xs
xsm
sm
md
lg

“พิภพ” หนุนแก้ รธน.หวั่นพรรคการเมืองปลุกระดม ปชช. - “อ.คมสัน” ชี้รัฐบาลอายุสั้น ปชป.ไร้ผลงานเสี่ยงสูญพันธุ์สูง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


“พิภพ” หนุนแก้รัฐธรรมนูญ หวั่นพรรคการเมืองปลุกระดมประชาชนชุมนุม แล้วทหารจะใช้เป็นข้ออ้างทำรัฐประหารอีก ด้าน “อ.คมสัน” ห่วงประชาธิปัตย์เสี่ยงสูญพันธุ์สูง เพราะอายุรัฐบาลสั้น ยังไม่ทันได้มีผลงาน ชม “อภิสิทธิ์” ตัดสินใจถูกต้อง เล่นการเมืองแบบมีหลักการ



วันที่ 5 มิ.ย. นายพิภพ ธงไชย อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และ อ.คมสัน โพธิ์คง อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ร่วมสนทนาในรายการ “คนเคาะข่าว” ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมช่อง “นิวส์วัน” ในหัวข้อ “การเมืองไทยต่อจากนี้ สู่ยุค’เผด็จการครึ่งใบ ?”

โดย นายพิภพ กล่าวว่า เรื่องแก้รัฐธรรมนูญเป็นธงที่ถูก แต่ทางปฏิบัติ รัฐธรรมนูญล็อกไว้ ทำให้แก้อย่างยากเย็น แล้วถ้าแก้ไม่ได้ การเมืองเดินไปแบบไม่มีประสิทธิภาพ การเมืองบนท้องถนนอาจถูกปลุกระดมโดยพรรคการเมืองที่แก้รัฐธรรมนูญไม่ได้ ฉะนั้น ทั้ง ส.ส.- ส.ว. ถ้าเห็นปัญหาต้องร่วมกันแก้รัฐธรรมนูญ เพื่อไม่ให้ทหารใช้เป็นข้ออ้างในการทำรัฐประหารและเกิดการล้มรัฐธรรมนูญ

ด้าน อ.คมสัน กล่าวว่า อายุรัฐบาลคงอยู่ได้แค่สมัยประชุมเดียว เพราะจะมีการแถลงนโยบาย พ.ร.บ.งบรายจ่ายประจำปี อันนี้ไม่มี ส.ว. 250 คนแล้ว ถ้าจัดนโยบายไม่ลงตัว 20 พรรค นึกภาพไม่ออกเลยจะเป็นยังไง

อ.คมสัน กล่าวอีกว่า การที่ นายอภิสิทธิ์ ลาออกจาก ส.ส.เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง ทำให้ภาพลักษณ์ค่อนข้างดี กลับไปดูการเลือกตั้ง คนที่เลือกประชาธิปัตย์ครั้งนี้ คือ มวลชนที่ภักดีต่อประชาธิปัตย์จริงๆ คนพวกนี้เปลี่ยนใจยาก ส่วนเสียงที่ทิ้งไปเลือก พล.อ.ประยุทธ์ ต้องเรียกศรัทธากลับคืนมา ด้วยการเล่นการเมืองแบบมีหลักการ เรื่องบาป 7 ประการ ที่นายอภิสิทธิ์กล่าวถึงในการแถลงลาออก มันย้อนกลับไปที่ประชาธิปัตย์ คิดว่าต้องการส่งสัญญาณไปที่พรรค ว่า พรรคกำลังมีปัญหาการเล่นการเมืองแบบมีหลักการหรือเปล่า เป็นการเตือนว่าถ้าประเมินรัฐบาลนี้อยู่ยาวหรืออยู่สั้น ถ้าอยู่สั้นดำเนินการทางการเมืองผิดพลาดนะ เพราะถ้าเลือกตั้งใหม่เร็ว ประชาธิปัตย์มีความเสี่ยงสูงที่จะสูญพันธุ์

เวลาประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลไม่เคยโดดเด่นเลย เพราะไม่เคยทำงานเชิงรุก แล้วนี่เป็นแค่พรรคร่วม นโยบายที่จะเอามาได้ไม่เต็มร้อย อย่างที่ขอคุมกระทรวงพาณิชย์ กับกระทรวงเกษตรฯ เพื่อแก้ปัญหาราคายางและปาล์ม หวังเอาเสียงภาคใต้กลับมาหมด แต่ทั่วไทยมันมีสินค้าอื่นอีกมาก อีกอย่างมันเป็นงานกระทรวงที่ต้องใช้เวลาบ่ม ถ้าอยู่ไม่นาน ไม่มีโอกาสได้สร้างผลงาน
คำต่อคำ : การเมืองไทยต่อจากนี้ สู่ยุค’เผด็จการครึ่งใบ’? คนเคาะข่าว 05/06/2019

เติมศักดิ์- สวัสดีครับขอต้อนรับเข้าสู่รายการคนเคาะข่าว วันพุธที่ 5 มิถุนายน 2562 วันนี้วิเคราะห์การเมืองไทย หลังจากนี้ ในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า เมื่อสมาชิกรัฐสภาลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ซึ่งก็เป็นที่ค่อนข้างแน่นอน ผลที่ออกมาคงจะเป็นพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. และนายกฯ คนปัจจุบัน ก็คงจะได้ไปต่อนะครับ แต่การเมืองไทย นับจากนี้จะเป็นยังไง บางคนใช้คำว่า เราอาจจะเข้าสู่ยุคเผด็จการครึ่งใบเป็นอย่างนั้นหรือเปล่า เราไปสนทนากับอาจารย์ 2 ท่าน ท่านแรกนะครับอดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย อาจารย์พิภพ ธงไชย สวัสดีครับ อาจารย์พิภพ ครับ และอีกท่านนะครับอาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต และท่านเป็นอดีตกรรมาธิการยกร่างและสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญปี 50 อาจารย์คมสัน โพธิ์คง สวัสดีครับ อาจารย์คมสัน

คมสัน- สวัสดีครับ ย้าย ย้ายผมมาอยู่ธรรมศาสตร์แล้วเหรอครับ

เติมศักดิ์- อ๋อ ขออภัยครับ มหาวิทยาลัยรังสิต ขออภัย อาจารย์คมสันครับ ด้วยคณิตศาสตร์ทางการเมือง ด้วยกติกาที่ออกแบบมาก็คงจะหนีไม่พ้น ก็คงจะได้พลเอกประยทธ์ จันทร์โอชา เป็นอีกครั้งหนึ่ง

คมสัน- ถ้าไม่มีงูเห่าจริงๆ อย่างที่คุยก็คงเป็นอย่างนั้น นอกเสียจากว่าเกิดงูเห่าขึ้น

เติมศักดิ์- โอกาสจะเกิดงูเห่าขึ้นเป็นไปได้เหรอครับ อาจารย์

คมสัน- ก็มันเป็นข่าวลือ แต่ข่าวลืมมันมักแฝงไปด้วยความเป็นจริงเสมอ ที่เมื่อวานพูดถึงอนาคตใหม่ไป ค่าหัวพุ่งไปที่ 120 ล้านต่อหัว หรือแม้แต่ ส.ว. ก็พูดถึง 20 ล้าน ขึ้นไป อะไรอย่างนี้ และก็มีคนพูดถึงไปเรื่องตั้งเป้า 20 ส.ว. อาจจะ 20 คนที่อาจจะไม่ออกตามนั้น ซึ่ง 20 คนที่ว่าเนี่ย ก็ส่วนใหญ่เขาจะมาจากสาย มาจากจังหวัดและก็มีการพูดตรงนั้น แต่ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ก็ดูตอนลงคะแนนว่าจะเป็นอย่างไร ว่าไอ้ข่าวลือเรื่องเงินมันมีประสิทธิภาพในการเปลี่ยนคนมันจริงหรือเปล่า

เติมศักดิ์- ซึ่งน่าจะกำลัง กำลังจะปิดอภิปรายนะครับ ผมดูที่หน้าจอ

คมสัน- คงใกล้ๆ แล้วครับ

เติมศักดิ์- คงจะปิดอภิปราย คงจะเริ่มลงคะแนนในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า ด้วยการขานชื่อ

คมสัน- ขานชื่อ

เติมศักดิ์- ลงคะแนนเปิดเผย ลงคะแนนเปิดเผยนะ มีงูเห่าเหรอครับ

คมสัน- ก็ต้องดูไงครับ ต้องดูไง ว่ามีงูเห่าจริงๆ หรือเปล่า เพราะบางทีเขาอาจจะไม่แคร์อะไรเลยก็ได้

เติมศักดิ์- ไม่แคร์ เงินมาก่อน

คมสัน- ก็เป็นไปได้ว่า บางคนก็อาจจะเป็นอย่างนั้น แต่้ถ้าลงตามล็อกที่ว่าจริงๆ 250 ก็250 ก็แสดงว่าข่าวลือทั้งหลายก็ยังคงเป็นข่าวลือ

เติมศักดิ์- ตอนนี้ ส.ว. 250 ก็น่าจะได้ไปทั้งหมด 250

คมสัน- โดยการคาดหมายก็น่าจะเป็นอย่างนั้น

เติมศักดิ์- ฝั่ง ส.ส. ก็ 253

คมสัน- 253

เติมศักดิ์- เมื่อบวกภูมิใจไทย เมื่อบวกประชาธิปัตย์แล้ว

คมสัน- แต่ตอนนี้ประชาธิปัตย์ หายไป 1 หายไป 1 ครับ

เติมศักดิ์- แต่ก็ได้คุณสุทัต มาแทน

คมสัน- ยังๆ คุณสุทัต ยัง ทำหน้าที่ไม่ได้ ต้องหนึ่งรับรองก่อน สองต้องมาปฏิญาณตนก่อนถึงจะปฏิบัติหน้าที่ได้ เพราะฉะนั้นยังไงตอนนี้คะแนนก็หายไปหนึ่ง

เติมศักดิ์- แต่ในแง่ของการทำงานในสภา 250 การผ่านงบประมาณ ผ่านกฎหมายสำคัญก็เหนื่อยเหมือนกันนะ

คมสัน- 250 ก็ ถ้า 250 เนี่ยโอกาสจะไม่ มีปัญหาเยอะ ก็อย่างน้อย 3 หายไปละ คือประธาน รองประธาน ลงคะแนนก็หายไป 3 ก็หมายความอย่างนี้ รู้สึกจะเป็น 254 ถ้าหาย 3 เนี่ยมันแหม 251 มันฉิวเฉียดมากเลยนะ ป่วยก็คนหนึ่ง ไปต่างประเทศ ไม่อยู่ จังหวะนั้นพอดี โอ เหนื่อยๆ คงจะน่าดู และสำคัญ 11 พรรค ไม่ได้หมายความว่า จะแน่นอนนักนะ พรรคเล็กพรรคน้อย อะไรที่พูดถึงเป็น รัฐบาลที่มีพรรคถึงเท่าไหร่ มากกว่า 11 พรรค ก็ประมาณ 14 15 16 พรรค โอ้เหนื่อย ผมดูแล้ว จับปูใส่กระด้ง ต้องให้ตอบแทนผลประโยชน์ พอใจพอสมควรแหละ ถึงจะอยู่ได้

