xs
xsm
sm
md
lg

เจตนาหรือว่าไม่มีใครเอา! เบื้องหลัง "ลุงมิ่ง" ลาออกหัวหน้าเศรษฐกิจใหม่ เปิดทางพรรคร่วมลุงตู่ ? **ศาลรัฐธรรมนูญ รับเรื่องธนาธรถือหุ้นสื่อไว้พิจารณา พร้อมสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.

เผยแพร่:   โดย: นกหวีด


ข่าวปนคน คนปนข่าว



**เจตนาหรือว่าไม่มีใครเอา! เบื้องหลัง "ลุงมิ่ง" ลาออกหัวหน้าเศรษฐกิจใหม่ เปิดทางพรรคร่วมลุงตู่ ?.. อ้างเสร็จภารกิจช่วงเลือกตั้งแล้ว ยันรักษาคำมั่นเดิม "อ้วน- ภูมิธรรม" รีบโทรบล็อกล็อกขั้วเดิม ลูกพรรคตะเพิดซ้ำ ร้องระงมทวงเงิน เศรษฐกิจชีวิตจริงเครียดตายไปแล้ว 2 ราย

หลังจาก“ลุงมิ่ง”มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ โพสต์ภาพหนังสือถึงนายทะเบียนพรรคการเมือง เรื่องการลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ ในเฟซบุ๊ก @MINGKWANSANGSUWAN9 เนื้อหาในหนังสือ ระบุโดยสรุปว่า

การบริหารจัดการในพรรคเศรษฐกิจใหม่ ได้แบ่งแยกภารกิจการทำงานออกเป็น 2 ส่วน อย่างชัดเจน คือตัว"ลุงมิ่ง" มีหน้าที่รับผิดชอบในการร่างนโยบายระบบเศรษฐกิจใหม่ การออกไปพูดกับสาธารณชน และสื่อต่างๆเพื่อสร้างคะแนนินยม ส่วนการบริหารกิจการภายในพรรค การรับสมัครสมาชิก คัดเลือกผู้สมัคร การระดมทุน และการบริหารจัดการทางการเงินทั้งหมด อยู่ในความรับผิดชอบของ "นายสุภดิช อากาศฤกษ์" รองหัวหน้าพรรคคนที่ 1 และทีมบริหาร อีกฝ่ายหนึ่งเป็นผู้ดูแล

เมื่อการเลือกตั้งผ่านพ้นไปแล้ว ตนเองเห็นว่าเป็นช่วงเวลาอันเหมาะสม จึงขอลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ ซึ่งเป็นการลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค เพียงอย่างเดียว แต่ยังคงสถานะสมาชิกพรรคเศรษฐกิจใหม่ และตำแหน่งส.ส.บัญชีรายชื่อ อยู่เหมือนเดิม ...โดยให้"นายสุภดิช อากาศฤกษ์" ทำหน้าที่รักษาการแทนหัวหน้าพรรคไปพลางก่อน จนกว่าจะมีการเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ โดยหนังสือลาออกฉบับนี้ ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค.62 เป็นต้นไป
มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ
เมื่อข่าวแพร่ออกไป ปรากฏว่า มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็น ในเฟซบุ๊กเพจ "มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ พรรคเศรษฐกิจใหม่" วิพากษ์วิจารณ์การลาออก จาก หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ของนายมิ่งขวัญ จำนวนมาก โดยสงสัยกันว่าการที่ "ลุงมิ่ง" ลาออกจากหัวหน้าพรรค น่าจะเป็นการเปิดทางพรรค ให้เข้าร่วมกับพรรคพลังประชารัฐ จัดตั้งรัฐบาลหรือไม่

