xs
xsm
sm
md
lg

ประชาธิปัตย์วันนี้ร้าวลึกรอวันแตกเละหมดทางฟื้น !?

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


เมืองไทย 360 องศา




เชื่อว่าหลายคนที่ติดตามการเมืองภายในพรรคประชาธิปัตย์ในเวลานี้เริ่มเข้าใจแล้วว่า"ความแตกต่าง"ทางความคิดที่พยายามอ้างกันมาตลอดนั้นในความเป็นจริงแล้วน่าจะตรงกันข้ามเพราะเริ่มมองเห็นแล้วว่ามันน่าจะกลายเป็น"ความขัดแย้ง"ในแบบที่ร้าวลึกในแบบที่น่าจะประสานกันยาก เนื่องจากแต่ละฝ่ายต่างยืนยันในหลักการของตัวเองแบบไม่ลดราวาศอก

แม้ว่าหากเทียบปริมาณหรือจำนวนของสมาชิกของแต่ละฝ่ายจะยังไม่อาจระบุได้แน่ชัดว่าฝ่ายไหนจะมากกว่ากัน แต่ก็ต้องบอกว่ามีเป็นกอบเป็นกอบเป็นกำไม่น้อยกว่ากันทั้งคู่ อย่างไรก็ดีเพื่อให้พิจารณาเห็นภาพชัดก็ต้องแบ่งเป็นสองกลุ่มหลัก นั่นคือกลุ่มในแบบเข้าใจง่ายๆก็คือกลุ่มที่สนับสนุนให้น่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐเพื่อสนับสนุน "บิ๊กตู่"พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี กับอีกฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยอ้างว่าเป็นการ"สืบทอดอำนาจ" อะไรประมาณนั้น

แต่เมื่อมาพิจารณาในรายละเอียดนาทีนี้บรรยากกาศทำท่าจะบานปลาย "ร้าวลึกแบบกินใจ"จนยากที่จะประสานเป็นเนื้อเดียวกัน ซึ่งจะว่าไปแล้วแม้ว่าผลการประชุมร่วมพรรคประชาธิปัตย์ระหว่างคณะกรรมการบริหารพรรคกับ ส.ส.พรรคในวันที่ 28 พฤษภาคมไม่ว่าจะร่วมรัฐบาลหรือไม่ก็ตาม แต่ผลที่จะตามมาเชื่อว่าความ"ขัดแย้ง"ก็ยังคงอยู่ต่อไปแน่นอน

หากพิจารณาจากสองกลุ่มความคิดหลักๆในตอนนี้นั่นคือกลุ่มที่สนับสนุนให้ร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ และหนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ ในกลุ่มนี้ส่วนใหญ่จะเป็น ส.ส.และกรรมการบริหารพรรคที่เป็นอดีต กปปส.ที่มี ถาวร เสนเนียม ส.ส.สงขลา พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาคเป็นแกนนำและมีความเชื่อมโยงกับอดีตเลขาธิการพรรคและอดีตเลขาธิการกปปส.อย่าง สุเทพ เทือกสุบรรณ

ล่าสุดมีการมีการกลุ่มข้างต้นมองว่ายังมีการสมทบจากกลุ่มของ กรณ์ จาติกวณิช ที่หลายคนจับอารมณ์ได้ว่าซ่อนความไม่พอใจลึกๆจากการพ่ายแพ้การเลือกหัวหน้าพรรคที่มองว่า"ถูกหักหลัง"หรือไม่

คนพวกนี้มองว่าการร่วมรัฐบาลจะทำให้บ้านเมืองสามารถเดินหน้าต่อไปได้ ยังสามารถนำนโยบายของพรรคไปช่วยเหลือชาวบ้านได้ดีกว่าเป็นฝ่ายค้าน และอ้างว่าสาเหตุที่พรรคประชาธิปัตย์พ่ายแพ้การเลือกตั้งอย่างหมดรูปส่วนสำคัญก็มาจากการประกาศไม่สนับสนุน "บิ๊กตู่"นั่นแหละ

ขณะที่อีกฝ่ายก็มี กลุ่มที่สนับสนุนแนวคิดของ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคที่ประกาศ"ทิ้งไพ่"สุดท้ายก่อนวันเลือกตั้งแบบ"ชัดๆว่าไม่เอาลุงตู่" ยกเอาหลักการประชาธิปไตย อ้างต่อต้านการสืบทอดอำนาจ ซึ่งผลการเลือกตั้งก็ออกมาแบบ"ชัดๆ"เช่นเดียวกันนั่นคือ "แพ้ยับ" พื้นที่กรุงเทพฯสูญพันธุ์ ขณะที่ภาคใต้ก็เสียที่นั่งเกินครึ่ง แบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ซึ่งในกลุ่มนี้ยังแยกย่อยมาในแบบอยากให้เป็น"ฝ่ายค้านอิสระ"เช่นกลุ่มที่เรียกว่า"นิวเดม"ที่ระบุว่าเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ เป็นกลุ่มที่ไม่ต้องการให้ร่วมทั้งฝ่ายรัฐบาลและไม่ร่วมงานกับพรรคฝ่ายค้านอื่น โดยพวกเขาย้ำว่าในหลายประเทศก็มีแบบนี้

อีกด้านหนึ่งยังมีสังคมภายนอกสร้างกระแสกดดันผ่านทางโลกโซเชียลที่ร้อนแรง โดยในความเป็นจริงก็มาจากสองกลุ่มหลักดังกล่าวนั่นแหละ

แน่นอนว่าบรรยากาศความเห็นที่แตกต่าง จนพัฒนากลายเป็นความแตกแยกที่ฝังลึกลงไปทุกที แม้จะบอกว่าพรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคที่มีวัฒนธรรมประชาธิปไตยไม่มีใครเป็นเจ้าของพรรค ทุกคนสามารถออกความเห็นได้และหัวหน้าพรรคคนใหม่ จุรินทร์ ลักษณวิศิษฐ์ ที่พยายามประสานรอยร้าวอย่างเต็มที่ แต่ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นล้วนมองได้ว่ามันเลยเถิดจากการแสดงความเห็นและเสี่ยงต่อการไม่ยอมรับในมติพรรคในภายหลัง อีกทั้งเป็นความขัดแย้งที่ขยายออกไปข้างนอกจนยากที่จะยอมรับความเห็นของอีกฝ่ายหนึ่งแล้ว

เพราะหากนำไปเปรียบเทียบกับยุคความขัดแย้งในอดีตเมื่อหลายปีก่อนที่เกิด"กลุ่ม 10 มกรา"ที่แยกตัวออกมาตั้งพรรคใหม่ คราวนี้ความขัดแย้งในแบบที่ว่าก็ไม่ได้ต่างกัน เพียงแต่ว่ามันมีมวลชนสนับสนุนของแต่ละฝ่ายเข้ามาแจมด้วยทั้งการแสดงออกโดยตรง รวมทั้งการแสดงความเคลื่อนไหวผ่านสื่อสมัยใหม่อย่างโซเชียลมีเดีย และด้วยบรรยากาศแบบที่เห็นในเวลานี้มันเสี่ยงที่จะบานปลายไปไกล และกลายเป็นคำถามว่าพรรคประชาธิปัตย์จะฟื้นฟูให้กลับมาได้หรือไม่ !!


กำลังโหลดความคิดเห็น...