เติมศักดิ์- วันนี้ในสภาเขาอภิปรายเรื่อง คือเขาเน้นคุณสมบัติพลเอกประยุทธ์ และก็แทบจะเป็นการเปิดเวทีซักฟอก หลังจากอัดอั้น มา 5 ปี ถามอาจารย์พิภพว่า เอาเข้าจริงๆ ในมุมของอาจารย์พิภพ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ควรจะเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไปไหมครับ

พิภพ- คือผมพูดในรายการนี้หลายครั้ง ว่าไม่ควรเป็น ไม่ควรเป็นไม่ใช่เพราะคุณสมบัติ หรือความสามารถ แต่คิดว่า 5 ปี น่าจะพอแล้ว แล้วการสืบทอดที่ถูกกล่าวหาว่าสืบทอดอำนาจเนี่ย จะเป็นปัญหากับพลเอกประยุทธ์ในการเป็นรัฐบาลต่อไป แต่ก็ต้องขอพูดถึงรัฐธรรมนูญฉบับนี้ว่า เป็นการออกแบบที่เยี่ยมยอด ที่สุดเทียบกับรัฐธรรมนูญฉบับก่อนๆ เพราะการสืบทอดอำนาจของทหารมาตั้งแต่สมัยจอมพลถนอมแล้ว ปแล้วก็มาที่เห็นชัดในสมัยพฤษภา 35 ก็ปรากฏว่า ไม่มีใครใช้รัฐธรรมนูญ เป็นเครื่องมือเท่ากับรัฐธรรมนูญ ปี 60 เพราะฉะนั้นอันนี้จะชมหรือจะว่า ก็แล้วแต่ เพราะคุณมีชัยเขียนรัฐธรรมนูญที่ทั่วโลกจะต้องศึกษา ว่าทำให้การใช้รัฐธรรมนูญเพื่อการสืบทอดของรัฐบาลทหารเนี่ย ทำได้อย่างไร โดยไม่แบบพฤษภา 35 ไม่แบบสมัยจอมพลถนอม จำได้ใช่ไหม อันนี้ก็ต้องถือว่าเป็นการเขียนรัฐธรรมนูญ ที่ยอดเยี่ยมยุทธ์

เติมศักดิ์- เยี่ยมในแง่ของการสือทอดอำนาจ

พิภพ- ใช่

เติมศักดิ์- คือแบบไร้รอยต่อเลย

พิภพ- ที่ทำให้พลเอกประยุทธ์ เนี่ย สามารถจะเป็นนายกรัฐมนตรีได้โดยเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ

เติมศักดิ์- น่าสนใจ

พิภพ- เป็นไปตามรัฐธรรมนูญนะ ไม่ได้เป็นไปตามความพอใจของประชาชนและของพรรคการเมือง เพราะเอาเข้าจริงๆ พรรคการเมืองเนี่ย เสียงไม่ถึงนะ ที่จะหนุนพลเอกประยุทธ์ ก็ต้องใช้วิธี อย่างที่เราทราบกันอยู่แล้ว เสียงไม่ถึง สองการดำเนินนโยบาย การเมืองของทักษิณผิดพลาด ถ้าการดำเนินนโยบายทางการเมืองของทักษิณไม่ผิดพลาดเนี่ยนะ เสียงของพรรคเพื่อไทย กับ พรรคลูกของพรรคเพื่อไทย โดยไม่ต้องไปอาศัยพรรคอื่น เนี่ยจะนำแโด่งจนกระทั่งพรรคไม่สามารถจะเสนอพลเอกประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรีได้ เพราะนึกจะว่าไปเนี่ยจะชมารัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็ได้ แต่ถ้าจะบอกว่า เกิดการดำเนินนโยบายทางการเมืองผิดพลาดของทักษิณ คุณทักษิณ ชินวัตร เนี่ย ก็พูดยาก แต่ถ้าคุณทักษิณ ดำเนินนโยบายทางการเมืองไม่ผิดพลาดเนี่ย พลเอกประยุทธ์ กือาจจะได้เป็นนายกรัฐมนตรี โดยอาศัยสิทธิเสียงของ ส.ว. แต่ก็น่าเกลียดมาก เพราะว่าคะแนนของนักการเมืองมันจะทิ้งห่างกัน ไม่ห่างกัน 10 คะแนนแบบวันนี้ เพราะฉะนั้นก็ถือว่าเป็นโชคชะตาของเมืองไทย ที่คุณทักษิณ ดำเนินนโยบายทางการเมืองผิดพลาด

เติมศักดิ์- ขอเป็นทีละส่วน ส่วนที่อาจารย์พิภพ บอกว่ามันเป็นการออกแบบรัฐธรรมนูญที่เหมือนกับที่เล็งเห็นผลเลย อย่างนั้นเลยไหมครับอาจารย์คมสัน ครับ หรือว่ามันโดยบริบทแล้วมันเป็นอย่างนั้นเลย หรือว่าอาจารย์มีชัย เล็งแล้วมันต้องเกิดภาวะแบบนี้ขึ้น

คมสัน- คือก็เป็นกรรมประเทศไทย ที่คุณมีชัย ยังมีชีวิตอยู่

เติมศักดิ์- คุณมีชัย เขียนรัฐธรรมนูญปี 34 ด้วยใช่ไหม

คมสัน- 34 ด้วย

เติมศักดิ์- 34 เกิดเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ

คมสัน- 21 ก็คุณมีชัย เป็นเลขาฯ

เติมศักดิ์- ทำไมเขียนครั้งนี้ไร้รอยต่อได้ขนาดนั้นครับ

คมสัน- มันไม่ได้ไร้รอยต่อหรอกครับ ความจริงผมอาจจะเห็นต่างกับอาจารย์พิภพนะครับ ผมว่าจริงๆ แล้วเขาเขียนรัฐธรรมนูญแล้ว ประสิทธิภาพมันจะไม่ได้ เพียงแต่ว่ากระบวนการต่างๆ ขององค์กรอิสระที่ดูแลการเลือกตั้ง มันสับสนเอง จนกระทั่งเป็นปัญหา คือการเป็นปัญหาที่มันเกิดขึ้นเนี่ย มันทำให้แผนที่วางไว้ตามรัฐธรรมนูญมันกระพร่องกระแพร่งพอสมควร ถูลู่ถูกังกันพอสมควร การดันเข้ามาในสภาตอนนี้ แต่ก็ดันเข้ามาได้ แต่ก็มีคนมีคำถามว่าเออ เอตกลลงที่ได้มาเนี่ยชนะเขาจริงหรือโกงเข้ามา มีคนถามคำถามนี้ เยอะแยะไปหมด เพราะฉะนั้นถ้าบอกว่าคุณมีชัย ฝีมือการร่างผมว่ามือตก ผมว่ามือตก


เติมศักดิ์- มือตก ในแง่ไหนครับ


คมสัน- มือตกในแง่มันต่อไม่ค่อยสนิทนัก มันไม่เชิง ไม่ไร้รอยต่อ มัน่อไม่ค่อยสนิทมันมีปัญหา ในกระบวนการก่อนหน้านี้ แล้วก็ถูลู่ถูกัง มา


เติมศักดิ์- หมายความว่าก่อนหน้านี้ อาจารย์มีชัยจะเสิร์ฟอำนาจให้พลเอกประยุทธ์ เนียนกว่านี้


คมสัน- เนียนกว่านี้ แต่ว่าผลที่เกิดขึ้น มันไม่เนียนมันกระพร่องกระแพร่ง มีรอยขาดแต่ก็ต่อกันอยู่นะ


เติมศักดิ์- ขนาดยังไม่เนียน


คมสัน- ไม่เนียนเท่าไหร่


พิภพ- ก็คือความพลาดก็คือว่า จึงต้องมาออกคำถามเพิ่มไงละ ดูแล้วมันพลาดว่าพลเอกประยุทธ์ จะไม่ได้เสียงในสภา จึงต้องมีคำถามเพิ่ม แล้วก็ให้ ส.ว. โหวตเลือกนายกรัฐมนตรีได้ 5 ปี ใช่ไหม อันนี้ถ้าจะบอกแบบอาจารย์คมสัน เป็นจุดพลาดของอาจารย์มีชัย อันนี้จึงต้องมาแก้เกม และก็ประธานรัฐสภาคนนี้ คนที่เป็นรองปรธานวันนี้ นั้นแหละ เป็นคนแก้เกมให้ ใช่ไหม โดยตั้งคำถามพ่วง แล้วอาจารย์มีชัยก็พยายามทำการซับซ้อนของการนับคะแนนขอวงกระบวนการเลือกตั้ง โดยให้เป็นเบอร์เดียว จึงทำให้พรรคการเมืองต้องแตก แตกพรรค ที่คุณสุเทพ บอกว่า อะไรนะ แตกแบงก์พันได้แบงก์ร้อย ใช่ไหมครับ ซึ่งพรรคการเมืองก็ทำถูก เพียงแต่ว่าคุณทักษิณ ดำเนินนโยบายผิดพลาด เราไม่ต้องบอกว่านโยบายผิดพลาดอะไร เป็นที่รู้กันอยู่แล้ว


เติมศักดิ์- ขัดขาตัวเอง


พิภพ- ถ้าวันนั้นไม่ดำเนินนโยบายผิดพลาดนะ พรรคเพื่อไทย กับพรรคเครือข่ายของเพื่อไทย ไม่รวมอนาคตใหม่นะ คะแนนโด่งเลย


คมสัน- คือคุณทักษิณ ประเมินความคิดประชาชนผิด คิดว่าทำแบบนั้นแล้วประชาชนจะพอใจ ปรากฏว่ากระแสมันกลับเพราะว่ากระแสโซเชียล นี่มันถล่มทลาย สับสนไปหมดบ้านเมืองในวันนั้น ที่ดำเนินอย่างนั้นนะครับ อันนี้ถ้ากลับมาเรื่องคุณมีชัย ก็ต้องบอกว่าแกไม่เนียนเท่าไหร่ คือมันชัดว่าแกต้องการให่สืบทอด และมันก็มีจุดบกพร่องหลายจุด จุดบกพร่องหลายจุด


เติมศักดิ์- ขอโทษนะครับอาจารย์ ทำให้นึกถึงอาจารย์บวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตประธานยกร่างรัฐธรรมนูญ คนแรก ที่ คสช. วางไว้ให้ยกร่างแล้วเขาไม่เอา ล้มไปใน สปช. แล้วอาจารย์บวรศักดิ์ หลุดว่า เขาอยากอยู่ยาว ซึ่งวนนี้พิสูจน์แล้วไหมครับว่า เขาต้องการออกแบบรัฐธรรมนูญ ให้อยู่ยาว


คมสัน- ใช่ คือการออกแบบรัฐธรรมนูญ มันด้วยการเสริมอำนาจ ส.ว. เข้าไปในการโหวตเลือกนายกฯ เสริมอำนาจ ส.ว. ในการโหวตเรื่องสำคัญ เช่น เรื่องของการ ซึ่งแต่เดิมเกี่ยวกับความมั่นคงของราชอาณาจักร เช่น การตั้งรัชทายาท สนธิสัญญาบางอย่าง เรื่องอะไรต่ออะไรที่เกี่ยวกับความมั่นคง กลับไปเพิ่มเรื่องนี้ในการออกกฎหมายเพื่อการปฏิรูป ก็ให้อำนาจ ส.ว. เกี่ยวข้องกับการโหวต พูดง่ายๆ ก็คือว่าทำตามตรงนี้เขาก็จะชนะตลอดเวลา โดยอาศัยกฎหมายสำคัญ แต่ว่าสิ่งที่คุณมีชัย ยังทิ้งไว้ไม่ได้ใช้หมดทุกกรณี มันทำให้กระบวนการที่ปกติถูกเริ่มในสภา แล้วก็คะแนนเสียง มันก็ก้ำกึ่ง คือถ้าเนียน เนียนจริงๆ คะแนนมันต้องขาดกว่านี้ คือเรื่องของใน ส.ส. ต้องได้ขาดกว่านี้ แต่ว่าคุณมีชัย ก็ได้คาดการณ์ไว้แล้วแหละ โอกาสที่จะขาดมันคงไม่ขาดโดยเสริมคำถามพวกนี้


