xs
xsm
sm
md
lg

มท.ย้ำผู้ว่าฯทั่วปท.อนุญาตปลูกกัญชาพื้นที่ตจว. ทุกขั้นตอนต้องผ่านสายตา สั่งศึกษาแนวทางฉบับ อย. ป้องนำไปใช้ทางผิด

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


มหาดไทย ย้ำผู้ว่าฯทั่วประเทศ ศึกษาแนวทางการพิจารณาอนุญาตให้ปลูกกัญชา-เตรียมจัดสถานที่/เก็บรักษาและควบคุม ของอย. ในพื้นที่ต่างจังหวัด ยันทุกขั้นตอนต้องผ่านการพิจารณาจากผู้ว่าฯ /คณะกรรมการ หรือคณะทำงานจากศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัด เท่านั้น

วันนี้ (7 มิ.ย.) มีรายงานจากกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า เมื่อเร็ว ๆนี้ กระทรวงมหาดไทย เวียนหนังสือด่วนที่สุด ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อแจ้งแนวทางการพิจารณาอนุญาตให้ปลูกกัญชา และแนวทางปฏิบัติสำหรับผู้ขอรับอนุญาตปลูก รวมถึงแนวทาง ด้านการจัดเตรียมสถานที่ การเก็บรักษาและการควบคุมการใช้สำหรับผู้รับอนุญาติปลูก ซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 เฉพาะกัญชา ภายหลังมีประกาศใช้พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2562 ตามแนวทางของกองควบคุมวัตถุเสพติด สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข

ทั้งนี้ ในกรณีพื้นที่เพาะปลูกอยู่ในต่างจังหวัด ต้องผ่านการพิจารณาจากผู้ว่าราชการจังหวัด โดยความเห็นจากคณะกรรมการที่ผู้ว่าราชการจังหวัด แต่งตั้งหรือมอบหมายให้พิจารณา หรือคณะทำงานจากศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัด (ศอ.ปส.จ.) เท่านั้น

สำหรับแนวทางการพิจารณาอนุญาตให้ปลูกกัญชา พ.ศ. 2562 เพื่อให้การปลูกกัญชาภายในประเทศ เป็นใปอย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะสม รัดกุม ตามหลักวิชาการ และเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด รวมถึงป้องกันมิให้มีการนำกัญชาไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ จึงต้องมีการจัดทำ แนวทางการพิจารณาอนุญาตให้ปลูกกัญชาเพื่อรองรับการนำกัญชามาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์และการศึกษาวิจัยทางการแพทย์ในประเทศต่อไป โดยมีรายละเอียดดังนี้

(ก) กรณีผู้ขอรับอนุญาตรายใหม่ พิจารณาใน 6 ประเด็นดังต่อไปนี้

1. สถานที่เพาะปลูก ต้องได้รับการตรวจสอบจากพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 และฉบับแกัไขเพิ่มเติม ซึ่งเป็นไปตาม "แนวทางการปฏิบัติด้านการจัดเตรียมสถานที่การเก็บรักษา และการควบคุม การใช้สำหรับผู้ขอรับอนุญาตปลูกชึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 เฉพาะกัญชา”

2. ปริมาณการปลูก

2.1 กรณีปลูกเพื่อประโยชน์ของทางราชการ การแพทย์ ต้องสอดคล้องกับแผนการผลิต แผนการจำหน่าย และแผนการใช้ประโยชน์ รวมทั้งมีเอกสารแสดงรายละเอียดการชื้อขายผลผลิตล่วงหน้า ระหว่างฝ่ายเกษตรกร หรือเจ้าของฟาร์ม กับผู้ชื้อผลผลิต

2.2 กรณีปลูกเพื่อศึกษาวิจัย ต้องสอดคล้องกับแผนการผลิต และแผนการใช้ประโยชน์

ทั้ง 2 กรณี พิจารณาความเหมาะสมโดยคณะอนุกรรมการพิจารณาหลักเกณฑ์การพิจารณาอนุญาตและการควบคุมการปลูก การผลิต จำหน่าย นำเข้า ส่งออก และมีไวัในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษ ในประเภท 5 เฉพาะกัญชา

3. ประวัติการถูกดำเนินคดีเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษของผู้ขอรับอนุญาต ต้องไม่เคยมีประวัติการถูกดำเนินคดีในความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ซึ่งตรวจสอบโดยสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด

4. มาตรการรักษาความปลอดภัย เพื่อป้องกันการรั่วไหลของกัญชา ซึ่งเป็นไปตาม “แนวทางทารปฏิบัติด้านการจัดเตรียมสถานที่ การเก็บรักษา และการควบคุมการใช้สำหรับผู้ขอรับอนุญาตปลูก ซึ่งยาเสพติดให้โพในประเภท 5 เฉพาะกัญชา”

5. รายละเอียดการดำเนินการ แบ่งเป็น 2 กรณี

5.1 กรณีปลูกเพื่อประโยชน์ของทางราชการ การแพทย์ อย่างน้อยต้องมีรายละเอียดหัวข้อดังต่อไปนี้

1) ชื่อผู้ขอรับอนุญาต

2) วัตถุประสงค์การดำเนินการ

3) แผนการผลิต แผนการจำหน่าย และแผนการใช้ประโยชน์ รวมทั้งมีเอกสารแสดงรายละเอียดการชื้อขายผลผลิตล่วงหน้าระหว่างฝ่ายเกษตรกร หรือเจ้าของฟาร์ม กับ ผู้ชื้อผลผลิต

4) วิธีการดำเนินการ
4.1) รายละเอียดของเมล็ดพันธุ์ ส่วนขยายพันธุ์ ชื่อของสายพันธุ์ จำนวนเมล็ดพันธุ์ และแหล่งที่มา
4.2) วิธีการปลูก การดูแลรักษา การเก็บเกี่ยว และสถานที่เก็บภายหลังการเก็บเกี่ยว (ซึ่งวิธีการปลูกต้องเป็นไปตามมาตรฐานการปลูกและการเก็บเกี่ยวที่ดีของ พืชสมุนไพร Good Agricultural Practices (GAP))
4.3) ระยะเวลาในการดำเนินการ
4.4) ขั้นตอนการทำลายส่วนอื่นๆของกัญชาที่ไม่เกี่ยวช้องภายหลังการเก็บเกี่ยว
4.5) วิธีการเตรียมสารสกัดและอุปกรณีที่ใช้ (ถ้ามี)
4.6) การควบคุมคุณภาพสารสกัด (ถ้ามี)
4.7) การคำนวณปริมาณสารทีได้ (ถ้ามี)
4.8) การทำลายของที่เหลือจากการสกัด (ถ้ามี)

5) สถานที่ดำเนินการ พร้อมภาพถ่ายและพิกัดสถานที่ทางภูมิศาสตร์ รวมที่ถึงหนังลือแสดง กรรมสิทธิ หรือสิทธิครอบครองของสถานที่ปลูกโดยชอบด้วยกฎหมาย (หนังลือให้ความยินยอมจากผู้ให้เช่า หรือ ผู้ให้ใช้ที่ดิน ในกรณีขอเช่าหรือขอใช้ที่ดินของบุคคลอื่นในการเพาะปลูก) กรณีมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของอาคารสถานที่ ต้องได้รับอนุญาตตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 เป็นต้น

6) ประวัติการกระทำความผิดของผู้ที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการ (เป็นหนังลือรับรองตนเอง)

5.2 กรณีปลูกเพื่อศึกษาวิจัยอย่างน้อยต้องมีรายละเอียดหัวข้อ ดังต่อไปนี้

1) ชื่อโครงการวิจัย

2) รายซื่อหัวหน้าโครงการและผู้ร่วมโครงการวิจัย

3) ความสำคัญและที่มาของโครงการวิจัย

4) วัตถุประสงคํของโครงการวิจัย

5) ขอบเขตของโครงการวิจัย

6) กรอบแนวคดของโครงการวิจัย ,ทฤษฎี ,สมมุติฐาน (ถ้ามี)

7) การทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง

8) แผนการผลิต และแผนการใช้ประโยชน์

9) วิธีการดำเนินการวิจัย
9.1) รายละเอียดของเมล็ดพันธุ์ ส่วนขยายพันธุ์ ชื่อของสายพันธุ์ จำนวนเมล็ดพันธุ์ และแหล่งที่มา
9.2) วิธีการปลูก การดูแลรักษา การเก็บเกี่ยวและสถานที่เก็บภายหลังการเก็บเกี่ยว (ซึ่งวิธีการปลูกต้องเป็นไปตามมาตรฐานการปลูกและการเก็บเกี่ยวที่ดีของ พืชสมุนไพร Good Agricultural Practices (GAP))
9.3) ขั้นตอนการทำลายส่วนอื่นๆของกัญชาที่ไม่เกี่ยวข้องภายหลังการเก็บเกี่ยว
9.4) วิธีการเตรียมสารสกัดและอุปกรณ์ที่ใช้ (ถ้ามี)
9.5) การควบคุมคุณภาพสารสกัด (ถ้ามี)
9.6) การคำนวณปริมาณสารที่ได้ (ถ้ามี)
9.7) การทำลายของที่เหลือจากการสกัด (ถ้ามี)

10) ระยะเวลาการดำเนินโครงการวิจัย

11) สถานที่ดำเนินโครงการวิจัย พร้อมภาพถ่ายและพิกัดสถานที่ทางภูมิศาสตร์ รวมทั้ง หนังลือแสดงกรรมสิทธิ์ หรือสิทธิครอบครองของสถานที่ปลูกโดยขชอบด้วยกฎหมาย (หนังลือให้ความยินยอม จากผู้ให้เช่า หรือผู้ให้ใช้ที่ดิน ในกรณีขอเช่าหรือขอใช้ที่ดินของบุคคลอื่นในการเพาะปลูก) กรณีมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของอาคารสถานที่ ต้องได้รับอนุญาตตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 เป็นต้น

12) งบประมาณของโครงการวิจัย

13) ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

14) ลายมือชื่ออหัวหน้าโครงการวิจัย พร้อม วันเดือนปี

15) ลายมือซื่อผู้อนุนัติโครงการวิจัย พร้อม วันเดือนปี

16) ประรัตการกระทำความผิดของผู้ที่เกี่ยวช้องในโครงการวิจัย (เป็นหนังสือรับรองตนเอง)

17) เอกสารอ้างอิงของโครงการวิจัย

18) หน่วยงานที่นำผลการวิจัยไปใช้ประโยชน์

6. ข้อมูลทั่วไปของผู้ขอรับอนุญาต

6.1) หน่วยงานของรัฐ ที่มีหน้าที่ศึกษาวิจัยหรือจัดการเรียนการสอนทางการแพทย์ เภสัชศาสตร์ วิทยาศาสตร์ หรือเกษตรศาสตร์ หรือมีหน้าที่ให้บริการทางการแพทย์ เภสัชกรรม หรือวิทยาศาสตร์ หรือมีหน้าที่ให้บริการทางเกษตรกรรมเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์หรือเภสัชกรรม หรือหน่วยงานของรัฐที่มี หน้าที่ในการป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขป้ญหายาเสพติด หรือสภากาชาดไทย

6.2) สถาบันอุดมศึกษา ตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชนที่มีหน้าที่ ศึกษาวิจัยและจัดการเรียนการสอนเกียวกับทางการแพทย์หรือเภสัชศาสตร์ ซึ่งดำเนินการร่วมกับหน่วยงานรัฐ ตามข้อ 6.1

6.3) ผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมที่รวมกลุ่มเป็นวิสาหกิจชุมชนซึ่งจดหะเบียนตาม กฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน วิสาหกิจเพื่อสังคมตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น หรือสหกรณ์ การเกษตรซึ่งจดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยสหกรณ์ ซึ่งดำเนินการภายใต้ความร่วมมือและกัากับดูแลของ ผู้ขออนุญาตตาม ๖.๑ หรือ ๖.๒ และต้องดำเนินการร่วมกับหน่วยงานรัฐตามข้อ ๖.๑

