นาฬิกาหรูของเพื่อนว่าไม่จำเป็นต้องชี้แจงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช.ว่า ถ้าตีความตามคำพูดของเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. หรือต่อไปนี้การยืมทรัพย์สินมีค่า เช่น นาฬิกาหรู หรือรถหรูของเพื่อนมาใช้ไม่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินก็ถือว่าไม่ผิด แต่ปัญหามีอยู่ว่าปัจจุบัน ป.ป.ช.มีหน้าที่หลัก 2 หน้าที่ คือ 1. การตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชัน 2. การตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของข้าราชการและนักการเมืองว่ามีพฤติกรรมร่ำรวยผิดปกติหรือไม่ เดิมนั้นการตรวจสอบคดีทุจริตมักร้องที่ ป.ป.ช. แต่ภายหลังมีศาลอาญาคดีทุจริตขึ้นมาแล้วส่วนใหญ่ก็ไปร้องคดีทุจริตที่ศาลอาญาคดีทุจริต และอีกทั้งช่วง 8 ปีที่ผ่านมา การทำคดีตรวจสอบทุจริตคอร์รัปชันของ ป.ป.ช.ล่าช้ามาก และต่ำกว่ามาตรฐานขององค์กรเดิมที่ชุดอื่นทำไว้ จึงมีข้อเสนอว่าต่อไปนี้ในคดีทุจริตควรส่งให้ศาลอาญาทุจริตดูแลรับผิดชอบหรือไม่ โดยต้องแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้ประชาชนสามารถร้องต่อศาลคดีทุจริตได้ โดยต้องแก้นิยามคำว่า “ผู้เสียหาย” ให้มีความหมายกว้างขวางมากขึ้นเพื่อที่จะให้ประชาชนสามารถมีสิทธิฟ้องร้องในคดีทุจริตนั้นๆ ได้

นายวิลาศกล่าวว่า แต่พอมาเจอคำตอบของเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ในเรื่องการให้ ส.ส. นักการเมือง และข้าราชการต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินหรือไม่ โดยเฉพาะกรณีการยืมทรัพย์สินมีค่าของเพื่อนโดยระบุว่าไม่ต้องยื่นชี้แจงต่อ ป.ป.ช. ก็ถือว่าจบเรื่องเลย เพราะต่อไปนี้ ป.ป.ช.ก็ไม่สามารถตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของใครได้ หากบุคคลนั้นอ้างว่าทรัพย์สินที่ตรวจพบเป็นการยืมเพื่อนมา ก็เท่ากับตั้งบรรทัดฐานไว้แล้ว ในที่สุดก็ตรวจสอบเอาผิดใครไม่ได้ในเรื่องการใช้ช่องทางทุจริต หากเป็นเช่นนี้ก็ไม่จำเป็นต้องมี ป.ป.ช.อีกต่อไป เพราะถือว่าไม่มีหน้าที่และไม่จำเป็นต้องตรวจสอบในเรื่องบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อไป

“แต่หากเปรียบเทียบกับในอดีต กรณี พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ อดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ที่พบว่ามีเงินงอกบัญชี 50 ล้านบาท แต่กลับถูก ป.ป.ช.ชี้ว่ามีความผิดต้องเว้นวรรคทางการเมือง หากเปรียบกับกรณีนาฬิกาหรูรวมกันหลาย 10 เรือน มีมูลค่านับ 100 ล้านบาท แต่ ป.ป.ช.กลับยื้อคดีแล้วบอกไม่ผิด ถือเป็นการตั้งบรรทัดฐานใหม่ที่มีผลในการทำลายองค์กรตรวจสอบตามรัฐธรรมนูญอย่าง ป.ป.ช.ลงไปอย่างน่าเสียดาย ถ้าเป็นอย่างนี้แล้วก็ไม่จำเป็นต้องมีองค์กรอย่าง ป.ป.ช.อีกต่อไป เพราะนับย้อนไป 5-10 ปีมานี้ ป.ป.ช.ไม่เคยตรวจสอบคดีใหญ่ใดๆ ได้เลย เช่น กรณีสินบนเครื่องยนต์โรลส์-รอยซ์ การซื้อเครื่องบินของการบินไทย หรือกรณีซีทีเอ็กซ์ 9000 หรือแม้กระทั่งกรณีการซื้อเรือเหาะของกองทัพบกที่มีมูลค่าหลายร้อยล้านบาท แต่กลับไม่สามารถใช้การได้ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นเครื่องการันตีผลงานของ ป.ป.ช.ว่าควรมีต่อไปหรือไม่ สำหรับผมเห็นว่าหากเป็นเช่นนี้ก็ควรยุบองค์กรทิ้งเพื่อไม่ต้องเปลืองภาษีงบประมาณแผ่นดินอีกต่อไป” นายวิลาศกล่าว


กำลังโหลดความคิดเห็น...