พิภพ- มันก็มีตัวแปรก็คือ ผลงานของพลเอกประยุทธ์ ด้วยนะ ก็เป็นตัวแปร ถึงแม้ว่า ใครก็นึกไม่ถึงว่าพรรคประชารัฐ จะได้คะแนนมากขนาดนี้ ก็เกิดจากผลงาน จากนโยบายที่ผิดพลาดของคุณทักษิณ ด้วย มันผสมกันหลายเรื่อง แต่ว่าไปแล้วพรรคประชารัฐ ทำงานหนักนะ แล้วที่อาจารย์คมสัน บอกว่าไม่เนียน มันถูกจับได้มันก็เลย ไม่เนียน มันจับได้ง่ายเกินไป จงใจที่จะให้สืบทอดอำนาจ ที่จริงเดิมทีผมจะไม่พยายามใช้คำนี้แต่วันนี้เห็นผลทางการเมือง ก็ต้องบอกว่าเป็นความจงใจให้สืบทอดอำนาจ แต่ก็ต้องชมอาจารย์มีชัย สักนิดก่อนที่คนจะลืมไป อาจารย์มีชัย ผมขอพบก่อนที่จะ ร่างรัฐธรรมนูญเสร็จ ความต้องการปฏิรูป เนี่ยมีอยู่ในหัวใจของ อาจารย์มีชัย ปฏิรูปประเทศ เนี่ยนะครับ จึงได้ใส่ไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับแรก เรื่องปฏิรูป การปฏิรูป เนี่ย ที่ไปไม่สำเร็จก็เพราะตัวพลเอกประยุทธ์ ที่ไปไม่สำเร็จ เพราะอำนาจในการแต่งตั้งอะไรต่างๆ เนี่ย หรือการผลักดันเนี่ยมันต้องเป็นนายกรัฐมนตรี แต่ถึงว่าเจตนารมณ์ของอาจารย์มีชัย เนี่ย เขียนไว้แล้วไม่เนียนอย่างที่อาจารย์คมสันว่า ในการสืบทอดแต่ก็ต้องการเห็นปัญหาว่าประเทศไทยปฏิรูป ซึ่งวันนี้เนี่ย ผมยังไม่เห็นพรรคการเมืองพูดประเด็นเรื่องปฏิรูปเป็นชิ้นๆ เช่นเป็นเรื่องๆ ให้ชัดเจน เช่นปฏิรูปตำรวจ ถ้ามาเป็นรัฐบาลหรือเป็นสมาชิกในสภาผู้แทนฯ จะเสนอกฎหมายในการปฏิรูปตำรวจอย่างไร ปฏิรูปการศึกษาจะเอาในสิ่งที่ เขาเสนอ ครม. แล้วผ่านไปแล้วเนี่ย เอามาประกาศว่าเป็นการปฏิรูป แล้วเห็นว่าการปฏิรูปการศึกษา ที่คณะกรรมการแฏิรูปทำไว้เห็นด้วยไหม อันนี้ ผมยังไม่เห็นนะ ในขณะที่ผมเป็นนักการศึกษาเนี่ย เขาก็รู้สึกผิดหวังตัวนี้ เพราะว่าเขา ทั้งๆ ที่พรรคอนาคตใหม่ มีมือดีที่ เลือกปฏิรูปการศึกษา
เติมศักดิ์- ถ้าจะอ้างซึ่ง ส.ว. บางคนก็อ้างได้ว่าประเทศไทยจำเป็นต้องมีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกต่อไปเพื่อสานต่อปฏิรูป เพื่อสานต่อยุทธศาสตร์

พิภพ- 20 ปี

เติมศักดิ์- ถ้ามองในแง่นี้ ความสง่างาม และความชอบธรรมมีมากขึ้นไหมครับ

คมสัน- มันก็ยังไม่มีอ่ะ เพราะว่า 5 ปีที่ผ่านมาก็ยังไม่มีการปฏิรูปเกิดขึ้น ต้องยอมรับความจริงว่ามันไม่เกิด เพราะว่า 5 ปีเป็นระยะของการตั้งไข่ วางฐานของการปฏิรูปได้ แต่ก็ไม่ได้ทำ ทำจนกระทั่งมาได้ปลายรัฐธรรมนูญ ปลายปี 61 นี้และ จึงจะมาเริ่มกระบวนการมาให้มันเป็นเรื่องเป็นราวขึ้นมา แต่ว่ามันก็ช้าไปแล้ว เพราะว่าการเลือกตั้งมันจะเกิดขึ้น เรื่องการปฏิรูปนอกจากไม่ปฏิรูปผมคิดว่ามันยิ่ง เป็นการทำให้ฝ่ายราชการมีอำนาจสูงขึ้นด้วยซ้ำในปัจจุบัน เขาออกกฎหมายมาเยอะมาก แล้วแต่ละฉบับล้วนแล้วแต่เพิ่มอำนาจของระบบราชการทั้งนั้น เรื่องการปฏิรูปตำรวจนี้ไม่ต้องหวัง ออกกฎหมายแต่ละฉบับ พ.ร.บ. ใหม่ก็เพิ่มอำนาจให้กับตำรวจอย่างมหาศาล เพราะฉะนั้นการปฏิรูปในช่วงที่ผ่านมาต้องบอกเลยว่ามันไม่มี ประเด็นเรื่องการปฎิรูปของคุณมีชัย อันนี้ผมยังเห็นไม่ตรงอาจารย์ พิภพ อยู่ดีเพราะผมยังไม่เคยคิดว่าคุณมีชัย มีความคิดเรื่องปฏิรูป เพราะปฏิรูปเมื่อไหร่คุณมีชัยจะไม่มีโอกาสทำอะไรทั้งสิ้น จะไม่มีพื้นที่ให้ทำ แล้วทุกวันนี้คุณมีชัยทำกฎหมายมาก็ให้คุณมีชัยไปมีบทบาทกับกฎหมายฉบับนั้นทุกครั้ง ไม่ว่าทำฉบับไหน คุณมีชัยจะเข้าไปมีบทบาทในการตีความ เข้าไปเกี่ยวข้องเป็นกรรมการ ไปเป็นอะไรตรงนั้นทั้งหมด ซึ่งรวมถึงเรื่องการศึกษาด้วย ผมอาจจะมองแง่ร้ายนะ แต่ผมมองว่าเขาพักได้แล้ว

เติมศักดิ์- แล้วยิ่งดูในระบบพรรคการเมือง ซึ่งตอนนี้พรรคที่มาสนับสนุนลุงตู่ก็ประมาณรวมๆแล้ว 20 พรรคได้เราเห็นการเจรจาต่อรองเรื่องการร่วมรัฐบาลก็ไม่เห็นเงื่อนไขเรื่อง
การที่พรรคประชาธิปัตย์ อาจจะพูดเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พอจะพูดได้ไหมครับ การแก้ไขรัฐธรรมนูญก็คือการนำไปสู่การปฏิรูปทางการเมืองให้ดีกว่าที่เขาเขียนมา

คมสัน- ก็ต้องกลับไปดูเรื่องเนื้อหาที่เขาพูดไว้เดิม เรื่องของการแก้ไขรับธรรมนูญ สิ่งที่เขาไม่เห็นด้วยแน่ๆเลยก็คือเรื่องการสืบทอดอำนาจและเรื่องกระบวนการเลือกตั้งที่เกิดขึ้น เขาโต้แย้งแน่ แต่ก็ยังไม่ค่อยพูดไรชัดในเรื่องการปฏิรูป ไม่มีอะไรชัดเจน

เติมศักดิ์- เรื่องแก้รัฐธรรมนูญอาจารย์ พิภพ ครับ

พิภพ- เรื่องแก้รัฐธรรมนูญเดี๋ยวๆ ผมว่าประชาธิปัตย์กับพรรคอื่น รวมทั้งพรรคอนาคตใหม่ด้วย มีเรื่องรัฐธรรมนูญที่ต้องแก้ แต่ปัญหาในทางปฎิบัติจะทำด้านใด เพราะรัฐธรรมนูญไปล็อกไว้ในกระบวนการแก้รัฐธรรมนูญที่ยากเย็นที่สุด มันก็เลยยากมาก เพราะฉะนั้นผมก็กลัวว่า ถ้าแก้รัฐธรรมนูญไม่ได้ แล้วการเมืองเดินไป แล้วไม่มีประสิทธิภาพ เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้การเมืองบนท้องถนนมันจะถูกปลุกระดมขึ้น โดยพรรคการเมืองที่แก้รัฐธรรมนูญไม่ได้อันนี้จะต้องระวัง เพราะฉะนั้นอันนี้ผมคิดว่า ถ้าสมาชิกรัฐสภารวมทั้ง ส.ว. เห็นประเด็นนี้ต้องร่วมมือกันแก้ในการแก้รัฐธรรมนูญ เพื่อที่จะไม่ให้เกิดการล้มรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นวันนี้นักการเมืองต้องคิดว่าระหว่างล้มรัฐธรรมนูญซึ่งทำง่ายมากในเมืองไทย กับการแก้รัฐธรรมนูญจะเลือกโจทย์ตัวไหนพรรคการเมืองรวมทั้ง ส.ว. ด้วย คุณจะเลือกโจทย์ในการแก้รัฐธรรมนูญ ผมคิดว่าน่าจะหาทางป้องกัน ไม่ให้เกิดการล้มรัฐธรรมนูญโดยใช้อำนาจของทหาร อันนี้ผมคิดว่าต้องเป็นธงไม่ใช่ไปด่าทหารเขา อย่างมันปากอย่างเดียว แต่ต้องคิดกระบวนการป้องกันไม่ให้ทหารใช้ข้ออ้างในการทำรัฐประหารนั้นก็คือต้องแก้รัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยให้มากขึ้น แล้วนักการเมืองก็ต้องปรับปรุงตัว เราจะต้องปฏิรูปการศึกษา แล้วทำให้ประชาชนกลายเป็นพลเมือง อันนี้สำคัญนะครับ คำนี้เรียกว่า ซีวิคเอ็ดดูเคชั่น การใช้ระบบการศึกษาเปลี่ยนประชาชนธรรมดา ชาวบ้านธรรมดา ให้มีความคิดทางการเมืองเป็นพลเมือง

เติมศักดิ์- เงื่อนไขการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะเป็นเงื่อนไขหนึ่งในการเกิดความขัดแย้งประทุขึ้นมาแล้วก็ลงถนนอีกรอบหนึ่งใช่ไหมครับ อาจารย์ พิภพ ครับ

