xs
xsm
sm
md
lg

“ชวน” อบรม ส.ส.ห้ามแตกแถวทำ พ.ร.บ.งบฯ ล่ม เตือนอย่าใช้สิทธิเรี่ยราด สภาโดนทวงค่าตั๋วเครื่องบินหลายล้าน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


“ชวน” เตือน ส.ส.ระวังร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ล่มทำรัฐบาลปริ่มน้ำอยู่ไม่ได้ อบรมยาวอย่าใช้สิทธิพิเศษเรี่ยราด แฉสายการบินบุกสภาใหม่ทวงหนี้ค่าตั๋วเครื่องบินหลายล้าน เหตุจองแล้วเทเพราะสภาออกให้ บางคนรวยแต่ติดหนี้หลายแสน เตือนหากได้เป็น รมต.อาจถูกสอบจริยธรรม เผยทูตฟ้อง ส.ส.ไปดูงาน ตปท.แต่เบี้ยวนัด-หนีไปชอปปิ้ง แต่งตัวไม่ถูกกาลเทศะ กำชับต้องขึ้นเครื่องให้ตรงเวลาอย่าให้ชาวบ้านนินทาว่าเป็นตัวทำเครื่องดีเลย์ เตือนให้คนอื่นใช้สิทธิ์นั่งรถไฟ-บขส.อาจเจอข้อหาปลอมแปลงเอกสาร หวังสภาชุดใหม่ช่วยกอบกู้ประชาธิปไตยเดินไปข้างหน้า

วันนี้ (20 มิ.ย.) เมื่อเวลา 09.00 น. ที่อาคารทีโอที นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวให้โอวาทแก่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส) ใหม่ ในงานสัมมนา ส.ส.ทั้ง 500 คน โดยกล่าวถึงการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีว่าเป็นหน้าที่ของ ส.ส.ที่ต้องร่วมกันพิจารณา และยิ่งเป็นช่วงรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำก็ต้องทำให้ดี เพราะมิเช่นนั้นหากแพ้ก็จะทำให้รัฐบาลนี้อยู่ไม่ได้

นายชวนยังกล่าวถึงการใช้สิทธิพิเศษของสมาชิก ส.ส.ว่าจะต้องมีการระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะในอดีตเกิดปัญหามาก แต่สภานี้เพิ่งเกิดเป็นครั้งแรก ตนขอเรียนเรื่องใช้สิทธิ์โดยสารเครื่องบินว่า ขณะนี้ที่สภามีบริษัทตัวแทนสายการบิน 3 สาย คือ แอร์เอเชีย นกแอร์ และการบินไทย มาประจำสภาเพื่อให้บริการสมาชิก แต่มีการทวงเงินจากสมาชิกชุดก่อน และมีการคืนเงินไปพอสมควร แต่สายการบินอื่นที่ไม่มีข้อตกลงกับสภาเป็นพิเศษว่าต้องมีเจ้าหน้าที่มานั่งประจำ โดยเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรมาบอกกับตนว่าเราสามารถโดยสารได้โดยการนำใบเสร็จมาเบิกเงิน แต่ไม่ใช่ว่าขึ้นเครื่องโดยไม่ต้องจ่ายเงิน เพราะสภาจะเป็นผู้จ่ายให้เขาจึงคิดเต็มที่ ดังนั้น เมื่อเราจองตั๋วเครื่องบินแล้วต้องเดินทาง ถ้าไม่เดินทางต้องยกเลิก เขาให้สิทธิ์ในการเลื่อน แต่ไม่ได้ให้ยกเลิกเพื่อไม่ให้บัตรของเขาเสีย ถ้าเราไม่เดินทางเราต้องจ่ายเงินให้เขาเพราะเขาจะคิดค่าโดยสารเต็ม แต่สภาไม่ได้จ่าย ซึ่งมีตัวเลขอยู่ในมือที่อดีตสมาชิกเป็นหนี้ บางคนเป็นแสนๆ บาท ที่เกิดจากกรณีนี้ ถ้าเป็นภาครัฐเขาคงไม่ทวง เช่น รถไฟที่เป็นรัฐวิสาหกิจ แต่เอกชนเขาอยู่ได้ด้วยต้นทุน ดังนั้น ถ้าเขาไม่สามารถเรียกเก็บเงินได้กำไรหรือต้นทุนเขาก็มีปัญหา เขาก็เคี่ยวเข็ญให้สภาทวงให้เขา ซึ่งเลขาธิการสภาฯ ก็เกรงใจสมาชิก แต่ตนก็บอกว่าจะต้องทวงให้เขาเพราะเขาเป็นภาคธุรกิจที่สมาชิกต้องรับผิดชอบ สภาจะไม่รับผิดชอบ