ชาวเน็ตมองว่าเป็นพฤติกรรมที่ "ทรยศประชาชน" ที่ไว้วางใจเลือกให้มาเป็น ส.ส. อาทิ "อุตส่าห์เลือกลุง เพราะสิ่งที่ลุงพูด รู้งี้ไม่เลือกหรอก เลือกเพื่อไทย กับอนาคตใหม่ดีกว่า ลุงควรมาอ่านทุกคอมเมนท์นะคะ"... " ที่เลือกพรรคเศรษฐกิจใหม่เพราะลุงมิ่ง ไม่ใช่เพราะพรรค หรือส.ส. ในเขตที่เลือก ถ้าลุงมิ่งลาออก จะเหลือความหมายอะไรที่ลงคะแนนเสียงให้" ... "ทำอย่างงี้โคตรไม่โอเค ตอนออกมาพูดกับประชาชนให้อีกคนพูด แต่พอจบเลือกตั้ง ให้อีกคนทำ จบกันที พรรคนี้ ครั้งเดียวพอ"... "ผมลงคะแนนให้ลุงไป 1 เสียง มีเหตุผล 2 ข้อ 1. ผมชอบนโยบายหาเสียงของลุง และคิดว่าลุงเป็นคนเก่ง ต้องพัฒนาประเทศได้แน่นอน 2. ลุงบอกไม่เอา พลังประชารัฐ นี่คือ 2 เหตุผล ที่ผมเลือกลุง และหลายๆ คนคงคิดเหมือนผม อย่าหลอกลวงประชาชนนะครับ" ... " ลุงมิ่งร่างนโยบายให้ประชาชนเลือก แล้วลุงก็ลาออก ให้หัวหน้าพรรคคนต่อไปเป็นคนตัดสินใจในการเดินหน้าพรรคต่อ แล้วที่ผมเลือกไป จะมีความหมายหรือครับ" ... " ลาออกเพื่อให้พรรคได้เลือกประยุทธ์ ป่าว ผมคนนึงที่เลือกพรรคนี้ ถ้าเป็นแบบที่คิด บอกเลยหมดความเชื่อถือ โง่ที่เลือกไป บังคับคนในบ้านให้เลือกตั้ง 10 เสียง" ... "ไปกับเงิน ไอ้แก่ทุเรศ ไม่ชอบแล้ว"... "ลาออกก็จบ งี้เหรอ แล้วคะแนนคนที่ลงให้เพราะลุงล่ะ? " ... "1 คะแนน คิดซะว่าเอามาทิ้งลงพรรคขยะ" ... "เอาแล้วสินะ ตามๆ กันไปกับประชาธิปัตย์ ออกแล้วให้หัวหน้าพรรคคนใหม่ พาร่วมกับพลังประชารัฐ "...

อย่างที่รู้ๆกัน ณ เวลานี้ สถานการณ์การจัดตั้งรัฐบาลยังอึมครึม ไม่มีความชัดเจน ขณะที่ก่อนหน้านี้ ก็มีกระแสข่าวพรรคเศรษฐกิจใหม่ ขออยู่กับขั้วเพื่อไทย-อนาคตใหม่ แต่อาจจะมี “งูเห่า”เทใจไปร่วมกับ พปชร. ตั้งรัฐบาล โดยตัด"ลุงมิ่ง" ออกไป ... ในความเชื่อนี้มีความเป็นไปได้ เพราะอุปสรรคสำคัญอยู่ที่ตัว"ลุงมิ่ง" เองที่ขั้ว พปชร.ไม่พึงประสงค์อยากให้มาอยู่ร่วมด้วย ...นั่นเพราะ คนคุ้นเคยในพปชร. สมัยยังช่วยกันทำงานให้ "พรรคทักษิณ ชินวัตร" ปัจจุบันเป็นแกนหลักในพรรคพปชร. รู้ไส้รู้พุงลุงมิ่งเป็นอย่างดี ทราบดีว่า มิ่งขวัญ เป็นคน “เยอะ”และ มีความทะเยอทะยานสูง ร่วมงานกับใครยาก หรือพูดง่ายๆ "ไม่มีใครอยากคบ!"
อังกฤษฎา ราวินิช (ขวา)
ดังนั้น การลาออกของ"มิ่งขวัญ" หาใช่ความสมัครใจ เจตนาที่อยากจะลาเพราะภารกิจเสร็จสิ้นตามที่อ้าง แต่ถูกบีบให้ออกเพื่อเปิดทางให้พรรคเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ ..."ลุงมิ่ง" ไม่ได้อยากลาเอง แต่จำเป็นต้องกระเด็นออกจากหัวหน้าพรรคต่างหาก ร้อนถึง"นายภูมิธรรม เวชยชัย" เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ต้องรีบบล็อกกระแสนี้ทันที โดยอ้างว่าได้โทรศัพท์ไปพูดคุยกับนายมิ่งขวัญ แล้ว ทราบว่าการลาออกเกิดจากปัญหาภายในของพรรคเศรษฐกิจใหม่ และยืนยันว่า จะไม่ส่งผลต่อ ส.ส. 6 คน ของพรรคเศรษฐกิจใหม่ ที่ยังคงสนับสนุน"พรรคเพื่อไทย" ไม่ว่า สถานการณ์จะพลิกไปทางใด ขั้วไหน ...