พิภพ- คือถ้าไม่ไปปลุกระดมมวลชนหรือเอาประชาชนออกมาที่เป็นมวลชนของตัว ใช้กระบวนการรัฐสภาแล้วต้องได้รับความร่วมมือและเห็นประเด็นปัญหาของส.ว. ด้วย คือส.ว.คนนี้ทำหน้าที่เลือกพลเอกประยุทธ์ เป็นรัฐมนตรีแล้ว และก็ควรจะถือว่าหมดภาระแล้ว ภาระที่จะทำต่อไปคือทำยังไงให้การเมืองมันเป็นประชาธิปไตย อันนี้ส.ว. จะต้องตั้งธง ผมยังไม่เห็น ส.ว. คนไหนพูด วันนี้ ส.ว. พูดแต่ว่ามีความจำเป็นต้องเลือกพลเอกประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี เพราะว่าทำให้บ้านเมืองสงบ แตลืมไปว่าพลเอกประยุทธ์ ใช้อำนาจมาตรา 44 และอำนาจศาลเท่านั้น ที่ทำให้ความขัดแย้งระหว่างเสื้อเหลืองและเสื้อแดง เขาไปอยู่ในศาล แล้วให้มาตรา 44 เป็นคอยกำกับแล้วคนลืมไปนะ ผมขึ้นคดีพวกนี้แล้วต้องติดคุกมาแล้วรู้เลยว่าศาลได้ใช้กระบวนการกำหนด พื้นที่ในการเคลื่อนไหวทางการเมืองให้กับจำเลยทั้งเสื้อเหลืองและเสื้อแดงด้วย เพราะฉะนั้นมันก็ไม่เกิดการเรียกว่าอะไรปรองดองอย่างแท้จริงเพราะใช้กระบวนการ แล้วศาลก็ใช้กฎหมายอาญาธรรมดาก็คือบุกรุก ศาลไม่ได้ใช้เจตนารมณ์ทางการเมืองที่เรียกว่าเป็นคดีการเมืองเลย เพราะฉะนั้นที่ผมติดคุกไม่ได้ติดเพราะเรื่องเจตนารมณ์ทางการเมือง แต่กลายเป็นติดคุกเพราะว่าบุกรุกสถานที่ราชการ ใช้คดีอาญาธรรมดาเท่านั้นเอง อันนี้จะเรียกพลเอกประยุทธ์ ซึ่งไม่ค่อยมีการอภิปรายกัน ไปอภิปรายเสียดสีกันเรื่องเผาบ้าน เผาเมือง ที่จริงแล้วหัวใจสำคัญคือพลเอกประยุทธ์ ทำอะไรกับความขัดแย้งในบ้านเมืองระหว่าง 2 เสื้อสีซึ่งมีพื้นฐานในการเคลื่อนไหวแตกต่างกันด้วยนะ วันนี้คงไม่ต้องจาระไน เคลื่อนไหวของนปช. การเคลื่อนไหวของพันธมิตร การเคลื่อนไหวของกปปส. มีพื้นฐานและเจตนารมณ์ทางการเมืองแตกต่างกัน พลเอกประยุทธ์ไม่ได้ทำอะไรเลย

เติมศักดิ์- การที่พลเอกประยุทธ์ ปฎิเสธที่จะมาแสดงวิสัยทัศน์ในสภา อาจารย์คิดว่าพลเอกประยุทธ์พลาดอะไรไปไหม ในแง่ของการบอดเจตนารมณ์ทางการเมืองหรือว่านี้คือการตัดสินใจที่ถูกต้องแล้ว

คมสัน- มันไม่พลาดหรอกครับเพราะว่าพลเอกประยุทธ์ ก็ไม่ใช่คนที่จะควบคุมอารมณ์ได้นั้นคือข้อกรณีหนึ่งนะครับ 2. ก็คือการเปิดอภิปรายในเรื่องคุณสมบัตินายก ถ้าเราดูให้ดีทั้งวันมันเหมือนการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ แล้วก็เอาผลงานเก่าของพลเอกประยุทธ์เรื่องประเด็นเก่าๆทั้งหลายมาซักฟอก ซึ่งมันไม่ใช่ประเด็นที่เกิดในสนช. แต่มาเกิดในสมัยนี้

เติมศักดิ์- อันที่จริงการที่มาปรากฏตัวแสดงวิสัยทัศน์ก็น่าจะเป็นโอกาสที่จะให้

คมสัน- ก็ไม่ต้องตอบ มันต้องชี้แจง

พิภพ- เขาไม่จำเป็นต้องชี้แจง เสียงที่จะต้องยกมือสนับสนุนเขา แต่พลเอกประยุทธ์จะหลบเลี่ยงไม่ได้ ถ้าได้เป็นนายกรัฐมนตรี วันแถลงนโยบายในสภา อันนั้นจะหลบเลี่ยงไม่ได้ นายกรัฐมนตรีจะต้องแสดงวิสัยทัศน์ทั้งหมด ว่าจะนำพาประเทศไปอย่างไงแล้วนโยบาลที่นำเสนอต่อสภา ให้สภาโหวตผ่านมันจะแสดงวิสัยทัศน์ในตัว อันนี้จะหลบเลี่ยงไม่ได้อยู่แล้ว แต่วันนี้เขาไม่มีความจำเป็นกฎหมายก็ไม่ได้กำหนดไว้

คมสัน- คือวันนี้ถ้าเขามา เขาจะพลาดในทางเกมการเมืองค่อนข้างเยอะ เพราะว่าการมาแสดงวิสัยทัศน์พร้อมกับตอบข้อซักฟอกไปพร้อมๆกันมันเป็นเรื่องยาก ต้องมีฝีมือในทางวาทศิลป์พอสมควรนะ ในการที่จะทำได้ซึ่งมันไม่ง่ายเลย

เติมศักดิ์- แต่เกมในสภายังไงก็ต้องเจอ

คมสัน- ใช่ ผมก็มองว่าคนที่ทำได้แบบนี้มันมีไม่กี่คนหรอก ที่จะตอบทั้ง 2 อย่างได้ในขณะเดียวกัน ซึ่งก็เสียดาย เพราะคนหนึ่งลาออกคือคุณอภิสิทธิ์ อันนี้มองเห็นว่าเขามีฝีปากในการที่จะทำทั้ง 2 อย่างควบคู่กันไปได้ ซึ่งพลเอกประยุทธ์ ไม่มีเลยแล้วก็ควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ด้วย เพราะฉะนั้นถ้ามามันจะกลายเป็นผลเสียต่อตัวเขามากกว่า ในการที่เขาไม่มา เพราะการไม่มาก็พูดๆกันไปสิ ตัวไม่อยู่ ไม่ต้องตอบ ไม่มีอะไรที่จะทำให้เกิดเป็นภาพรอยด่าง คุณก็พูดไปเรื่องที่รู้กันอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นจะด่ากันไปเท่าไหร่ อภิปรายกัน 3 วัน 3 คืน ก็ไม่มีผลอะไรกับเรื่องนี้

เติมศักดิ์- ความท้าทายทั้งในสภาและนอกสภาที่พลเอกประยุทธ์ ที่ไม่มีมาตรา 44 ที่ไม่มีคสช. ความท้าทายนั้นคืออะไรครับอาจารย์พิภพ

พิภพ- ก็ความเป็นนักการเมืองธรรมดาพลเอกประยุทธ์ พร้อมจะเป็นไหม แต่มีเสียงสนับสนุนซึ่งปริ่มน้ำอยู่ใช่ไหม ก็พร้อมที่จะดำพาไปได้หรือเปล่า อันนี้น่าสนใจมากนะ แต่อย่าลืมนะพลเอกประยุทธ์ เป็นนักละครนะ เก่งมากตอนสมัยยิ่งลักษณ์ พลเอกประยุทธ์เล่นละครเก่งมากแล้วพร้อมที่จะใช้อำนาจแต่เมื่อมาเป็นนักการเมืองธรรมดา ต้องถือว่าเป็นนักการเมืองธรรมดานะซึ่งเป็นหัวหน้าพรรคการเมืองที่มีเสียงไม่ได้เด็ดขาดจะเล่นละครแบบไหน แล้วเจอคนกำกับละครที่เก่งด้วย คือนายชวน หลักภัย ซึ่งนึกไม่ถึงนะว่าจะได้คุณชวนมาเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร อันนี้เป็นเกมที่ผิดพลาดของพรรคพลังประชารัฐ ต้องชมว่าพรรคประชาธิปัตย์ ใช้ภาษาตลาดคือประชาธิปัตย์จริงๆ แล้วทำให้คุณชวน หลุดที่จะต้องลาออกแบบคุณอภิสิทธิ์ หลุดเกมนี้ไปเลยนะ เพราะตัวเองเป็นประมุขของฝ่ายนิติบัญญัติแล้วหลุดไปเลยเพราะผมถามหน่อยถ้าคุณชวนไม่ได้มาเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร แล้วพรรคประชาธิปัตย์ลงคะแนนเสียงอย่างนั้น คุณชวนจะลาออกแล้วอ้างบาป 7 ประการของมหาตมา คานธี แบบที่คุณอภิสิทธิ์เอามาอ้าง น่าสนใจนะผมว่าเกมครั้งนี้ต้องชมพรรคประชาธิปัตย์และคุณชวน มากที่หลบออกจากกับดักตัวนี้

เติมศักดิ์- เดี๋ยวกลับมาถามอาจารย์เรื่องบาป 7 ประการต่อนะ เรื่องการเมืองที่ไร้หลักการ อาจารย์คมสัน ละครับสิ่งที่พลเอกประยุทธ์ จะต้องเผชิญในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เมื่อเป็นนายกรัฐมนตรีในระบอบรัฐสภาแล้ว ไม่ใช่ระบอบคสช. บางคนบอกว่าความเป็นเผด็จการมันอาจลดลงไหม หรือยังไง

คมสัน- มันเผด็จการ ก็เผด็จการวันยันค่ำ จะมากน้อยก็เป็นเผด็จการ เพียงแต่ว่า

เติมศักดิ์- นี้เข้าสู่ระบบสภาแล้วนะ

คมสัน- ใช่ๆก็ยังเป็นอยู่เพราะว่ายังไงอย่างการเลือกก็ยังแฝงของความเป็นเผด็จการลากเอาส.ว. 250 เข้ามา โดยหลักการของระบบรัฐสภา มันไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ วุฒิสภาไม่มีความเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เลยสภาสูงก็ไปเอามา ส่วนต่อไปก็พยายามไปตีความเอาวุฒิสภามาค้ำจุนบ้างเรื่อง เช่นพยายามตีความเรื่องกฎหมายปฏิรูป เพื่อที่จะเอาวุฒิสภามาเป็นตัวถ่วงคะแนนเสียง ทำได้เงื่อนไขของรัฐธรรมมนูมันเปิดไว้ แต่จะไปกลายจนถึงงบประมาณรายจ่ายประจำปีเป็นกำหมายปฏิรูปอันนี้คงมีปัญหาแน่ แต่ตรงนั้นและที่พลเอกประยุทธ์ จะเจอปัญหาหนักเขาเรียกว่านรกมีจริง เริ่มตั้งแต่อย่างที่อาจารย์พิภพ พูดเลยการแถลงนโยบาย แถลงนโยบายนี้และเป็นการซักฟอกรอบ 2 จะซักฟอกหนักด้วยและจะตีไปถึงตัวนโยบายทั้งหลายแล้วก็ความนิยมตรงนั้น มันจะถูกซักฟอก แล้วพลเอกประยุทธ์จะต้องอยู่ที่ประชุมแห่งนั้น ตรงนี้หนีไม่ได้แล้วก็ว่าพลเอกประยุทธ์จะเป็นนักแสดงที่เก่งจริงหรือเปล่า ตรงนั้นและว่าจะควบคุมตัวเองได้แค่ไหน แต่คุมเกมตัวนี้ได้หรือเปล่า ซึ่งตรงนี้ผมคิดว่าเป็นยากนะ นอกจากนี้หลังจากนั้นไป จะเริ่มมาสู่เรื่องของกฎหมายทั้งหลายที่ต้องเข้าสู่กระบวนการ ที่จะต้องดำเนินการ ที่มีกฎหมายค้างท่อ เตรียมดำเนินการอยู่เขามาจะผ่านง่ายไหม