“ดังนั้น ทุกคนต้องระวังอย่าให้เกิดกับตัวเอง เพราะวันหนึ่งเขาเสนอท่านเป็นรัฐมนตรี มีคนรู้ว่าท่านเป็นหนี้ค่าเครื่องบินแล้วไม่คืน เขาเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับว่าเป็นรัฐมนตรีได้อย่างไร ค่าเครื่องบินไม่เท่าไหร่ยังไม่คืนเลย ดังนั้นเราต้องป้องกันไว้ แม้สมาชิกจะมีสิทธิ์ก็ตาม เรื่องเครื่องบินขอเรียนเป็นพิเศษว่าเขามาทวงที่สภาใหม่ ผมก็คุยส่วนตัวกับเขาก่อนว่ามีจำนวนเท่าไหร่ รู้สึกจะมีบริษัทหนึ่งบอกว่ามีประมาณ 5 ล้านบาท เมื่อไปดูรายชื่อบางท่านคงไม่มีเจตนาหรืออาจจะไม่รู้ แต่มาคืนแล้วก็ไม่กี่พันบาท แต่บางคนเป็นหมื่นบาท เป็นแสนบาท เป็นแสนๆ บาท ดูรายชื่อแล้ว ส.ส.ก็ไม่ได้จน มีฐานะ เข้าใจว่าอาจจะมองข้ามความสำคัญไป เรื่องนี้จะเป็นปัญหาขึ้นมาหากได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรี หากมีการตรวจสอบขึ้นมาก็จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับคุณธรรมจริยธรรมของนักการเมืองด้วย”

นายชวนกล่าวว่า สำหรับเรื่องรถไฟซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจเขาไม่ทุกข์ร้อนเหมือนกับเอกชน เขาไม่ทวง เฉยๆ ไม่คืนก็ช่างหัวเขา เพราะเขาก็อยู่ได้ เขาไม่เหมือนเอกชนที่ต้องคิดถึงกำไร-ขาดทุน แต่เราก็ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ คือ ถ้าสมาชิกจองแล้วไปไม่ได้เนื่องจากติดภารกิจ ต้องยกเลิก อาจจะเสียค่าปรับเล็กน้อย แต่ก็เลื่อนได้เพราะรถไฟขายตั๋วต่อได้ นำเงินเข้ารัฐ เราก็มีส่วนช่วยรักษาผลประโยชน์ของรัฐ แต่ที่เป็นปัญหาร้ายแรงมากคือใช้สิทธิ์โดยให้คนอื่นไปใช้แทน ซึ่งการใช้สิทธิ์โดยสารรถไฟสมาชิกจะสามารถมีผู้ติดตามได้หนึ่งคน แต่เครื่องบินไม่มี ซึ่งเป็นเรื่องในอดีตที่เราต้องป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นในอนาคตคือมีการให้คนอื่นไปใช้สิทธิ์แทน แต่ความจริงคนนั้นจะไปใช้สิทธิ์ได้ต่อเมื่อเจ้าของบัตรคือ ส.ส. ต้องเดินทางแล้วผู้ติดตามก็ไปด้วย แต่ผู้ติตตามไปโดยที่ ส.ส. ไม่ได้ไปด้วยอย่างนี้ไม่ได้ รวมทั้ง บขส. ก็เช่นเดียวกันมีพฤติกรรมเช่นนี้หลายครั้ง โดยเจตนาพูดง่ายๆ คือเอาเปรียบรัฐ โดยให้คนของตัวเองไปใช้สิทธิ์ทั้งที่รู้ว่าไม่ถูกแต่ยังทำ ซึ่งไม่มีใครดำเนินคดี แต่ถ้าถูกดำเนินคดีก็จะมีปัญหาเรื่องปลอมแปลงเอกสาร หรือนำเอกสารเท็จไปแสดงเป็นต้นเรื่องเหล่านี้ตนเห็นมามากในอดีต ดังนั้นคิดว่าสภาชุดนี้ทั้ง 500 คนจะต้องไม่เกิดสิ่งนี้ขึ้น เมื่อสิ้นวาระของสภานี้คงไม่มีองค์กรเหล่านี้ส่งชื่อมาทวงหนี้ เพราะเราไปทำผิดเงื่อนไข

