xs
xsm
sm
md
lg

"ขั้วที่ 3"ไม่มีจริงแค่เกมป่วนยั่วประสาท !?

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ - พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา
เมืองไทย 360 องศา





หากพิมรณากันตามกำหนดเวลาคงมีการนำรายชื่อสมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.)จำนวน 250 คนขึ้นทูลเกล้าฯไปแล้วตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติได้ระบุเอาไว้ ขณะเดียวกันในช่วงเวลาแบบนี้หลังจากที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ได้รับรองและประกาศรายชื่อ ส.ส.เกินร้อยละ 95 นั่นคือแบบ ส.ส.เขตจำนวน 349 คนและ และ ส.ส.บัญชีรายชื่ออีก 149 คน ทำให้ขั้นตอนในรัฐสภา ทั้งการเลือกประธานสภาผู้แทนฯ ประธานรัฐสภา รวมทั้งต่อเนื่องไปถึงการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ใกล้เข้ามาแล้ว

อย่างไรก็ดีความเคลื่อนไหวสำหรับการรวบรวมเสียงเพื่อจัดตั้งรัฐบาลก็ดำเนินการไปอย่างเข้มข้นมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะการต่อรอง"แบ่งเค้ก"เก้าอี้รัฐมนตรี และเนื่องจากทั้งสองขั้วการเมืองต่างก็มีเสียงก้ำกึ่งกันมากทำให้ทุกเสียงย่อมเป็นตัวแปร แต่ละเสียงมีพลังในการต่อรองทั้งสิ้น

แน่นอนว่าด้วยองค์ประกอบทางอำนาจที่มีอยู่ในเวลานี้ย่อมต้องปฏิเสธไม่ได้ว่า"ขั้วพรรคพลังประชารัฐ"ที่สนับสนุน "บิ๊กตู่"หรือ"ลุงตู่"พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีโอกาสสูงที่จะรวบรวมเสียงข้างมากเหนือกว่าขั้วตรงข้ามที่นำโดย พรรคเพื่อไทยและพรรคพันธมิตรอีก 6 พรรค แต่ก็อย่างที่บอกนั่นแหละว่าเมื่อเฉือนกันไม่กี่เสียง ตามที่มีรายงานคาดการณ์กันว่าน่ามีเสียงฝ่ายรัฐบาลในช่วง"เริ่มแรก"ประมาณ 254-255 เสียง และเป็นรัฐบาลผสมถึง 20 พรรค เป็นรัฐบาล"เสียงปริ่มน้ำ"

นั่นก็หมายความว่าการเจรจาเพื่อจัดตั้งรัฐบาลก็มีความคืบหน้าไปมาก เพียงแต่ว่ายังไม่ลงตัวยังต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง ซึ่งหากพิจารณากันในแบบ"ธรรมชาติการเมือง"ลักษณะนี้มันก็ย่อมต้อง"ต่อรองกันสุดฤทธ์"เพื่อให้ได้สิ่งที่ตัวเองต้องการมากที่สุด หรือ"ได้กำไร"มากที่สุด เพราะนี่คือโอกาสที่เหมาะที่สุดแล้ว

ขณะเดียวกันอย่าได้แปลกใจที่มักมีข่าวแปลกๆ รวมทั้ง"ข่าวปล่อย"ออกมาให้เห็นเพื่อสร้างแรงกดดันบางอย่าง โดยเฉพาะเวลานี้กำลังมีรายงานข่าวว่ามีความเคลื่อนไหวเรื่อง"ขั้วที่สาม"โผล่ขึ้นมาประกบ นั่นคือข่าวว่ามีความพยายามจับขั้วใหม่ขึ้นมา เช่นพรรคภูมิใจไทย พรรคชาติไทยพัฒนาและพรรคประชาธิปัตย์ โดยอ้างว่าไม่พอใจที่พรรคพลังประชารัฐไม่ยอมคายกระทรวงเศรษฐกิจหลักๆ ความหมายก็คือไม่พอใจโควตากระทวงตามที่ต้องการ
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
อีกทั้งยังมี"หยั่งเชิง"ป่วนผสมโรงของอีกขั้วโดยพรรคอนาคตใหม่ของ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และพรรคเพื่อชาติที่ประกาศสนับสนุน อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นนายกรัฐมนตรี โดยอ้างว่าเพื่อสกัดกั้นการสืบทอดอำนาจของพวก คสช.และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งก่อนหน้านั้นก็เรียกร้องให้ ส.ส.จับมือกันเพื่อปิดสวิตซ์ ส.ว.ไม่ให้โหวตหนุน "ลุงตู่"ได้สำเร็จ

แน่นอนว่าหากมองในแง่ของความเป็นจริง และความเชื่อมโยงทางการเมืองแล้วมันเป็นไปไม่ได้ นอกเหนือจากการ"ยั่วประสาท"ฝ่ายตรงกันข้าม

เพราะหากพิจารณาจากเสียงสนับสนุนแล้ว ตราบใดที่ไม่ได้เสียงสนับสนุนจาก ส.ว.ในการโหวตเลือกนายกฯแล้วก็ไม่มีทางสำเร็จ เพราะต้องใช้เสียงถึง 376 ขึ้นไป ขณะเดียวกันพรรคประชาธิปัตย์ก็ไม่มีทางไปจับมือกับพรรคเพื่อไทย แม้ว่าจะยังไม่เคยประกาศชัดเจนกับพรรคอนาคตใหม่กับพรรคเพื่อชาติ แต่หากพิจารณาในแง่อนาคตทางการเมืองแล้วการไปร่วมมือกับ"อีกขั้ว"มันก็ไม่ต่างจากการ"ฆ่าตัวตาย"ชัดๆ ไม่ว่าจะไปแบบทั้งพรรคหรือเฉพาะตัวอย่าง "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ"เป็นต้น

นอกเหนือจากนี้ยังมีรายงานข่าวเรื่องพรรคร่วมต่อรอง"ยี้"ไม่เอา"บิ๊กป้อม"พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ และ"บิ๊กป๊อก"พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ร่วมรัฐบาล ผสมโรงเข้ามาอีก โดยอ้างแหล่งข่าวในพรรคพลังประชารัฐ มันก็มองไม่ออกว่ามันจะเป็นไปได้แค่ไหน เพราะหากเอาเข้าจริงแล้วด้วยสภาพและเงื่อนไขข้อจำกัดที่เป็นอยู่หากแบโผเห็นโฉมหน้ารัฐมนตรี ระหว่าง "ป้อม-ป๊อก"กับบรรดารัฐมนตรีในโควตาพรรคการเมืองไม่รู้ว่าใครจะ"ยี้"กว่าใคร

ดังนั้นหากพิจารณาจากความเคลื่อนไหวเท่าที่เห็นในเวลานี้มันน่าจะเป็นเพียงเกมป่วนจากขั้วการเมืองฝ่ายตรงข้ามที่"พ่ายแพ้"แล้ว ผสมโรงกับขั้วพรรคพลังประชารัฐที่กำลังต่อรองเก้าอี้รัฐมนตรีสำคัญเท่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ระบุว่ามีความเคลื่อนไหวเรื่อง"ขั้วที่สาม"มันก็ไม่น่ามีจริง เพราะติดล็อกเรื่องจำนวนเสียงสนับสนุนไม่พอ !!


กำลังโหลดความคิดเห็น...