xs
xsm
sm
md
lg

"ลุงตู่"ไม่ได้มาเล่นๆจ่อคุมพลังประชารัฐลุยเลือกตั้ง !?

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


เมืองไทย 360 องศา





ในตอนแรกที่ได้ยินข่าวว่า "บิ๊กตู่"หรือ"ลุงตู่" พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะมาเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ก็ยังไม่ค่อยเชื่อถือนัก อาจจะมีเจตนาปล่อยข่าวเพื่อหยั่งท่าทีบางอย่าง แต่เมื่อได้ยิน พล.อ.ประยุทธ์ ตอบคำถามสื่อมวลชนที่ถามถึงเรื่องดังกล่าวว่า "กำลังให้ที่ปรึกษากฎหมายพิจารณาดูว่าเหมาะสมหรือไม่เหมาะสมอย่างไร ขอให้ใจเย็นๆ พร้อมทั้งกล่าวว่า ที่ผ่านมา 5 ปี ก็ผ่านงานการเมือง งานบริหารราชการแผ่นดิน รับฟังความเห็นทุกภาคส่วน

"ส่วนที่มองว่าผมไม่สันทัดทางการเมืองนั้น ผมก็ทำมาแล้ว 5 ปีอาจจะมีดีบ้างไม่ดีบ้าง ผมก็ยอมรับ แต่ผมก็ต้องดำเนินการต่อไป อยากเรียนว่าไม่มีใครเก่งตั้งแต่เกิด ทุกอย่างต้องอาศัยการเรียนรู้ การเอาใจใส่"

คำพูดดังกล่าวข้างต้นของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีขึ้นที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 19 มิถุนายนที่ผ่านมาทั้งในเรื่องการจะมาเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐในอนาคตไม่นานนี้ รวมไปถึงยืนยันถึงประสบการณ์ทางการเมืองในฐานะนายกรัฐมนตรีในช่วงเวลาที่ผ่านมา

น่าสนใจก็คือข่าวเรื่องการมาเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ถือว่าเป็นจริงเป็นจังมากขึ้น เพราะตัวเขาเป็นคนพูดเอง ในลักษณะที่ว่ากำลังปรึกษาฝ่ายกฎหมายพิจารณาถึงความเหมาะสม ความหมายก็คือกำลังรอช่วงจังหวะเวลาเท่านั้น ซึ่งสอดคล้องกับรายงานข่าวที่ว่าเขากำลังเขียนใบสมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐในเร็วๆนี้

เอาเป็นว่านาทีนี้ถือว่าเป็นไปได้สูงมากทีเดียวที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะมาเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งต้องมาวิเคราะห์กันถึงเหตุและผลว่าทำไมเขาต้องเดินในทางแบบนี้ คำตอบก็เป็นเพราะ พล.อ.ประยุทธ์ แตกต่างจากนายทหารคนอื่น หรือ"ผู้นำกองทัพคนอื่น" โดยเฉพาะผู้นำที่เคยรัฐประหาร หรือ"เผด็จการ"คนอื่นๆในอดีต เพราะที่ผ่านมาเขาได่สรุปบทเรียนและที่สำคัญมีการศึกษาและทำการบ้านมาอย่างดี

อย่างที่เคยรับรู้กันมานานแล้วว่า บรรดานายทหารที่ ทักษิณ ชินวัตร หวั่นไหวและจับตามองมาโดยตลอดก็คือ"บิ๊กตู่"คนนี้แหละ เพราะเคยเห็นกันมาตั้งแต่สมัยเป็นนักเรียนเตรียมทหาร โดย ทักษิณ เป็นรุ่นพี่ ตท.10 ขณะที่ บิ๊กตู่เป็น ตท.12 ห่างกันแค่ 2 รุ่นเท่านั้น ถือว่าไม่ไกลนัก แม้ว่าต่อมา ทักษิณ จะแยกไปทางสายธุรกิจการเมือง จนตั้งพรรคไทยรักไทยและก้าวขึ้นสู้ตำแหน่งนายกฯอย่างที่รู้กัน ขณะที่ รายหลังยังเติบโตในกองทัพบก และในที่สุดก็มาที่เก้าอี้นายกฯเช่นเดียวกัน
 
แต่ที่น่าสนใจก็คือ ผ่านมา 5 ปีแล้ว ในสถานะ"ผู้นำเผด็จการ"จากผู้นำคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ต่อเนื่องมาในสถานการณ์ใหม่ที่ได้รับเสียงโหวตจากสมาชิกรัฐสภาให้เป็นนายกฯสมัยที่สอง เขาก็ยังได้รับความนิยม แม้ว่าจะตกลงไปบ้าง แต่ก็ยังถือว่ามีแรงหนุนอย่างแน่นหนาไม่น้อยก็แล้ว

และอาจเป็นครั้งแรกที่ทำให้ผลการเลือกตั้งแล้วทำให้พรรคเพื่อไทยและเครือข่ายของ ทักษิณ ชินวัตร "ไม่ชนะขาด"เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา ส่วนสาเหตุจะเป็นเพราะฝ่าย ทักษิณวางยุทธศาสตร์พลาดเองที่แตกแบงก์ย่อยกรณีพรรคไทยรักษาชาติก็ตาม แต่ถึงอย่างไรผลการเลือกตั้งที่ออกมาทำให้มองอีกมุมหนึ่งคือ "การเมืองกลับเข้าสู่จุดสมดุล" มีการถ่วงดุลกันอีกครั้งหนึ่ง และเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 20 ปี พรรคในเครือข่ายของ ทักษิณ ชินวัตร ต้องไปเป็นฝ่ายค้าน

ขณะเดียวกันก็ต้องยอมรับว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีความแตกต่างจากนายทหารคนอื่น นั่นคือมีลูกล่อลูกชนทางการเมือง ไม่ต่างจากพวกนักการเมืองอาชีพ และนับวันหากสังเกตให้ดีจะมีการเผยบทบาทอย่างเด่นชัดมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะการปรับตัวให้เข้ากับ"สถานการณ์ใหม่"อยู่ตลอดเวลา

เหมือนกับที่เห็นความเคลื่อนไหวในตอนนี้เมื่อเข้าสู่"โหมดประชาธิปไตย"เขาก็ต้องปรับตัวเพื่อรับสถานการณ์ใหม่เตรียมนั่งเก้าอี้หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ รวมไปถึงในวันข้างหน้าเพื่อนำทัพในการเลือกตั้ง แน่นอนว่าการเป็นหัวหน้าพรรคอาจเป็นการปิดจุดอ่อนที่ถูกกล่าวหาค่อนขอดในช่วงที่ผ่านมา และว่าหากบทบาทใหม่ที่ว่านี้มาถึงวันใด

นั่นก็ย่อมหมายความว่าเขาพร้อมอย่างเต็มที่แล้วในทางการเมืองแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ รวมไปถึงเครือข่ายต่างๆในมือที่วางเอาไว้อย่างพร้อมสรรพ เพียงแต่ว่าด่านสุดท้ายขึ้นอยู่กับประชาชนจะเอาด้วยหรือไม่ ซึ่งผลงานและบทบาทของเขาทั้งอดีตและปัจจุบันรวมไปถึงอนาคตเท่านั้นจะเป็นเครื่องพิสูจน์ !!


กำลังโหลดความคิดเห็น...