xs
xsm
sm
md
lg

"บิ๊กตู่"ขยับฟอร์มรัฐบาลเกมต่อรองเก้าอี้เข้มข้น !?

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


เมืองไทย 360 องศา




คำตอบของ"บิ๊กตู่"พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคมบอกว่า "กำลังดำเนินการอยู่" เมื่อถูกสื่อมวลชนถามถึงความคืบหน้าในการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ร่วมกับพรรคพลังประชารัฐ

และอีกคำถามที่น่าสนใจก็คือคำถามว่า "ได้มีส่วนร่วมในการพิจารณาร่วมกับพรรคพลังประชารัฐในการจัดสรรตำแหน่งต่างๆด้วยหรือไม่"โดยเขาตอบว่า "กำลังดูกันอยู่"

คำตอบดังกล่าวข้างต้นของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ย่อมได้เห็นภาพบางอย่างได้ชัดเจนขึ้นในเวลานี้ อีกทั้งได้มองเห็นถึงความเคลื่อนไหวหลายอย่างในการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่

แน่นอนว่ามีการรับรู้ทางสังคมไปแล้วก่อนหน้าว่าการเมืองแบ่งออกเป็นสองขั้ว นั่นคือขั้วที่นำโดย พรรคเพื่อไทย กับอีกขั้วหนึ่งที่นำโดยพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งจากผลการเลือกตั้งที่ออกมาทำให้ไม่มีขั้วการเมืองฝั่งไหนชนะได้เสียงข้างมากเด็ดขาด ขณะเดียวกันด้วยกลไกของรัฐธรรมนูญที่ออกแบบมาเพื่อเอื้อต่อการเป็นรัฐบาลผสมมากกว่าการมีพรรคใดได้จัดตั้งรัฐบาลเพียงพรรคเดียว อีกทั้งนี่ก็เป็นการเลือกตั้งครั้งแรกที่เชื่อว่าประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งยังไม่ตลกผลึกทางความคิดยังไม่ชินกับวิธีการโหวต อาจทำให้ผลการเลือกตั้งออกมาแบบ"เสียงกระจัดกระจาย" ทำให้ไม่ว่าฝ่ายใดจะได้จัดตั้งรัฐบาลก็ต้องมีเสียงสนับสนุนแบบ"ปริ่มน้ำ"นั่นคือมีจำนวน ส.ส.ที่ก้ำกึ่งกัน โดยเฉพาะฝ่ายรัฐบาลจะมีเสียงมากกว่าฝ่ายเพียงไม่กี่เสียงเท่านั้น

อย่างไรก็ดีนาทีนี้ก็ต้องบอกว่า"ขั้วพลังประชารัฐ"ที่สนับสนุน "ลุงตู่"หรือ"บิ๊กตู่" พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีมีความได้เปรียบและจ่อที่จะรวบรวมเสียงข้างมากเหนือกว่า"ขั้วพรรคเพื่อไทย แต่อย่างไรก็ดีอย่างที่บอกเอาไว้ก็คือมีคะแนนมากกว่าอีกขั้วเพียงไม่กี่เสียงเท่านั้น คาดกันว่าฝ่ายรัฐบาลในช่วงเริ่มต้นน่าจะมีราว 254-257 เสียง (ยังไม่นับหากมีกรณีงูเห่า)

ขณะเดียวกันด้วยกลไของรัฐธรรมนูญที่มีเสียงของ ส.ว.แต่งตั้งจากหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติจำนวน 250 เสียงย่อมต้องสร้างแรงกดดันให้กับฝ่ายตรงข้าม และอีกด้านหนึ่งมันก็เหมือนกับบีบบางพรรคให้ต้องข้าร่วมกับฝ่ายพรรคพลังประชารัฐไปโดยปริยาย เพราะหากไปร่วมกับพรรคเพื่อไทยก็มีการคาดกันว่าด้วยการแบ่งขั้วที่ชัดเจนและเสียงที่ก้ำกึ่งกันมากทำให้"ขั้วของฝ่ายเพื่อไทย"มีข้อจำกัดมากกว่า

