xs
xsm
sm
md
lg

สังคมบีบปชป.เลือกข้าง-แทงกั๊กจะโดนลงโทษหนักกว่าเดิม !?

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


เมืองไทย 360 องศา




แน่นอนว่าสำหรับสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ในขั้วของฝั่ง อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่เคยเคยเป็นฝ่ายบริหารพรรคและนำเข้าสู่สนามเลือกตั้งและพ่ายแพ้กลับมาแบบย่อยยับในรอบหลายสิบปี จนไม่ต้องรื้อฟื้นมาพูดในเวลานี้ให้หัวเสียกันอีก แต่ถึงอย่างไรหากจะพูดก็ต้องบอกว่าเป็นเพราะการวางยุทธศาสตร์ผิดพลาดและประเมินสถานการณ์ผิดพลาดไปไกล

นั่นคือ"กระแส"ทั้งในและนอกพรรคที่ผสมปนเปกันไป โดยในพรรคประชาธิปัตย์แม้ว่ายังมีเสียงส่วนใหญ่สนับสนุนให้ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นหัวหน้าพรรคโดยพิสูจน์ให้เห็นจากการ"หยั่งเสียง"ชนะ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม แต่ที่น่าสังเกตก็คือในระดับชื่อชั้นแบบนี้ถือว่า"ชนะกันแบบฉิวเฉียด" แต่ไม่ว่าชนะเฉือนกันไม่มาก แต่ความหมายก็คือ"ชนะ" นั่นว่ากันในเรื่องกระแส และอาจเรียกได้ว่า"ความขัดแย้ง"แบ่งฝ่ายเริ่มมองเห็นได้ชัดขึ้น ส่วนใครขัดแย้งกับใคร และใครคือ "ขาใหญ่"ที่"ชักใย"อยู่ข้างหลังในแต่ละฝ่าย นาทีนี้ไม่ต้องพูดกันแล้ว เพราะสังคมรับรู้ไปตั้งนานแล้ว

เมื่อเข้าสู่สนามเลือกตั้งนั่นแหละที่เห็นภาพชัดขึ้นไปอีก นั่นคือ "กระแสความเชื่อมั่น"ในตัว อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นั้นมีน้อยมาก จะด้วยในแนวทางแบบที่จินตนาการให้ซับซ้อนว่า เป็นฝ่ายประชาธิปไตยต่อต้านการ"สืบทอดอำนาจของคสช."อะไรก็แล้วแต่ ปรากฏว่ากระแส"ไม่เปรี้ยง"อย่างที่คิด

ขณะเดียวกันมีหลายคนวิเคราะห์วว่า ศึกเลือกตั้งครั้งล่าสุดนั้นยังเป็นการต่อสู้ระหว่างฝ่ายที่"เอาทักษิณ"กับฝ่ายที่"ไม่เอาทักษิณ"เท่านั้น ไม่ใช่ฝ่ายประชาธิปไตย กับฝ่ายสืบทอดอำนาจ อะไรนั่นหรอก

ฝ่ายที่เอาทักษิณ ชินวัตร ก็สะท้อนผ่านพรรคเพื่อไทยและพรรคเครือข่ายในที่นี้ก็รวมถึง พรรคอนาคตใหม่ที่ส้มหล่นจากการยุบพรรคไทยรักษาชาติ ขณะที่แนวทาง อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ทิ้งไพ่ตายแบบ"ฟังชัดๆไม่เอาลุงตู่"มันก็เลยได้รับคำตอบแบบ"ชัดๆ"กลับมาเหมือนกันคือแพ้ราบคาบเพราะชาวบ้านเขาอยากให้ประชาธิปัตย์ไป"ร่วมมือกับลุงตู่"ไปสกัด"ระบอบทักษิณ"ต่อเนื่องอย่างน้อยก็ช่วงเปลี่ยนผ่าน 4-5 ปีนี้

แต่อย่างไรก็ดีสำหรับ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็ต้องบอกว่าน่าเห็นใจ เพราะเขาเป็นแคดิเตตนายกรัฐมนตรีของพรรคจะให้"หมอบ"ยอมแพ้ตั้งแต่ต้นมันก็กระไรอยู่ แต่การที่ประกาศ"ต่อต้าน"แบบนั้นมันก็ถูก"หมั่นใส้" สังคมมองว่า"ไม่รู้จักตัวเอง"หรือ"ไม่เจียม"อะไรประมาณนั้น เพราะอย่างที่รู้กันก็คือฐานเสียงที่สนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ส่วนใหญ่หรือเกือบทั้งหมดล้วนรวมเป็นก้อนเดียวกันกับที่สนับสนุนพรรคพลังประชารัฐ(เฉพาะที่หนุนลุงตู่) รวมไปถึงพรรครวมพลังประขาชาติไทยของ สุเทพ เทือกสุบรรณ และแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่คนที่เคยสนับสนุนพรรคเพื่อไทยจะย้ายข้างมาลงคะแนนให้เขา

ดังนั้นด้วยแนวทาง"ชัดๆไม่เอาลุงตู่"ของ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จึงมีผลออกมาอย่างที่เห็นด้วยคะแนนราว 3.9 ล้านเสียงที่ลงคะแนนให้พรรคประชาธิปัตย์ ทำให้ ฝ่าย อภิสิทธิ์ เคลมเอาว่าผลการเลือกตั้งที่ออกมาดังกล่าวมันเหมือนกับการ"สกรีน"ให้เห็นแล้วว่า สิ่งที่"เป็นอยู่"ในเวลานี้คือพวกไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งอาจจะใช่ แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมด เพราะในจำนวนนั้นอาจเป็นแฟนพันธุ์แท้ที่ต้องเลือก

อย่างก็ดีสิ่งที่ต้องพิจารณากันต่อไปก็คือ พรรคประชาธิปัตย์ต้องการ"กลับมา"เติบโต เป็นพรรคมหาชนในอนาคตหรือไม่ หรือต้องการเพียงแค่นี้ หรือเป็นพรรคเล็ก และที่สำคัญผลสะท้อนผ่านทางผลสำรวจของนิด้าโพลก็ออกมาชัดแล้วว่าเวลานี้"ชาวบ้านเขารู้สึกต่อพรรคประชาธิปัตย์"อย่างไรบ้าง หรือแม้แต่ความคิดเห็นผ่านทางหน้าจอโทรทัศน์มันก็ล้วนออกมาในโทนเดียวกัน

ดังนั้นหากจะให้สรุปกันอีกทีก็ต้องประเมินว่านาทีนี้สังคมบีบให้พรรคประชาธิปัตย์"เลือกข้าง"ห้ามแทงกั๊ก รวมทั้งห้ามเล่นเกมการเมืองในแบบเก่า เพราะชาวบ้านมองออกและพุ่งเป้าชี้นิ้วมาที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นจุดเดียว ซึ่งกลายเป็นภาพลบติดตัวไปอีก และภาพที่ปรากฏในเวลานี้สำหรับพรรคมันเสี่ยงต่ออนาคตที่หากตัดสินใจพลาดอีกก็อาจประสบชะตากรรมที่สาหัสกว่าเดิมก็ได้ !!


กำลังโหลดความคิดเห็น...