พิภพ- การที่เขาเอาพรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคร่วมรัฐบาลปลอดภัยเรื่องการซักฟอกไประดับหนึ่ง

คมสัน- มืออภิปรายมันอยู่ตรงนั้น

พิภพ- เพราะฉะนั้นอันนี้ก็เกมที่เยี่ยมยอด เพราะฉะนั้นภาระจะต้องอยู่ที่พรรคอนาคตใหม่กับพรรคเพื่อไทย

เติมศักดิ์- ซึ่งเท่าที่ดูผลงานวันนี้เป็นยังไงอาจารย์

พิภพ- ผมว่าพรรคอนาคตใหม่ผมชอบเขานะ โดยเฉพาะเลขาธิการพรรคแม่นเรื่องกฎหมายแล้วอภิปรายเก่ง เพียงแต่ให้ติดดินหน่อย คุณธนาธร ก็ไปพลาดเรื่องประมง เพราะฉะนั้นคุณธนาธรหลุดไปศาลรัฐธรรมนูญแล้วมาเป็นหัวหน้าพรรคเต็มตัวแล้วอยู่ในสภา ผมขอเตือนในที่สาธารณะเลยว่า อย่าพลาดแบบกรณีประมง แล้วก็ไปให้ความเห็นโดยที่ยังฟังความไม่รอบด้าน ปัญหาอยู่ที่ว่าฟังความไม่รอบด้านหรือจุดยืนของคุณธนาธรยังยืนอยู่กับกลุ่มทุนอันนี้ต้องถาม ถามกันตรงๆ เพราะทำไมจึงเลือกไปฟังกลุ่มทุน ทำไมจึงไม่เลือกไปฟังประมงรายย่อยโดยเฉพาะสาธารณะก็รู้คุณบรรจง นะแส เป็นหัวเรือใหญ่ในเรื่องนี้ ทำไมคุณธนาธรไม่คุยกับคุณบรรจง

เติมศักดิ์ - ไปฟังผิดคน หรือจงใจฟังแค่จุดนั้น

พิภพ - คือไปฟังกลุ่มทุนก็ได้ แต่ต้องฟังกลุ่มที่เขาเดือดร้อนด้วย

เติมศักดิ์ - ให้สมดุล

พิภพ - แล้วจึงค่อยออกความเห็น อันนี้ต้องเตือนคุณธนาธร ว่า ให้ความเห็นเร็วเกินไป

คมสัน - มันเป็นเรื่องของการอ่อนประสบการณ์ อ่อนประสบการณ์ทางการเมือง ทั้งคุณธนาธร ทั้ง ปิยบุตร อ่อนประสบการณ์ทางการเมืองทั้งคู่ เพราะฉะนั้น ก่อนจะมาเข้าสภาจะเห็นความผิดพลาดของการแสดงความคิดเห็นเยอะ ปิยบุตร ก็คิดว่าตัวเองเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย พูดอะไรก็พูด แต่พอเข้าสู่กระบวนการทางการเมืองมันพูดทุกเรื่องอย่างนั้นมันต้องระมัดระวังผลกระทบ

พิภพ - คนที่จะตอบโต้พรรคอนาคตใหม่ได้ ก็คือพรรคประชาธิปัตย์ เพราะฉะนั้นถ้าไม่ว่าเลขาธิการพรรคหรือหัวหน้าพรรค ถ้ามีโอกาสเข้าสภาถ้าพูดพลาด จะโดนประชาธิปัตย์ตอกกลับ

คมสัน - แต่ ผมก็เห็นอีกแบบหนึ่ง ว่า ประชาธิปัตย์เองก็ถูกดูดไปพลังประชารัฐเยอะ ตัวในพลังประชารัฐเองบางส่วนที่มาจากประชาธิปัตย์ ก็เป็นมือเรื่องนี้เหมือนกัน เพราะฉะนั้นตรงนี้ถึงแม้ประชาธิปัตย์จะร่วมรัฐบาล ก็สามารถที่จะมีคนที่จะตอบโต้กับอนาคตใหม่ได้ในระดับหนึ่ง แต่รวมถึงประชาธิปัตย์ไปอยู่ตรงนั้นด้วยก็ตอบโต้กับอนาคตใหม่ได้ค่อนข้างเยอะ

เติมศักดิ์ - วันนี้ ปิยบุตร ก็ปลุกผีพฤษภาทมิฬ พฤษภา 35 ขึ้นมา บอกว่าการสืบทอดอำนาจในวันนี้ ผลลัพธ์ในวันนี้ในระวังว่าการเมืองบนท้องถนนแบบพฤษภาทมิฬจะเกิดขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง อาจารย์พิภพ

พิภพ - ตีความเร็วเกินไป สำหรับในความเห็นผม ยังเร็วเกินไป แล้วอย่าลืมว่าสังคมไทยมีอาการเหนื่อยล้า ผมใช้คำว่าเหนื่อยล้ามาจากการชุมนุมติดต่อกันมา 10 ปี เหนื่อยล้า เพราะฉะนั้น แล้วก็อย่างที่เราว่าการออกแบบการสืบทอดอำนาจเที่ยวนี้ ใช้กระบวนการทางกฎหมายและรัฐธรรมนูญ ถึงจะไม่เนียนแบบที่อาจารย์คมสันว่า มันจับได้ แต่ก็ยังเป็นกระบวนการทางกฎหมายอยู่ เพราะฉะนั้นโอกาสที่จะปลุกระดมให้เกิดแบบเดียวกับเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ถ้าบอกว่ายุบพรรคอนาคตใหม่ แต่อย่าลืมว่าการยุบพรรคอนาคตใหม่ ในระหว่างการประชุมสภา ส.ส. ไม่ถูกยุบไปด้วย ยังอยู่ เพียงแต่ว่าต้องไปหาสังกัดใหม่เท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นความขัดแย้งมันจะไม่แรงถึงขนาดนั้น แต่ผมเชื่อว่าพรรคอนาคตใหม่ ไม่ควรจะถูกยุบ

เติมศักดิ์ - ประเมินจากปัจจัยในนาทีนี้ทั้ง 2 ท่านคิดว่า อายุของรัฐบาลที่มี พปชร. เป็นแกนนำ พลเอกประยุทธ์ เป็นนายก จะอยู่ได้นานแค่ไหนครับ

คมสัน - ผมให้อยู่แค่สมัยประชุมเดียวนี้แหละ เอาสมัยประชุมเดียวนี้ให้พ้นก่อน เพราะว่าสิ่งที่ต้องตามมาก็คือเรื่องแถลงนโยบาย ซึ่งจะโดนหนักเลย แล้วต่อจากนั้นก็ตามด้วย พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปี งบประมาณรายจ่ายประจำปีนี้แหละ ถ้าตรงนี้ ไม่มี 250 แล้วนะ ของ ส.ว. แล้วนะ สู้กันด้วย ส.ส. ซึ่งคาบลูกคาบดอกมาก ถ้าบอกว่ามีรวมแล้ว 254 แล้วก็ในเชิงการจัดนโยบาย ถ้าจัดนโยบายไม่ลงตัวกับพรรคทั้ง 20 พรรค นึกภาพไม่ออกเลยว่าเวลาที่เข้าไปรุมกินโต๊ะในงบประมาณรายจ่ายประจำปีจะเป็นอย่างไร แล้วก็ ถ้าเป็นอย่างนั้นจะเห็นได้ว่าพอ 254 เราหักออกซึ่งประธานสภาและรองประธานสภา ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลแล้ว มีอยู่ 251 1 เสียงเท่านั้นเอง เท่ากับ 2 เสียง คือ 50 กับ 51 เท่ากับ 2 เสียง แต่มันมีป่วยได้ มีตายได้ มีเหตุต่างๆ เช่นเขากำลังยื่นเรื่อง 30 คน ของพลังประชารัฐ ถือหุ้นสื่อเหมือนคุณธนาธร โดนอันนี้ก็เรียบร้อยเลย เพราะฉะนั้นลองดูแค่สมัยเดียวก่อน ยังไม่ต้องไปคาดไกลถึงสมัยที่ 2

พิภพ - เอาแยกเป็นเรื่องๆนะ พลเอกประยุทธ์ ผมเชื่อว่าปรับตัวได้และจะเป็นนักการเมือง ไม่ใช่เป็นนักการทหารหรือเป็นผู้นำเผด็จการในสมัยรัฐบาลที่แล้ว อันนี้ผมยังเชื่อว่า พลเอกประยุทธ์ ปรับตัวได้และก็จะเป็นนักการเมืองได้เต็มตัว 2.ขึ้นอยู่กับคณะรัฐมนตรี จะเลือกได้เป็นผู้ที่มีประสิทธิภาพในการทำงานไหม เพราะฉะนั้นพลเอกประยุทธ์ จึงได้พลั้งปากมาว่า ถึงแม้พรรคการเมืองจะเป็นคนเสนอ คนนั้นเป็นรัฐมนตรีกระทรวงนั้น แต่ขอดู นี้กำลังจะเข้าไปก้าวก่ายพรรคการเมือง อันที่3. การซื้อเสียงในสภามันยังมีอยู่ ถึงแม้จะปริ่มน้ำ แต่ผมเห็นด้วยกับอาจารย์คมสัน ถ้าเรื่องผิดคุณสมบัติการเป็น ส.ส. ของพรรคพลังประชารัฐ 30 กว่าคน ยุ่งเลย ถึงแม้มี ส.ว. หนุนหลังอยู่ก็ไปไม่ได้ อันนั้น พลเอกประยุทธ์ อาจจะเลือกการยุบสภา

เติมศักดิ์ - ยุบสภา เลือกตั้งใหม่ ภายใต้กติกาเดิม

คมวัน - กติกาเดิม คราวนี้ปัญหาเยอะนะ

พิภพ - แต่ผมบอกเลยนะ จะแพ้พรรคเพื่อไทย ถ้าเลือกตั้งใหม่ และจะแพ้พรรคอนาคตใหม่

คมสัน - พรรครัฐบาลจะแพ้หมด เพราะภาพตอนนี้ไม่ค่อยดีเลย

พิภพ - ถ้ายุบสภาโดยยังไม่มีผลงาน จากปัจจัยทางการเมืองผมว่าแพ้ ซึ่งเขาจะคิดมากในเรื่องนี้

เติมศักดิ์ - และความรู้สึกที่เหมือนกับว่า ฝ่ายตรงข้ามทำทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองได้สืบทอดอำนาจ คนก็จะยิ่งรู้สึก