สำหรับขั้วพรรคพลังประชารัฐที่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีล่าสุดมีการออกแถลงการณ์ของ 11 พรรคการเมืองขนาดเล็กประกาศสนับสนุนแล้ว ทำให้การรวบรวมเสียงเพื่อจัดตั้งรัฐบาลมีความคืบหน้าไปมาก เพราะเมื่อพรรคเล็กลงนามออกแถลงการณ์ดังกล่าวทำให้การเจรจาต่อรองหรือการรวบรวมเสียงทำได้ชัดเจนกว่าเดิม และด้วยสาเหตุนี้หรือเปล่าที่เมื่อวานนี้(13 พฤษภาคม) พล.อ.ประยุทธ์ มีอารมณ์ดีและกล่าวทำนองสื่อให้เห็นว่า"มีความคืบหน้า"ออกมาให้เห็นเป็นครั้งแรก

ขณะเดียวกันในคำพูดของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ทำให้เห็นถึงความเคลื่อนไหวว่าในการเจรจาทาบทามนั้นเขาก็มีการรับรู้ด้วย ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะเป็นแคดิเดตนายกฯที่พรรคพลังประชารัฐเป็นผู้เสนอชื่อให้เป็นนายกฯ

อย่างไรก็ดีเวลานี้ก็ยังรอท่าทีจากพรรคภูมิใจไทยที่จะประกาศออกมาอย่างเป็นทางการ โดย อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยที่บอกว่าให้รอราวๆวันที่ 20 พฤษภาคมก็จะทราบท่าทีที่ชัดเจน อ้างว่าในช่วงวลานี้ต้องรอฟังความเห็นจากประชาชนก่อน ซึ่งแน่นอนว่าสำหรับพรรคภูมิใจไทยที่นาทีนี้ถือว่าเป็นหนึ่งในพรรคตัวแปรหลักไม่แพ้พรรคประชาธิปัตย์ โดยพรรคประชาธิปัตย์ยังต้องรอมติพรรคหลังจากเลือกตั้งวันที่ 15 เดือนนี้ก่อน

หากโฟกัสไปที่พรรคภูมิใจไทยก็แน่นอนว่าก็ต้องแสดงท่าทีแบบนี้เพื่อยื้อเวลาออกไปให้นานที่สุด อย่างน้อยก็เพื่อต่อรองเก้าอี้สำคัญที่ต้องการให้มากที่สุด แม้ว่าตามรายงานข่าวจะมีการระบุว่าได่ตกลงปลงใจกันมาตั้งแต่ก่อนเลือกตั้งแล้วก็ตาม อีกทั้งหากพิจารณาจากเงื่อนไข องค์ประกอบและความเป็นไปได้โดยเฉพาะการโหวตหนุนใครเป็นนายกฯก็ย่อมต้องมองออกไม่ยากว่าจะเป็นฝ่ายไหนและเป็น"ใคร"

ไม่เว้นแม้กระทั่งพรรคประชาธิปัตย์ที่บอกว่าต้องรอกระบวนการภายในพรรคให้เรียบร้อยก่อน ซึ่งก็เชื่อว่าในที่สุดแล้วก็ต้องมาทางนี้ ไม่มีทางที่จะไปร่วมกับกับพรรคเพื่อไทย หรือแม้แต่พรรคอนาคตใหม่เพราะนั่นเท่ากับการฆ่าตัวตายทางการเมือง

ดังนั้นหากให้สรุปจากท่าทีล่าสุดเท่าที่เห็นทั้งมติ 11 พรรคเล็กที่สนับสนุน "บิ๊กตู่"เป็นนายกรัฐมนตรี รวมไปถึงอารมณ์ที่แสดงออกมาถือว่ามีความคืบหน้าไปมากแล้ว แต่ขณะเดียวกันก็ยังเป็นความเคลื่อนไหวต่อรองเก้าอี้กันอย่างเข้มข้น เพราะทุกพรรคเป็นตัวแปรสำคัญในการชี้ชะตารัฐบาลและตัวนายกฯ แม้จะชัวร์ แต่ขอกระบิดกระบวนไว้หน่อย !!


กำลังโหลดความคิดเห็น...