ที่แน่ๆ หัวหน้าลาออกไปทาง ลูกพรรคยังคงร่ำร้องทวงเงินหาเสียง โดยที่สำนักงานกกต. เมื่อวานนี้ "นายอังกฤษฎา ราวินิช" ผู้สมัครส.ส.เขต 1 จังหวัดอุดรธานี พรรคเศรษฐกิจใหม่ เดินทางมาขอคำปรึกษาทางกฎหมาย และขอความเป็นธรรมจากกกต. กรณีถูกกรรมการบริหารพรรคหลอกลวง โดยสัญญาว่าจะให้เงินสนับสนุนในการหาเสียงเลือกตั้ง แต่เมื่อการเลือกตั้งเสร็จสิ้น พรรคได้ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ 6 คน จาก 480,000 คะแนน พรรคกลับบ่ายเบี่ยง ไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น โดยผู้สมัครแต่ละคนลงทุนหาเสียงไปคนละ 2 แสน ถึง 2 ล้านบาท เป็นผลให้ผู้สมัครของพรรคเกิดความเครียดจนอยากฆ่าตัวตาย เพราะมีปัญหาหนี้สินรุมเร้า และผู้สมัคร ก็เสียชีวิตไปแล้ว 2 ราย จากความเครียด เมื่อไปติดต่อที่พรรคก็ถูกกีดกันไม่ให้เข้าร่วมประชุม และด่าว่าเป็นแค่ "ตัวเห็บ" อย่าเข้ามายุ่งกับพรรค

ส่วนกรณีที่ "มิ่งขวัญ" ลาออกจากหัวหน้าพรรค ไม่ทราบเหตุผลว่า จะมาจากปัญหาค่าใช้จ่ายจากการหาเสียงเลือกตั้งหรือไม่ พูดได้เพียงว่า เป็นการกระทำที่ไม่สง่างาม ...ควรจะลาออกจากส.ส.ไปเลย

ปังปี๊นาศเลยลุงมิ่ง

** ศาลรัฐธรรมนูญ รับเรื่องธนาธรถือหุ้นสื่อไว้พิจารณา พร้อมสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ส.ส. ขณะที่ เจ้าตัวโวย ถูกการเมืองรังแก กกต. รีบทำสำนวนส่งศาลฯ เพราะเขาประกาศตัวจะเป็นนายกรัฐมนตรี แข่งกับลุงตู่
ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ
ขณะที่กระแสข่าวเรื่อง"ธนาธรถือหุ้นสื่อ" เริ่มซาไป เพราะคนหันมาสนใจเรื่อง "ธนาธรให้พรรคอนาคตใหม่กู้เงิน 110 ล้าน" แทน วิพากษ์วิจารณ์กันว่า จะมีความผิดหรือไม่ ถ้าผิดแล้วโทษจะเป็นอย่างไร จะถูกยุบพรรคหรือไม่ ...แต่วันนี้ กระแส "หุ้นธนาธร" ก็กลับมาฮอตอีกรอบ เมื่อที่ประชุมศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเป็นเอกฉันท์ (9-0) ให้รับคำร้องที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยว่า กรณี "นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ" หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่ขณะนี้มีสถานะเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรค มีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 98 ( 3 ) กรณี ถือครองหุ้น บริษัทวี-ลัค มีเดีย จำกัด อยู่ในวันที่สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ทำให้อาจขาดคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่ง ส.ส. ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101(6 ) ประกอบมาตรา 98( 3 )ไว้พิจารณาวินิจฉัย

นอกจากนี้ กกต.แนบเอกสารประกอบคำร้อง ขอให้ศาลฯ มีคำสั่ง ให้นายธนาธร หยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.ด้วย เนื่องจากปรากฏข้อมูลจากเอกสาร ว่า ตลอด10 ปีที่ผ่านมา การเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นของบริษัทวี-ลัค มีเดีย จำกัด ทุกครั้ง จะส่งสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น ระบุวันประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น พร้อมมีหนังสือนำส่งนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานคร ในเวลาใกล้เคียงกัน แต่การเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นครั้งล่าสุดนี้ ไม่ปรากฏว่ามีการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น จึงปรากฏเหตุอันควรสงสัยว่า นายธนาธร มีกรณีตามที่ถูกร้อง ประกอบกับการปฏิบัติหน้าที่ของ นายธนาธร อาจก่อให้เกิดปัญหาข้อกฎหมาย และการคัดค้านโต้แย้ง เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินงานสำคัญของที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้ ... ศาลรัฐธรรมนูญ จึงมีมติ เสียงข้างมาก ( 8-1) ให้ นายธนาธร หยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.ไว้ จนกว่าศาลฯ จะมีคำวินิจฉัย พ่วงมาตามมาอีกด้วย ...