นายชวนกล่าวต่อว่า การที่ตนนำเรื่องนี้มาพูดเพราะคิดว่าสำคัญต่อเรื่องของพฤติกรรม ส.ส. อาจจะเป็นเรื่องบวกลบ แต่ตนได้เจอกัปตันบนเครื่องบินบางท่านเกรงใจไม่กล้าพูด แต่บอกว่าเขาเจ็บปวดที่สั่งให้เขารอทั้งที่ผู้โดยสารเต็มลำ ต้องรอนักการเมืองที่มาไม่ทัน เป็นเรื่องเกิดขึ้นจริงในบางครั้ง แต่ก็ไม่มากนัก แต่หนักสุดที่เป็นเรื่องอันนี้เห็นใจเพื่อน ส.ส.เพราะไปไม่ทันเนื่องจากสายการบินปิดการแสดงตนไปแล้ว จึงไม่สามารถให้สมาชิกขึ้นเครื่องบินได้ ก็ได้โทรศัพท์มาหาเลขาธิการสภาฯ ตอนตี 5 กว่า ว่าบินไม่ได้เนื่องจากสายการบินไม่ยอม ตนไม่มีเจตนาจะเข้าข้างใคร แต่คิดว่าสายการบินเขาทำถูกแล้ว เพราะถ้าเขายอมรอให้เราคนเดียวแล้วผู้โดยสารอีกเป็นร้อยคนเขาก็จะเรียกร้องอย่างเดียวกันนี้บ้าง สายการบินนั้นก็อยู่ไม่ได้

“ดังนั้น ขอร้องพวกเราว่าให้ไปตามเวลา เชื่อว่าในพรรคการเมืองก็จะมีการอบรมเรื่องนี้ เราต้องเป็นตัวอย่างที่ดี อย่าเป็นตัวอย่างที่ลบ โดยต้องไปตามเวลา และขอแนะนำส่วนตัวว่าผมเคยไปตามเวลา แต่ด้วยความปรารถนาดีของสายการบินว่าอย่าเพิ่งขึ้นเครื่อง ผู้โดยสารกำลังแน่น ดังนั้นทุกคนอย่าเชื่อ เพราะเมื่อท่านโผล่เข้าไปบนเครื่อง ผู้โดยสารนั่งอยู่เต็มลำก็จะหาว่าเพราะคนนี้เองที่ทำให้ล่าช้า ทั้งที่ความจริงไปก่อนเวลาแล้ว แต่เจ้าหน้าที่หวังดีเขาไม่อยากให้ท่านผู้มีเกียรติไปเบียดชาวบ้าน จึงให้ท่านผู้โดยสารอื่นขึ้นไปก่อนเต็มลำแล้วเราถึงจะโผล่ขึ้นไป ทำให้ผู้โดยสารที่นั่งอยู่ก่อนแล้วคิดว่าเราเพิ่งมา ผมขอแนะนำว่าอย่าไปเชื่อ เวลาเจ้าหน้าที่ให้ขึ้นเครื่องก็ต้องไปพร้อมคนอื่น เพราะเรื่องนิดเดียวจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ทำให้เขานินทาว่าร้ายทำให้เสียชื่อ ดังนั้นขออย่าให้เกิดขึ้น ผมอยากเห็นสภาชุดนี้เป็นการเริ่มต้นใหม่ที่ประชาชนให้ความเชื่อมั่น ท่านจะอยู่พรรคไหนไม่สำคัญเท่ากับเราเป็นคนดี ต้องเป็นตัวอย่างของการเคารพกฎเกณฑ์ กติกาบ้านเมืองของเราในระบอบประชาธิปไตย จุดที่สำคัญที่สุดคือการรักษาบ้านเมืองเอาไว้”