คมสัน - คือตอนนี้ ประเด็นเรื่องสืบทอดอำนาจมันลงไปนักศึกษา ตอนนี้มันไปขยับในนั้นหมดแล้วมีการเคลื่อนไหวในกลุ่มนักศึกษา ซึ่งถ้าใครสัมผัสกับในมหาวิทยาลัย แล้วจะพบว่ามันมีการเคลื่อนไหวเหล่านี้จริง แล้วเด็กๆ แรงมันเยอะ แรงเยอะเวลาที่มันเคลื่อนไหว ถึงจะรู้บ้าง ไม่รู้บ้าง ก็เคลื่อนไหว ตรงนั้นจะเป็นแรงกระเพื่อมที่มันเหวี่ยงกลับมาให้กับทางนี้ แล้วก็คนก็เบื่อภาพการตั้งรัฐบาลในรูปแบบที่เห็น แล้วก็ข้อครหาในการเลือกตั้งที่เกิดขึ้น ในช่วงเดือน สองเดือน ที่ผ่านมา ที่พูดคำว่าโกงเลือกตั้งหรือเปล่า หรือมีอะไรเกิดขึ้น กกต. ทำอะไร ก็จะเป็นตัวที่ทำให้พรรคที่ร่วมรัฐบาล ความนิยมจะลดลง

เติมศักดิ์- ซึ่งที่จริง 24 มีนาคม เขาก็แสดงออกไปครั้งหนึ่งแล้ว ผ่านอนาคตใหม่ แต่ถ้าต้องมีการยุบสภา แล้วเลือกตั้งใหม่เร็วๆนี้

คมสัน- โอกาสแพ้ อย่างที่ประเมิน

เติมศักดิ์- มันจะยิ่งมาอีกมหาศาล

คมสัน- ใช่

เติมศักดิ์- มี ส.ว. บางคนบอกว่า ไม่เป็นไร ลาออก หรือ ยุบสภา ก็กลับมาได้อีก เพราะว่า หรือสมมุติลาออกนะ ถ้าลาออก ถ้ามีอุบัติเหตุต้องลาออกจริงๆ บิ๊กตู่ ก็กลับมาได้อีก เพราว่า ส.ว. ชุดนี้อยู่ 5 ปี

พิภพ- แต่กับเรื่องคะแนนเสียงเท่าไหร่

คมสัน- ถ้าตอนนี้คุณมาไม่ถึง 100

พิภพ- ส.ว. ก็ช่วยไม่ได้นะ

คมสัน- แล้วประชาธิปัตย์ การตัดสินใจทางการเมืองมีโอกาสสูญพันธุ์สูงนะ

เติมศักดิ์- หมายถึงลาออก ไม่รู้สถานะ ลาออกในสภา

คมสัน- เขาโหวตได้

เติมศักดิ์- ส.ว. บางคนบอกว่า ลาออก ก็กลับมาอีก เพราะว่า ส.ว. 250 ก็จะหนุนอีกใน 5 ปีนี้

คมสัน- ก็หนุนไป แล้วก็จะไปพูดว่าอภิปรายไม่ได้ใช่ไหม แต่อย่าลืมว่าเขาอภิปรายผ่านกฎหมายต่างๆได้ แล้วก็ไปลงมติในกฎหมายต่างๆ ให้คุณลาออกอีกได้ตลอดเวลา แล้วคุณจะอยู่ได้อย่างไร

พิภพ- คือ ส.ว. พูดง่ายเกินไป ผมว่าพูดง่ายเกินไป ไม่เข้าใจปัจจัยการเมือง และความคิดของประชาชนที่เปลี่ยนไป

คมสัน- เขาไม่ใช่นักการเมืองจริงๆ

พิภพ- ตัวเองไม่ได้เป็นนักการเมือง

คมสัน- เขาคิดว่าตัวเองเป็นนักการเมือง แต่ไม่ใช่

พิภพ- พวก ส.ว. บางคน หากินมาจนกระทั่งจะเป็นเศรษฐีกันแล้วเนี่ย เป็น ส.ว. มาทุกสมัยเลย เงินเดือนแสนกว่านะ

คมสัน- งวดนี้เป็นยาว 5 ปี

พิภพ- บางคนนี้เป็นมาแทบทุกรัฐบาลนะ เอาละ เราละเว้นอันนี้ไว้ เพราะนี้เป็นวิวัฒนาการของสังคมไทย โจทย์ของผมก็คือว่าทำอย่างไรไม่ให้ทหารรัฐประหารอีก แล้วให้สภาและประชาชนแก้ไขประเทศไปด้วยกระบวนการทางการเมือง ผมขอโจทย์แค่นี้

เติมศักดิ์- ยากไหม อาจารย์คมสัน โจทย์นี้ยากไหมครับ

คมสัน- คือ ผมคิดว่าเรื่องรัฐประหาร ทหารคงระมัดระวังมาก เพราะคราวนี้ไม่ง่ายเหมือนคราวก่อนแล้ว เพราะว่า เงื่อนไขการเมืองเมื่อ 5 ปี ที่แล้ว กับปัจจุบันมันเปลี่ยนเยอะอย่างที่บอกว่าอย่างอนาคตใหม่มันมีเสียงธรรมชาติค่อนข้างเยอะแล้วก็เป็นเสียงเด็กๆรุ่นใหม่เสียด้วย ซึ่งแรงเยอะนะ ถึงเวลามันก็อาจจะอย่างที่ ปิยบุตร ปลุกผีในตอนนั้นพฤษภา มันอาจจะเกิดได้แต่พรรคการเมืองเป็นคนขับเคลื่อน คราวนี้มันก็จะเป็นการปะทะกันระหว่างพรรคการเมืองกับทหาร พรรคการเมืองกับทหารผมคิดว่าถึงเวลาพรรคการเมืองหลายพรรคก็จะไปรุมสกรัมกับทหาร

พิภพ- คือ ผมพูดอย่างนี้นะ เปรียบเทียบกับหลายประเทศแม้แต่ประเทศในยุโรป การเมืองบางประเทศไม่ได้ดีกว่าเรานะ มีความขัดแย้ง มีความสับสน แต่เขาสามารถดำเนินการทางการเมืองไปได้ โดยไม่มีการรัฐประะหาร ผมจึงเชื่อโจทย์นี้ เพราะฉะนั้นไม่ได้บอกว่าการเมืองไทยเลวร้ายที่สุดกว่าทุกประเทศในโลกนี้ ไม่ใช่ และดูในประวัติศาสตร์ของวิวัฒนาการทางสังคมประชาธิปไตยในหลายประเทศ แม้แต่สหรัฐอเมริกา ก็ไม่ได้ ภาษาอังกฤษเขาเรียกว่า สมูท หมายถึงระบบประชาธิปไตยมันเคลื่อนไปได้อย่างเรียบร้อย มีทั้งสงครามกลางเมือง มีทั้งอะไรต่ออะไร แต่ เขาสามารถดำเนินกลไกทางระบอบประชาธิปไตยไปได้อย่างต่อเนื่อง กระบวนการเรียนรู้มันก็เกิดขึ้น วันนี้ ทรัมป์ ใช้อำนาจเหมือนกับประยุทธ์ใช้มาตรา 44 นะ แล้วอำนาจนั้นรัฐธรรมนูญให้ไว้ เรียกว่าเป็นอำนาจพิเศษ ใช้อยู่ 2 กรณี คือสร้างกำแพงที่เม็กซิโกกับกรณีสู้กับจีนในเรื่องสงครามทางการค้า ไม่ใช่ไม่ใช้นะ ใช้อำนาจเหมือนกับอำนาจเผด็จการเหมือนกัน แต่มันอยู่ในกรอบของรัฐธรรมนูญ แล้ว 4 ปีคุณยุติ เลือกตั้งใหม่ เพราะฉะนั้นทหารทำอย่างไรก็ไม่แทรกแซง ถึงแม้ไม่พอใจ ทรัมป์ เพราะฉะนั้นผมจึงได้บอกว่าถ้าทำให้ทหารหยุดการรัฐประหารแทรกแซงทางการเมือง แล้วให้ทหารหนุนอยู่ข้างหลัง ให้การเมืองในระบอบประชาธิปไตยมันดำเนินการไปได้ ผมว่านี้คือคุณประโยชน์ของทหารไทย ที่ควรจะทำ

เติมศักดิ์- แต่ที่สำคัญคือเงื่อนไข เงื่อนไขที่จะนำไปสู่กระรัฐประหารในครั้งหนึ่งเนี่ย อาจารย์คมสันมองว่า หรือ อาจารย์พิภพ มองว่ามันมีโอกาสที่จะเกิดเงื่อนไขนี้หรือเปล่า

คมสัน- มันยากขึ้น ยากขึ้นเพราะว่า 5 ปีที่ผ่านมา ก็ใช้อำนาจมาค่อนข้างเยอะแล้ว คนที่คิดจะทำต้องกินดีหมี หัวใจเสือพอสมควรที่จะสู้กับมวลชนที่เขารอเรื่องกระบวนการประชาธิปไตย

พิภพ- คุณอย่าลืมนะ 10 ปี ที่ผ่านมา มีการชุมนุมเดินชบวนทั้งฝ่ายเสื้อเหลือง เสื้อแดง พูดกันง่ายๆ ทั้ง กปปส. คนเติมโตขึ้นนะ เพราผมไปติดคุก ผมเห็นการเติบโตของพวกเสื้อแดง ที่เกิดการคิดใหม่ ว่าสิ่งที่เขาทำมามันเป็นประโยชน์กับใคร และสอง ชนชั้นกลางเติมโตขึ้นนะ ชนชั้นกลางมีมากขึ้น และชนชั้นกลางก็มาเติมโตในการมาอยู่บนท้องถนนด้วย เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยคงรู้ว่าห้องเรียนบนท้องถนนมันเข้มข้นกว่าห้องเรียนในห้องเรียนของอาจารย์ เพราะฉะนั้นอย่าลืมว่าวิวัฒนาการหรือการพัฒนาการของคน ในสังคมไทย รวมทั้งโซเชียลมีเดียด้วย มันก็เติบโตขึ้น เพราะฉะนั้นผมจึงใช้ทฤษฎี ว่าถ้าทหารประคับประคองการเมือง แล้วนักการเมืองปรับตัว เดิมทีผมใช้คำแรงว่า นักการเมืองรุ่นนี้ควรจะลาออกในการมีบทบาททางการเมืองได้แล้ว คือทำแบบ เหมือนคุณอภิสิทธิ์ แต่ถ้าผมคิดว่าจะชมคุณอภิสิทธิ์ ก็ชมเรื่องนี้ แล้วก็โอกาสกลับมาก็มี ไม่ใช่ไม่มี แต่ในระหว่างนี้ ตัวเองจะ เขาเรียกว่าจะทำความกระจ่างในบทบาทของตัวเองจึงได้ยกคำของบาป 7 ประการ ของคานธี มา

เติมศักดิ์- เดียวขอต่อเรื่องนี้ ช่วงหน้า อนาคตประชาธิปัตย์ อนาคตอภิสิทธิ์ กับการเมืองไทย ว่าด้วย 1 ในบาป 7 ประการ ในการทำงานการเมืองโดยไร้หลักการที่คุณอภิสิทธิ์ ทิ้งปริศนาไว้ ขออนุญาตไปดูที่สภานิดหนึ่งนะครับก่อนจะพักกันตอนนี้เข้าใจว่าปิดอภิปรายแล้ว กำลังจะลงมติโดยโหวตแบบขานชื่อ ไปดูสภานิดหนึ่งครับ เชิญครับ ก็กำลังจะเข้าสู่การลงมติแบบเปิดเผย แต่มันก็มีการประท้วงเป็นธรรมดา อีกไม่กี่นาทีข้างหน้าระครับ ซึ่งก็คงต้องใช้เวลา 2 ชั่วโมง ได้ไหมครับอาจารย์ 750