ความหวังที่ "ธนาธร" ประกาศจะเป็นขั้วที่ 3 ในการรวบรวมพรรคการเมืองตั้งรัฐบาล และตัวเขาจะเป็นนายกรัฐมนตรีเองนั้น "พังครืน" ลงมาทันที แบบไม่ต้องมีลุ้นกันแล้ว ...ยังมีคำถามตามมาด้วยว่า แล้ว "ชุดขาว" ที่เตรียมไว้ สำหรับแต่งเข้าร่วมงานรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภา ในวันนี้ (24 พ.ค.) ที่กระทรวงการต่างประเทศ จะได้ใช้หรือไม่ เพราะถูกห้ามปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.แล้ว
สรศักดิ์ เพียรเวช
เรื่องนี้ "นายสรศักดิ์ เพียรเวช" เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้ชี้แจงคลายข้อสงสัยว่า "ธนาธร" ยังสามารถเข้าร่วมงานรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภาได้ เพราะมีสถานะเป็นสมาชิกแห่งสภาผู้แทนราษฎร ตามการเลือกตั้ง... และในวันที่ 25 พ.ค. ที่จะมีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเลือกประธานสภาฯ ที่ หอประชุมใหญ่ บริษัททีโอที จำกัด (มหาชน) ยังเข้าร่วมได้ เนื่องจาก"ธนาธร" ยังไม่ได้กล่าวคำปฏิญาณตน ซึ่งตามรัฐธรรมนูญ บัญญัติไว้ว่า ส.ส. จะปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการต้องกล่าวคำปฏิญาณตน ต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรก่อน ดังนั้นในวันที่ 25 พ.ค. เมื่อ"ธนาธร" กล่าวคำปฎิญาณตนต่อที่ประชุมสภาฯ แล้วก็ต้องต้องออกจากห้องประชุมทันที ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่ง... เป็นอันว่าบรรดา "น้องฟ้า" ก็ยังมีโอกาสได้เห็น "พ่อของฟ้า" แต่งชุดขาวเข้าร่วมงานรัฐพิธีฯ ไม่ถึงกับต้องถูกถากถางว่า "ตัดชุดเก้อ"

หลัง"หายช็อก" จากมติศาลรัฐธรรมนูญในช่วงบ่ายแล้ว ตกค่ำ "ธนาธร"ก็ได้แถลงผ่านเฟซบุ๊กพรรคอนาคตใหม่ ไม่เห็นด้วยกับมติของศาลรัฐธรรมนูญ และฟาดงวง ฟาดงาไปที่ กกต.ว่า รีบร้อนทำสำนวนส่งศาลรัฐธรรมนูญ น่าจะมีมูลเหตุทางการเมือง อันเนื่องมาจากการเขาได้ประกาศตัวว่าจะรวบรวมเสียงจากพรรคการเมือง เพื่อจัดตั้งรัฐบาล และพร้อมจะเป็นนายกรัฐมนตรีเอง จนเป็นเหตุให้คสช.ที่พยายามจะสืบทอดอำนาจ ต้องใช้ทุกวิถีทางในการสกัดตัวเขา และยังเรียกร้องต่อสาธารณะ ให้ช่วยกันตรวจสอบมติของ กกต. และ ศาลรัฐธรรมนูญ ว่ามันเป็นธรรมกับตัวเขาหรือไม่ ... "ผมยังพร้อมที่จะเป็นนายกฯ ยังมีศักดิ์ และสิทธิ เป็นนายกฯ เพื่อหยุดยั้งคสช. เพื่อหยุดยั้งเผด็จการ วันนี้ผมถูกศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. แต่ระหว่างรอการวินิจฉัย ผมยังจะทำงานกับประชาชนต่อไป จะทำงานในฐานะ คนที่ได้รับความไว้วางใจ 6.3 ล้านเสียง ทั่วประเทศ นี่ไม่ใช่เวลาของความสิ้นหวัง แต่นี่เป็นเวลาที่จะลุกขึ้นยืนอย่างองอาจ อีกครั้ง เป็นเวลาที่จะเปิดโปงความชั่วร้ายของเผด็จการ ขอชวนทุกคนลุกขึ้นยืน ต่อสู้ร่วมกัน เพื่อทวงคืนความยุติธรรม กลับสู่สังคมไทย"

นี่ยังเพิ่งเป็นเรื่องแรกของ"ปัญหา" ที่ธนาธร ก่อไว้เอง แล้วถูกส่งเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาล แต่เขากลับพยายามใช้ "น้องฟ้า" และประชาชนมาเป็นโล่ ปกป้อง... ยังมีเรื่อง "เงินกู้" และอื่นๆ ที่จะตามมาอีก ซึ่งแต่ละเรื่องล้วนเกิดจากการประทำของเขา จาก"ปาก" ของเขาเองทั้งสิ้น ...แล้วอย่างนี้ยังฝันว่าจะมีคนมาปกป้อง มาอุ้มเขาขึ้นนั่งเก้าอี้รัฐมนตรีอีกหรือ...




กำลังโหลดความคิดเห็น...