6.4) ผู้ขออนุญาตอื่นตามที่รัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการกำหนดใน กฎกระทรวง ซึ่งดำเนินการร่วมกับหน่วยงานรัฐตามข้อ 6.1

ผู้ขอรับอนุญาตทั้ง 4 ประเภทข้างต้น ในกรณีที่เป็นบุคคลธรรมดา ต้องมีสัญชาติไทย และมีถิ่นที่ อยู่ในประเทศไทย ในกรณีที่เป็นนิติบุคคล ต้องจดทะเบียนตามกฎหมายไทย และกรรมการของนิติบุคคล หุ้นส่วน หรือผู้ถือหุ้นอย่างน้อยสองในสาต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทย และมีสำนักงานในประเทศไทย

(ข) กรณีผู้รับอนุญาตประสงค์ตออายุ พิจารณาใน 3 ประเด็นดังต่อไปนี้

1. ประวัติการถูกดำเนินคดีเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษของผู้ขอรับอนุญาต ต้องไม่เคยมีประวัติ การถูกดำเนินคดีตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดให้โทษใน ประเภท 5 ซึ่งตรวจสอบโดยกองควบคุมวัตถุเสพติด

2. ผลการดำเนินงานในครั้งที่ผ่านมา โดยสรุปผลการดำเนินงานให้ชัดเจน ตรงตามวัตถุประสงค์ ของการดำเนินการ และข้อมูลบัญชีรับจ่ายยาเสพติดให้โทษรายเดือน และรายปี

3. ข้อมูลการกระทำผิดเงื่อนไขการอนุญาต

(ค) กรณีผู้รับอนุญาตขอเพิ่มปริมาณ พิจารณาใน 2 ประเด็นดังต่อไปนี้

1. ปริมาณการปลูก

1.1 กรณีปลูกเพื่อประโยขน้ฃองทางราชการ การแพทย์ ต้องสอดคล้องกับแผนการผลิต แผนการจำหน่าย และแผนการใช้ประโยชน์ รวมทั้งมีเอกสารแสดงรายละเอียดการซื้อขายผลผลิตล่วงหน้า ระหว่างฝ่ายเกษตรกร หรือเจ้าชองฟาร์ม กับ ผู้ซื้อผลผลิต

1.2 กรณีปลูกเพื่อศึกษาวิจัย ต้องสอดคล้องกับแผนการผลิต และแผนการใช้ประโยชน์
ทั้ง 2 กรณี พิจารณาความเหมาะสมโดยคณะอนุกรรมการพิจารณาหลักเกณฑ์การพิจารณา อนุญาตและการควบคุมการปลูก การผลิต จำหน่าย นำเข้า ส่งออก และมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษ ในประเภท 5 เฉพาะกัญชา

2. รายละเอียดการดำเนินการ อย่างน้อยต้องมีรายละเอียดหัวข้อ ตามข้อ 5.1 หรือ 5.2 แล้วแต่กรณี

หมายเหตุ สำหรับการเพิ่มพื้นที่ปลูก ให้พิจารณารายละเอียดตามข้อ (ก) กรณีผู้ขอรับอนุญาตรายใหม่ ในประเด็นข้อ1, 2, 4, 5 และ 6

หมายเหตุ กรณีพื้นที่เพาะปลูกอยู่ในต่างจังหวัด ต้องผ่านการพิจารณาจากผู้ว่าราชการจังหวัด โดยความเห็นจากคณะกรรมการที่ผู้ว่าราชการจังหวัดแต่งตั้งหรือมอบหมายให้พิจารณา หรือคณะทำงานจากศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดระดับจังหวัด : ศอ.ปส.(จ)
แนวทาง ด้านการจัดเตรียมสถานที่ การเก็บรักษาและการควบคุมการใช้สำหรับผู้รับอนุญาติปลูก





กำลังโหลดความคิดเห็น...