พิภพ- ถ้าขานชื่อนี้เป็นชั่วโมง

คมสัน- เกิน 2 ชั่วโมง ผมว่าประมาณ 3 ชั่วโมงขึ้นไป

พิภพ- ตอนนี้ประเด็นอยู่ตรงไหน ประเด็นอยู่ที่ว่าจะขานชื่อคุณสมบัติก่อนหรือเลือกนายกเลย

เติมศักดิ์- ขานชื่อเลือกนายกครับ

พิภพ- นายกเลยใช่ไหม ถือว่าขานชื่อเลือกคุณสมบัติไม่มีอยู่ในบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ

เติมศักดิ์- ยังใช้การอภิปรายเฉยๆ

คมสัน- อภิปราย แล้วก็ขอมติว่าจะส่ง ไม่ส่ง แต่ยังไม่รู้ว่าจะมีมติเรื่องนี้หรือเปล่า ซึ่งหมายความว่าเขาก็ต้องยื่นญัตติมา เติมศักดิ์- งั้นเดียวพักก่อนครับ กลับมาช่วงสุดท้าย ของคนเคาะข่าวครับ

เติมศักดิ์- เข้าสู่ช่วงสุดท้ายของคนเคาะข่าว เรากำลังวิเคาะห์ทิศทางของการเมืองไทยหลังจากที่กำลังจะได้นายกรัฐมนตรีคนใหม่ ผ่านการลงมติของที่ประชุมรัฐสภาคาดว่าใช้เวลาต่อจากนี้สัก 2-3 ชั่วโมง การเมืองไทยต่อจากนี้จะเป็นอย่างไร เมื่อสักครู่เราค้างที่พรรคประชาธิปัตย์ อาจารย์ทั้ง 2 ท่านครับ การตัดสินใจทางการเมืองที่สำคัญของพรรคประชาธิปัตย์ ในการร่วมรัฐบาลกับ พปชร. หนุนบิ๊กตู่เป็นนายกฯ กับการตัดสินใจลาออกจาก ส.ส. ของ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในวันนี้ ทั้ง 2 ท่านมองการตัดสินใจ ครั้งสำคัญอย่างไร ครับของทั้งพรรคและคุณ อภิสิทธิ์

คมสัน- ผมคิดว่าก็เป็นการตัดสินใจที่ค่อนข้างถูกต้องของคุณอภิสิทธิ์ เพราะว่าคุณอภิสิทธิ์ชีวิตคงอยู่ในการเมืองอีกต่อไป ไม่ได้จบเพียงแค่นี้ มันทำให้ภาพลักษณ์คุณอภิสิทธิ์ในสายตามวลชนของพรรคประชาธิปัตย์เองค่อนข้างดี ที่นี้ต้องย้อนกลับไปดูการเลือกตั้งคนที่เลือกประชาธิปัตย์ 52 53 54 ที่นั่ง คือมวลชนที่ภักดีกับประชาธิปัตย์จริงๆ พวกนี้จะเปลี่ยนค่อนข้างยาก จะเปลี่ยนก็ต่อเมื่อปัจจัยของพรรคเองทำให้เขาไม่เกิดสัทธาจริงๆ เพราะส่วนหนึ่งของประชาธิปัตย์ย้ายไปพลังประชารัฐเยอะ เพราะแพนิคประเด็นของคุณทักษิณที่ไปสร้างพรรคขึ้นมาแล้วมีปัญหาเกิดขึ้นประมาณเดือนกุมภาพันธ์ อันนั้นทำให้คนเกิดความวิตกว่าทักษิณจะกลับมา เลยข้ามไปเลือกทางโน้น มันก็เกิดปัญหาขึ้นมาแล้วว่าเสียงมันถูกแบ่งการที่จะเรียกสัทธากลับมาได้ คุณต้องอยู่ในหลักการของแบบเล่นการเมืองแบบมีหลักการ อย่างที่ยกเรื่องบาป 7 ประการของอาตมขันทีคือการดำเนินงานทางการเมืองที่ไม่มีหลักการแบบที่คุณอภิสิทธิ์พูด มันก็เป็นความชอบธรรมที่จะดำเนินการตามที่คุณอภิสิทธิ์จะดำเนินการไว้ พูดไว้ในอดีตว่าไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอันนี้เขาพูดค่อนข้างชัดเมื่อมติพรรคออกมา ขณะที่พูดเป็นหัวหน้าพรรคและลาออกรับผิดชอบความจริงเขาแสดง 2 ครั้งนะ ครั้งแรกเขาบอกว่าถ้าไม่ถึง 100 เขาจะลาออกหัวหน้าพรรค และเขาก็ลาออกจริงๆ และเมื่อมาถึงจุดนี้ เมื่อเขาไม่สนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ เขาก็ลาออกจากการเป็น ส.ส. เพราะไม่สามารถทำหน้าที่ ส.ส. ในพรรคที่มีมติเสนอพล.อ.ประยุทธ์ เข้าร่วมกรณีนี้ได้ ซึ่งผมคิดว่าตัวคุณอภิสิทธิ์ดำเนินงานในหลักการเมืองที่ถูกต้อง รับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองพูด แต่คำพูดเรื่องบาป 7 ประการ มันย้อนกลับไปที่พรรคประชาธิปัตย์

เติมศักดิ์- คุณอภิสิทธิ์ ตั้งใจส่งสัญญาณไปที่พรรคหรือครับ

คมสัน- ผมคิดว่า คุณอภิสิทธิ์ ตั้งใจส่งสัญญาณไปที่พรรค เพราะถ้าเราฟังจากการให้สัมภาษณ์ ถ้าเราฟังจากข้อเสนอในการรักษาเกียรติศักดิ์ของคุณอภิสิทธิ์ด้วยวิธีการนั้น วิธีการนี้ แล้วคุณอภิสิทธิ์ก็บอกว่าเป็นเรื่องของตัวผมเองไม่เกี่ยวข้องกับพรรค พรรคก็รักษาเกียรติภูมิของพรรคไม่ต้องมารักษาของผมอะไรทำนองนี้ ผมว่าเขากำลังสื่อสารไปพรรคว่า พรรคกำลังมีปัญหาเรื่องการเล่นการเมืองแบบมีหลักการหรือเปล่า ซึ่งการเตือนตรงนี้ อย่าเรียกว่าต่อว่าเป็นการเตือนแบบว่าถ้าคุณประเมินได้ว่ารัฐบาลนี้อยู่ยาวหรืออยู่สั้น ถ้าคิดว่าอยู่สั้นคุณดำเนินการทางการเมืองผิดพลาดนะ เพระาถ้าเกิดการเลือกตั้งขึ้นมาคืออยู่ได้ไม่นานสิ่งที่ตามมาประชาธิปัตย์มีความเสี่ยงสูงที่จะสูญพันธุ์

เติมศักดิ์- จากที่ต่ำกว่า 100 ครั้งหน้าอาจสูญพันธุ์เลย

คมสัน- ตอนนี้ต่ำแค่ครึ่วร้อย ต่อไปคืออาจหรือไม่ถึง 20 ก็อาจจะเกิดได้ ถ้ายังดำเนินการทางการเมืองแบบนี้ ต่อไปอาจหายไปเลยเหมือนตัวอย่างพรรคพลังธรรมก็สูญหายไปเลย ถึงมีพลังธรรมใหญ่ขึ้นมาก็มีคะแนนเสียงไม่ถึง 70,000 ด้วยซ้ำไป คือรวมทั้งประเทศไม่ถึง 70,000 เป็นเรื่องที่สะท้อนว่าจะหายจากความนิยมไป

เติมศักดิ์- และที่ผ่านมาประชาธิปัตย์เวลาเป็นรัฐบาลก็ไม่เคยเจิดจรัศเพราะเป็นรัฐบาล

คมสัน- ไม่เคยเลยเพราะกระบวนการวิธีคิดแบบประชาธิปัตย์ คือไม่มีการทำงานเชิงรุก ถึงมีนโยบายก็ตามแต่ไม่มีการทำงานเชิงรุก ทำงานแล้วให้ราชการประจำเป็นคนดำเนินงาน

เติมศักดิ์- นี่ขนาดเป็นแกนนำด้วยนะ แล้วนี้เป็นแกนตาม เป็นพรรคร่วม

คมสัน- แล้วแถมนโยบายของตนเองที่เอามามันก็ไม่ได้เต็มร้อยด้วยนะ อย่างเช่น เรื่องการศึกษาประชาธิปัตย์เขาตั้งเป้าไว้เยอะแต่อย่างมากคุณก็อาจได้แค่รัฐมนตรีช่วยเท่าที่ฟังมา ไม่ได้รัฐมนตรีว่าการ เอากระทรวงพาณิชย์ไปเพื่อที่จะแก้ปัญหาราคายางกับปาล์ม แต่อย่าลืมนะว่ามันมีเรื่องอื่นเยอะแยะมันไม่ได้มีแค่ยางกับปาล์ม จะเอาเกษตรไปก็เพื่อแก้ปัญหาราคายางกับปาล์มนี่ละ จะเอา 2 กระทรวงนี้ให้ได้เพื่อเอาคะแนนเสียงภาคใต้กลับมาให้หมด เหตุผลที่เอามาอ้าง แต่ว่าทั่วประเทศไทยมันมีสินค้าตัวอื่นมันมีหลายอย่างที่ต้องดำเนินการ

เติมศักดิ์- โอกาศจะปังเพราะคุมกระทรวงพวกนี้

คมสัน- ไม่ๆ กระทรวงพวกนี้งานมันราบเรียบ มันไม่หวือหวา มันไม่เหมือนงานกระทรวงการคลัง พวกกระทรวงคมนาคมที่มันเห็นโปรเจคที่หวือหวาออกมา พวกนี้ต้องใช้เวลาในการบ่มในระยะเวลาสั้นๆ ถ้าคิดว่ารัฐบาลนี้อยู่ไม่ยาวไม่มีโอกาศสร้างผลงาน

เติมศักดิ์- ถ้าในแง่อุดมการณ์คนที่รักประชาธิปัตย์เพราะเรื่องอะไรที่เป็นนามธรรม พรรคนี้คือจุดยืนของอย่างนี้ตอนนี้ถ้าเทียบเพื่อไทยกับอนาคตใหม่

คมสัน- อนาคตใหม่ชัดกว่า

เติมศักดิ์- เพราะยังมีตัวแทนในอุดมการณ์บางอย่าง

คมสัน- ตัวเขาเด่นกว่าในเชิงอุดมการณ์สูงกว่าตอนนี้ เมื่อก่อนประชาธิปัตย์เด่นกว่าพรรคอื่น แต่ตอนนี้มีอนาคตใหม่เป็นคู่แข่ง และเป็นคู่แข่งที่ค่อนข้างหน้ากลัวในเรื่องเชิงอุดมการณ์

เติมศักดิ์- บางทีคนรักประชาธิปัตย์อาจไม่ใช่รักที่ผลงานหรือไม่มีผลงานรักในเชิงอุดมการณ์

คมสัน- และคิดในอีกมุมหนึ่งคือรักที่เขาเป็นฝ่ายต่อสู้กับเพื่อไทย พยายามเปรียบคู่มาตลอดว่าประชาธิปัตย์กับเพื่อไทยคือคู่มวยกัน ตอนนี้ประชาธิปัตย์ไม่อยู่ในฐานะคู่ต่อสู้แล้ว

เติมศักดิ์- และเมื่อเทียบแล้วเพื่อไทยกลายเป็นตัวแทนของคนที่ ...

