xs
xsm
sm
md
lg

ญาติวีรชนฯ แถลงการณ์เตือนดันทุรัง “บิ๊กตู่” นั่งนายกฯ เจอทางตัน ควรสร้างทางเลือกที่ 3

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

อดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 (แฟ้มภาพ)
กลุ่มญาติวีรชนฯ ออกแถลงการณ์เรียกร้อง 5 ข้อ เตือนดันทุรังดัน “ประยุทธ์” นั่งนายกฯ ผลักการเมืองเข้าทางตัน วอน ส.ว.ตัดสินด้วยความเป็นอิสระ ทุกพรรคทบทวนแนวทาง หวันกระทบเบื้องสูง ควรร่วมสร้างทางเลือกที่ 3

วันนี้ (2มิ.ย.) นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 ได้ออกแถลงการณ์ คณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 โดยมีเนื้อหาว่า จากกรณีที่จะมีการประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อพิจารณาวาระสำคัญคือเลือกบุคคลให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 5 มิ.ย.นี้ คณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา’35 กังวลว่าจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญทางการเมืองไทยและจะเป็นชนวนความขัดแย้งครั้งใหม่ของสังคมไทยเนื่องจากรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันถูกออกแบบเพื่อให้มีการสืบทอดอำนาจของคณะรัฐประหาร คสช.เพื่อให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง ทั้งที่พรรคการเมืองที่เสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ไม่ได้รับการเลือกตั้งอันดับหนึ่งแต่ยังดันทุรังชิงจัดตั้งรัฐบาล คณะกรรมการญาติวีรชนฯ ไม่อยากเห็นการเมืองเข้าสู่ทางตันสังคมไทยต้องเผชิญหน้าบาดเจ็บล้มตายกันอีกจึงมีข้อเสนอและข้อเรียกร้องดังนี้

1. คณะกรรมการญาติวีรชนฯ เห็นว่า ความพยายามจัดตั้งรัฐบาลเพื่อเลือก พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้งด้วยอาศัยเสียงสมาชิกวุฒิสภา 250 เสียงที่ พล.อ.ประยุทธ์คัดสรรมากับมือด้วยกระบวนการที่ไม่โปร่งใส่ไม่เป็นที่ยอมรับของสังคมเป็นผลประโยชนทับซ้อนและไม่สง่างาม จึงขอเรียกร้องให้ 250 ส.ว.พิจารณาตัดสินใจด้วยความอิสระคำนึงถึงทางออกของชาติบ้านเมืองมากกว่าผลประโยชน์ต่างตอบแทน แต่หากโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีที่เป็นบุคคลนำประเทศไปสู่ความขัดแย้งจะต้องแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมด้วย

2. การจัดตั้งรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ ไม่สามารถนำพาประเทศชาติออกจากวังวนความขัดแย้งได้ จะเป็นรัฐบาลที่ไร้เสถียรภาพส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นทุกด้าน จึงขอเรียกร้องให้พรรคการเมืองทุกพรรคที่จะร่วมรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำพิจารณาทบทวนหาแนวทางใหม่ที่ยังมีช่องทางเป็นไปได้ เพราะหากเป็นรัฐบาลได้ไม่กี่เดือนแล้วสะดุดล้มลง นอกจากจะสร้างความเสียหายต่อประเทศชาติโดยรวมแล้ว พรรคการเมืองของท่านก็จะถูกตราหน้าจากสังคมว่าเป็นพรรคการเมืองที่ร่วมสร้างปัญหาให้กับชาติบ้านเมืองด้วย

3. ข้ออ้างที่ว่ารัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ. 2560สามารถตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยได้นั้น เป็นการตีความแบบศรีธนญชัย แม้บทเฉพาะกาลมาตรา 272 ระบุให้การโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ต้องมีคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภาหรือ 376 เสียง แต่ต้องยึดมาตรา 159 ที่ต้องใช้มติของสภาผู้แทนราษฎร และมีคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งถือว่าเป็นบทบัญญัติหลัก นั่นหมายความว่าจะต้องอาศัยเสียง ส.ส.มากกว่า 250 เสียงร่วมโหวตด้วย หากฝ่าฝืนเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญจะนำไปสู่การยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความและเกิดความวุ่นวายตามมาอีก

4. หากที่ประชุมร่วมรัฐสภาโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี โดยเสียง ส.ส.ไม่ถึง 250 เสียง จัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานรัฐสภา จะกล้านำรายชื่อบุคคลที่มีคะแนนเสียงสนับสนุนไม่มากกว่ากึ่งหนึ่งของ ส.ส.ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายหรือไม่ รวมทั้งบุคคลที่ได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีเสียงข้างน้อย จะกล้านำคณะรัฐมนตรีเข้าถวายสัตย์ปฏิญาณหรือ เพราะอาจจะเป็นกระทำที่กระทบและระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท เนื่องจากอาจขัดรัฐธรรมนูญ ขาดความชอบธรรม เป็นรัฐบาลที่ไร้เสถียรภาพไม่สามารถบริหารประเทศอย่างมีประสิทธิภาพประสิทธิผลอันจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศและประชาชน และยังสร้างความชอบธรรมให้เกิดการชุมนุมต่อต้านนำไปสู่ความขัดแย้งของสังคมอีกด้วย

5. ขอเรียกร้องให้พรรคการเมืองที่พยามจัดตั้งรัฐบาลขั้วที่ 3 ทำหน้าที่ให้ถึงที่สุดโดยเดินไปให้สุดทางก่อน เพราะหากรวมพรรคการเมืองและจำนวน ส.ส.ขั้วที่ 3 และที่ไม่เอาการสืบทอดอำนาจจะมี ส.ส.กว่า 320 เสียง โดยประกาศร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลขั้วที่ 3 อย่างเป็นทางการที่มีเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรอย่างแท้จริง เท่ากับประกาศความชอบธรรมทางการเมืองที่ไม่มีใครปฏิเสธได้ แล้วหาบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ ซื่อสัตย์สุจริต เป็นที่ยอมรับของพรรคการเมืองและภาคส่วนต่างๆ ในสังคม เป็นนายกรัฐมนตรี เชื่อว่าทุกภาคส่วนจะออกมาสนับสนุนอย่างแน่นอน ซึ่งจะทำให้ 250 ส.ว.ไม่กล้าฝืนเจตนารมณ์ของประชาชนและจะลงคะแนนเสียงเพิ่มเติมให้จนถึง 376 เสียงในที่สุด

คณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 ยืนยันว่าด้วยสถานการณ์ที่ยังดำรงการแบ่งฝักฝ่ายของพรรคการเมือง และด้วยเงื่อนไขรัฐธรรมนูญที่วางกับดักไว้มากมายทำให้เกิดความยุ่งยากในการจัดตั้งรัฐบาลรวมทั้งความพยายามสืบทอดอำนาจมีแต่จะนำไปสู่ความขัดแย้งรุนแรง จึงขอวิงวอนให้ทุกภาคส่วนของสังคมร่วมกันสนับสนุนการจัดตั้ง “รัฐบาลช่วยชาติ” เพื่อทำการปรับปรุงแก้ไขรัฐธรรมนูญ รวมทั้งเร่งปฏิรูปประเทศในเรื่องที่จำเป็นเร่งด่วนให้แล้วเสร็จ ก่อนคืนอำนาจให้ประชาชนอีกครั้งเพื่อสังคมไทยจะได้กลับสู่ประชาธิปไตยอย่างแท้จริง



กำลังโหลดความคิดเห็น...