นายชวนกล่าวอีกว่า มีเรื่องที่ฝ่ายต่างประเทศฝากมา เขาไม่อยากพูดให้สมาชิกสะเทือนใจ เขาบอกให้ตนพูดเผื่อสมาชิกต้องเดินทางไปต่างประเทศในอนาคต จะไปในนามกรรมาธิการ กลุ่มมิตรภาพ หรือกลุ่มใดๆ ก็ตาม ที่ผ่านมามีทั้งภาพบวกและภาพลบ แต่มีภาพลบมากกว่าเพราะไปดูงานแล้วไม่ดูงาน นัดเจ้าภาพไว้แล้วไม่ไปตามกำหนด เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้น ได้ยินทางสถานทูตเล่าให้ฟังว่าสิ่งเหล่านี้ทางสถานทูตก็ลำบากใจเพราะเวลาไปก็ติดต่อทางต่างประเทศไว้ว่าขอให้ประสานกับองค์กรนั้นขอให้ดูงาน แต่เมื่อไปแล้วก็ไม่ดูงาน หรือไม่ไป 15 คน แต่ไปดูงาน 5 คน อีก 10 คนไปดูงานชอปปิ้ง ทำให้มีปัญหามาก แม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่เรื่องใหญ่ในสายตาของเขาคือเรื่องกาลเทศะ ตนเจอโดยบังเอิญคือไปกับกลุ่มมิตรภาพกับพวกสมาชิก ไปพบกับประธานสภาผู้แทนราษฎรประเทศหนึ่ง ทูตขอมาปีหนึ่งแล้วเขาไม่ได้พบ แต่เราไปปุ๊บปั๊บก็ได้พบ ท่านทูตก็ขอตามไปด้วย ประเด็นคือสมาชิกที่ไปใส่สูทสากล แต่รองเท้ากีฬาขาวโพลน ทูตก็เกรงใจมากไม่กล้าเตือน ตนได้บอกเพื่อนสมาชิกว่าแต่งอย่างนี้ไม่ได้ ต้องให้เกียรติเขาเพราะเรามาพบเขา ถ้าเรามาชุดอย่างนี้เขาต้องคิดว่าเราไปออกกำลังกายมา แต่โชคดีที่แก้ไขได้ทัน แต่ตรงนี้ไม่ใช่สาระในการพบ แต่เป็นเรื่องกาลเทศะที่สำคัญมากว่าเราให้เกียรติเขาหรือไม่ เพราะเราเป็นแขกของเขา ประธานสภาฯ เขาแต่งตัวเรียบร้อย ต้อนรับในห้องรับรองใหญ่โต ดังนั้น การไปต่างประเทศหรือไปเป็นแขกของเขาก็ต้องระมัดระวังเรื่องนี้ด้วยเพื่อไม่ให้ภาพลักษณ์ของสภาเสียหาย บางทีเราไม่คิดอะไร คิดว่ากันเอง แต่เรื่องพวกนี้เป็นเรื่องมารยาท ในเมืองไทยก็เป็น เราเป็นเจ้าภาพรับเขา ถ้าเขามาในชุดเสื้อกล้าม ชุดโปโล แต่เราใส่เต็มยศก็นึกภาพอย่างนี้เราจะรู้สึกอย่างใด ฉันใดก็ฉันนั้น อกเขาอกเรา

นายชวนกล่าวว่า การบอกครั้งนี้ไม่อยากพูดให้ ส.ส.เคืองใจ แต่เป็นความปรารถนาดีก็ควรบอกกล่าวให้รับทราบ ส่วนเรื่องอื่นๆ คิดว่าทุกคนมีสถานภาพเท่ากัน ไม่ใช่ตนอยู่นานกว่าแล้วจะเหนือกว่าคนอื่น เพราะตนก็อยู่ภายใต้กฎเกณฑ์เหมือนกัน ทุกคนเป็นเพื่อนกัน ไม่ใช่รุ่นก่อนรุ่นหลัง แต่เราปรารถนาดีที่อยากเห็นฝ่ายนิติบัญญัติมีความหมายมากขึ้น เป็นที่ยอมรับของประชาชน เราก็จำเป็นต้องเคร่งครัดในบางเรื่อง ตนเข้าใจดีว่าถ้าเอาใจเราปล่อยเลยตามเลยสมาชิกคนใดคนหนึ่งอาจจะพอใจ แต่อีก 499 คนอาจจะไม่พอใจ แต่ทุกคนต้องช่วยกันประคับประคองและพาสภาของเราไปสู่การยอมรับของประชาชนมากขึ้น

“เรามาจากเลือกตั้ง อย่าให้คนที่เลือกเราเสียใจว่าผู้แทนของเขามาทำหน้าที่ในสภาเสียชื่อจังหวัด ไปแสดงตนให้เห็นว่าขาดวุฒิภาวะ อย่าให้คนที่เลือกตั้งเราเขารู้สึกอย่างนั้น เพราะความเป็นสมาชิกที่มาจากเลือกตั้งนั้นมีความหมายมาก ในชีวิตหนึ่งเป็นเกียรติสูงสุดที่คนทั้งประเทศเลือกเรา เป็นสิ่งที่ไม่ได้มาง่ายๆ พวกเรามาจากการเลือกตั้งคือระบบประชาธิปไตยที่สุจริตยุติธรรม แม้จะทำได้ยากในยุคสมัยนี้ หากเรายอมรับสิ่งที่ไม่ถูกต้องเท่ากับนำสภาไปสู่ความดำมืดและนำประชาธิปไตยไปสู่สิ่งที่ไม่พึงปรารถนา ดังนั้นเราต้องช่วยกันทำพาประชาธิปไตยไปในทางที่ถูกต้อง เราจะเป็นแบบอย่างของสถาบันนิติบัญญัติในยุคที่การเมืองพัฒนามาถึงขนาดนี้ เราได้เป็นประชาธิปไตยมาเกือบ 90 ปี เราจะให้ประชาธิปไตยถอยหลังเป็นสิ่งที่ไม่ควร ต้องเดินไปข้างหน้าในสิ่งที่ดีขึ้น” นายชวนกล่าวย้ำ














กำลังโหลดความคิดเห็น...