คมสัน- และแข็งแรงกว่าด้วยตอนนี้

เติมศักดิ์- อาจารย์พิภพครับ ตัดสินใจถูกไม่ตอนนี้ ที่ไปร่วม พปชร. แลคุณอภิสิทธิ์ลาออก ส.ส.ครับ

พิภพ- คือหมากกลเที่ยวนี้ ผมคิดว่าต้องชงประชาธิปัตย์นี่คือหมากกลชั้นยอด ถามหน่อยกว่าคุณชวนกับคุณอภิสิทธิ์ไม่รู้หรือ ว่าลูกพรรคต้องการร่วมรัฐบาลรู้ แต่ตัวแสดงท่าทีที่แข็งขันไม่เห็นจะร่วมทั้งคุณชวนและคุณอภิสิทธิ์เพราะฉะนั้นหมากกลตัวนี้ส่งคุณชวนไปเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร คุณชวนหลุดออกจากพรรคประชาธิปัตย์ในการดำเนินงานทางการเมืองแต่ยังมีความเป็นประชาธิปัตย์อยู่ หมากกลที่หนึ่ง 2.คุณอภิสิทธิ์รู้ว่าจะแพ้แต่ยังเป็นตัวแทนที่บอกว่ายังต่อสู้กับการสืบทอดอำนาจจึงได้ลาออก แสดงความเป็นตัวแทนของอุดมการณ์นี้อยู่ เอาละพรรคพวกจะไปร่วมแต่ขอคุม 2 กระทรวงนี้ คือกระทรวงพาณิชย์กับกระทรวงเกษตรเพื่อที่จะทำงานกับชาวบ้าน เพื่อเอาเสียงชาวบ้านกลับมาให้ได้ เพราะเสียงชนชั้นกลางประชาธิปัตย์มีอยู่จำนวนหนึ่งแล้ว แต่ไม่มีเสียงชาวบ้านพอ พรรคประชาธิปัตย์เกือบเป็นพรรคที่จะแตกเพราะคุณสุเทพก็ออกไป แล้วบทเรียนของประชาธิปัตย์คือกระบวนการ 10 มกรา คราวนี้ไม่เกิดกระบวนการ 10 มกรา ใช่ไหมครับ เพราะฉะนั้นผมถือเป็นหมากกลที่เยี่ยมยอดมรการที่ดำรงและข้อเสนอในการเข้าร่วมรัฐบาลก็ถูกใจคนคือต้องแก้รัฐธรรมนูญ

เติมศักดิ์- บางคนบอกว่าเป็นแค่ข้ออ้าง

พิภพ- คือแก้ได้ไม่ได้ ทางการเมืองเขาไม่คำนึงหรอกครับ เขาขอให้ชูนโยบายเพื่อจิตใจคนจน และประชาธิปัตยืก็มองต่อไปว่าถ้าเลือกตั้งหใม่ตัวจะเคบื่อนไหวทางการเมืองอย่างไร ถ้าคุณชวนทำการเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎรและประธานรัฐสภาทำงานได้มีประสิทธิภาพเสียงประชาธิปัตย์จะมาไหม เอาแค่วันนี้ก่อน คุณอภิทธิ์สามารถที่จะไปสู้นอกสภาในเรื่องการแก้ปรัฐธรรมนูญและการต่อต้านการสืบทอดอำนาจได้ต่อไป ผมไม่เชื่อว่าคุณอภิสิทธิ์จะหลบไปเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย ผมว่าคุณอภิสิทธิ์อาจทำอะไรที่ไหนในเรื่องการเคลื่อนไหวทางกาเรมืองแล้ว คนที่ร่วมรัฐบาลก็ชูประเด็นนี้ไว้ เรื่องแก้รัฐธรรมนูญกับทำงานเรื่องประกรวงเกษตรและกระทรวงพาณิชย์ให้ได้ใจชาวบ้าน นี่คือเขามองการเมืองข้ามช็อตนะครับ เพราะงั้นผมถือว่าเที่ยวนี้ประชาธิปัตย์วางหมากกลไว้แยบยล แต่ถ้าพูดถึงอุดมการณ์ที่เป็นรากฐานของประชาธิปัตย์ไม่ใช่การต่อต้านทหาร ต่อต้านคณะราษฎรนี้เป็นอุดมการณ์พื้นฐานเลย

เติมศักดิ์- นี่มองตั้งแต่ยุคจุดกำเนินเลยใช่ไหมครับ

พิภพ- จุดกำเนินคือ หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช เป็นจุดยืนที่ชัดเจนและการจะต่อต้านคณะราษฎรและค่อยพัฒนาว่ามาต่อต้านทหารแต่ก็ต่อต้านไม่จริงนะ เพระาประชาธิปัตย์เคยถูกกล่าวหาว่าถูกทหารลากเข้าไปในค่ายทหารเพื่อตั้งรับบาล เพราะงั้นไอ้ความคลุมเครือตัวนี้ ประชาธิปัตย์ต้องแก้โจทย์นี้ เพราะฉะนั้นผมต้องชมเชยกลยุทธ์ที่เยี่ยมยอด ในการเดินเกมกลทางการเมือง ซึ่งพลังประชารัฐนึกไม่ถึงนะ อยู่ดีๆเสนอชื่อคุณชวน แล้วจะไปเสนอชื่อคนอื่นได้ไง ก็แพ้สิ แพ้ทางเพื่อไทย จึงต้องถอนคนของพลังประชารัฐออกไปที่จะเสนอให้เป็นประธานสภา เพราะงั้นเกมก็ตกลงในมือคุณชวนแล้ว

เติมศักดิ์- เพราะฉะนั้นโอกาสที่จะสูญพันธุ์ในการเลือกตั้งครั้งหน้านี้ ในมุมอาจารย์พิภพคือยังไม่ถึง

พิภพ- ไม่ๆ นอกจากล้มเหลวในเรื่อง 2 กระทรวง และจุดยืนที่จะแก้รัฐธรรมนูญไม่หนักแน่นพอ

เติมศักดิ์- เดี๋ยวก็รู้จะปังหรือจะพัง

คมสัน- คือเงื่อนไขคือปัจจัยของเวลา มันจะพอให้ไปแก้ปัญหาหรือเปล่า เพราะเราพูดแล้วไงว่าระยะสั้นหรือระยะยาว ถ้าระยะสั้นโอกาศสูญพันธ์เยอะ เพราะระยะเวลาไม่เพียงพอต่อการแก้ปัญหา เพราะมันไม่สามารถแก้วันเดียวสำเร็จ เรื่องรัฐธรรมนูญก็เช่นกัน เรื่องการแก้ปัญหาเกษตร เรื่องทั้งหลายไม่ใช่วันเดียวสำเร็จนะ มันต้องใช้เวลา

พิภพ- มันต้องประคับประคอรัฐบาลให้อยู่ถึง 4 ปี

เติมศักดิ์- ประชาธิปัตย์ต้องเป็นคนประคับประคองหรือครับ

พิภพ- ต้องเป็นคนประคับประคองเพราะพลังประชารัฐไม่เก่งเรื่องการเมืองใช่ไหม แต่อาจมีเงินเยอะพลังประชารัฐก็ใช้เงินไปแต่ประชาธิปัตย์ต้องคุมเกมในลักษณะในสภา

คมสัน- คือตอนนี้ที่รวมกันเหนียวแน่นก็มีภูมิใจไทยกับประชาธิปัตย์ พลังประชารัฐเขามีข้างในเป็นก๊กๆ เต็มไปหมดแค่ข้างในพูดง่ายๆก็ยังกัดกันเองแย่งกันเอง แย่งตำแหน่งกันอุตลุด

เติมศักดิ์- เป็นรวมกันเฉพาะกิจ

พิภพ- ใครจะเชี่ยวชาญสภาเท่าประชาธิปัตย์ละ

คมสัน- ใช่

พิภพ- ภูมิใจไทยก็เพิ่งเกิดเมื่อ10ปีนี้เอง

เติมศักดิ์- ส่วนคุณอภิสิทธิ์ก็แค่เฟดไม่ถึงกลับหายไป

คมสัน- แต่บทเรียนที่ผ่านมาเวลาประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลจะมักทำอะไรไม่ค่อยดี เป็นปัญหาของประชาธิปัตย์ที่แก้ยากพอสมควร

พิภพ- แต่ผมเตือนคุณอภิสิทธิ์นะ ที่เอามหาตมา คานธี มาอ้างเรื่องบาป 7 ประการ ทำไม่ได้นะครับ

เติมศักดิ์- ถึงจะสั้นๆแค่ว่า เล่นการเมืองแบบไม่มีหลักการ

พิภพ- เอาข้อเดียว เพราะตัวอ้างบาป 7 ประการ ถ้าตัวอ้าง 1 ในบาป 7 ประการก้เอาข้อ 1 ข้อเดียว แต่ อย่าลืมว่ามันมีหลายข้อนะ หาความสุขสำราญโดยไม่ยั่งคิด คุณอภิสิทธิ์ได้เป็นแน่ ร่ำรวยเป็นอกนิษฐ์โดยไม่ต้องทำงาน มีความรู้มหาศาลแต่ความประพฤติไม่ดี ค้าขายโดยไม่มีหลักศีลธรรม ถ้าไปพูดสมัยใหม่ก็คืออย่าให้มีการผูกขาดในการค้าขายซึ่งประชาธิปัตย์ไม่เคยทำ วิทยาศาสตร์เลิศล้ำแต่ไม่มีธรรมแห่งมนุษย์ประชาธิปัตย์ไม่เคยทำให้วิทยาศาสตร์เฟื่องฟูนะอย่าเพิ่งไปพูดถึงเรื่องธรรมะเลย บูชาสูงสุดแต่ไม่มีความเสียสละ เพราะฉะนั้นถ้าคุณอภิทธิ์อ้างบาป 7 ประการ ต้องทพให้ได้นะครับ ถ้าอ้างข้อ1 ข้อเดียวถือว่าทำได้สำเร็จแล้ว

คมสัน- ผมเข้าใจว่าอยากพูดข้อเดียวนะและ

เติมศักดิ์- เน้นข้อเดียวข้อแรก คือแค่บอกว่าประชาธิปัตย์ไปสนับสนุนลุงตู่ ถือว่าไม่มีหลักการแล้ว ขัดหลักการของพรรคละ

พิภพ- อันนี้ถือธรรม 1 ในบาป 7 ประการ สำเร็จไปแล้วด้วยตัวคุณอภิสิทธิ์

เติมศักดิ์- คือมีหลักการ ไม่ได้คิดถึงแต่ผลประโยชน์เฉพาะหน้า

คมสัน- ก็คงเตือนคนในพรรคและระมัดระวังให้ดี

เติมศักดิ์- ครับ ส่งคุณผู้ชมไปดูประชุมสภาต่อ เพื่อจะมีงูเห่าที่เซอร์ไพรส์ เพราะขานชื่อแบบเปิดเผยเลย ลากันตรงนี้ไปก่อนนะครับ โอกาสหน้าพบกันใหม่ สวัสดีครับ


กำลังโหลดความคิดเห็น...