xs
xsm
sm
md
lg

ผู้ท้าชิงหน.ปชป.โร่ขอคะแนน พร้อมชูจุดเด่นกาวใจ-ประสานทุกกลุ่ม-กู้ศรัทธา

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ศึกชิงหน.ปชป.เคลื่อนไหวหนัก ผู้ท้าชิงวิ่งขอเสียงทุกภาค ”อภิรักษ์” เน้นเป็นกาวใจลบรอยร้าวปฏิรูปพรรค “จุรินทร์” มั่นใจเข้าขา ”เสี่ยต่อ” ชูจุดแข็งเคยนั่งเลขาฯประสานได้ทุกกลุ่ม ”เฉลิมชัย” ลั่นหากสมาชิกไว้ใจจะกอบกู้ปชป.ให้อยู่ในใจปชช.

วันนี้ (6พ.ค.) เมื่อเวลา 17.00 น. ที่ลานพระแม่ธรณีบีบมวยผม หน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รักษาการหัวหน้าพรรค พร้อมแกนนำพรรค อาทิ นายบัญญัติ บรรทัดฐาน คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน และรักษาการกรรมการบริหาร รวมถึงอดีต ส.ส. และสมาชิกพรรค กว่า 300 คน สวมเสื้อเหลืองพร้อมตราสัญลักษณ์ร่วมพิธีถวายราชสดุดี เนื่องในโอกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เพื่อแสดงความจงรักภักดี ต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสถาบัน

ผู้สื่อข่าวรายงานถึงความคืบหน้าความเคลื่อนไหวการแข่งขันชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ว่า ขณะนี้ผู้เสนอตัวลงเลือกหัวหน้าพรรคที่ชัดเจนแล้ว ได้แก่ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์, นายกรณ์ จาติกวณิช รักษาการรองหัวหน้าพรรค, นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน อดีตรองหัวหน้าพรรค ส่วนนายพีระพันธ์ุ สาลีรัฐวิภาค ว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่ก่อนหน้านี้มีรายงานตามสื่อว่าจะเสนอตัวชิงตำแหน่งด้วย จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่ออกมาประกาศตัวอย่างชัดเจน ขณะที่ล่าสุดเที่ยงวันนี้ (6 พ.ค.) ทีมนายอภิรักษ์ได้นัดทานข้าวกับกลุ่มภาคเหนือที่ร้านอาคารที เฮ้าส์ โดยมีนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ว่าที่ส.ส.ตรัง เป็นโต้โผใหญ่ และทีมนายกรณ์จะนัดทานข้าวกับกลุ่มภาคเหนือในวันพรุ่งนี้(7 พ.ค.) ด้วย

ทั้งนี้แหล่งข่าวจากกลุ่มภาคเหนือ เปิดเผยว่าก่อนหน้านี้ทีมของนายจุรินทร์ก็ได้นัดทานข้าวกับกลุ่มภาคเหนือไปแล้ว ส่วนวันนี้(6 พ.ค.) การพบปะก็เป็นไปด้วยดี โดยนายอภิรักษ์ได้แสดงวิสัยทัศน์เน้นประเด็นการผสานรอยร้าวและความแตกแยก พร้อมกับวางแนวทางการทำงานร่วมกันเพื่อให้พรรคมีความมั่นคงนโยบายที่จะขับเคลื่อนพรรคไปสู่การปฏิรูปและเปลี่ยนแปลงพรรคให้ดีขึ้น ซึ่งทุกคนก็รับฟังและนำไปประกอบการตัดสินใจว่าจะโหวตให้หรือไม่ ซึ่งการที่ใช้รูปแบบนัดหารือเป็นรายภาค เพราะได้รับบทเรียนจากการเลือกตั้งหัวพรรคครั้งที่ผ่านมา ที่ให้ผู้สมัครแสดงวิสัยทัศน์แบบเผชิญหน้าได้สร้างความแตกแยกกันภายใน เกิดขึ้น โดยครั้งนี้จึงขอให้จัดหารือแบบนี้จะเข้าถึงตัวได้มากกว่า

"การตัดสินใจว่าจะเลือกบุคคลใดเป็นหัวหน้าพรรคนั้น จะขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของสมาชิกกลุ่มเป็นรายบุคคล แต่เชื่อว่าทุกคนเห็นในแนวทางที่ตรงกันถึงการฟื้นสภาพความแข็งแรง และมั่นคงของพรรค เพื่อให้พร้อมกับการเลือกตั้งส.ส.ในคราวต่อไป อย่างไรก็ดีตอนนี้ตอบไม่ได้ว่าใครจะได้รับเลือกบ้าง เพราะบุคคลที่เสนอตัวล้วนมีบุคลิกที่เหมาะสมกับการดำรงตำแหน่งดังกล่าว ต่อไปอาจต้องพิจารณาถึงคุณสมบัติของบุคคลที่ร่วมในคณะทำงานประกอบด้วย เช่น บุคคลที่วางตัวให้เป็นเลขาธิการพรรค, ประธานภารกิจ เป็นต้น หลังจากสัปดาห์นี้ไปเชื่อน่าจะมีความชัดเจนมากขึ้นจนถึงวันโหวตในที่ประชุมใหญ่เพื่อเลือกหัวหน้าพรรคและคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่" แหล่งข่าวจากกลุ่มภาคเหนือ ระบุ

แหล่งข่าวจากกลุ่มภาคเหนือ กล่าวด้วยว่าสำหรับปัจจัยภายนอกพรรค อาทิ การตัดสินใจเข้าร่วมรัฐบาลนั้น ไม่เป็นประเด็นที่จะพิจารณาในขณะนี้ เพราะก่อนหน้านี้พรรคเคยมีมติร่วมกันว่า ทิศทางการเมืองของพรรคต่อจากนี้ต้องเป็นความเห็นร่วมกันของสมาชิกและ ส.ส.ของพรรค ไม่ใช่ให้หัวหน้าพรรค หรือ เลขาธิการพรรคเป็นผู้ชี้นำแนวทาง แม้ว่าหัวหน้าพรรคจะมีส่วนสำคัญต่อการหารือเพื่อนำข้อมูลให้กับที่ประชุมพรรคได้ตัดสินใจว่าจะร่วมหรือไม่ร่วมรัฐบาล แต่สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือการตัดสินใจร่วมกัน โดยมีเป้าหมายร่วมกัน เช่น กรณีจะเข้าร่วมรัฐบาล ต้องพิจารณาถึงยุทธศาสตร์พรรคด้วยว่า จะนำนโยบายของพรรคที่ได้หาเสียงเลือกตั้งไปขับเคลื่อนอย่างไรภายใต้รัฐบาลชุดใหม่ แทนการพิจารณาถึงโควต้าเก้าอี้รัฐมนตรีที่ได้รับเป็นหลัก

รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า สำหรับคณะผู้ชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรค ที่ถูกจับตาในตำแหน่งเลขาธิการพรรคนั้น ล่าสุด ทีมของนายจุรินทร์จะเสนอชื่อนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน อดีต เลขาธิการพรรค, นายกรณ์ จะเสนอชื่อนายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ ว่าที่ ส.ส.ตาก, ทีมนายอภิรักษ์ ได้ทาบทามนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย เป็นเลขาธิการพรรค เมื่อสอบถามไปยังนายสาทิตย์ พบว่ายังแบ่งรับแบ่งสู้ โดยอ้างว่าต้องรอให้นายอภิรักษ์เป็นผู้เปิดเผยอย่างเป็นทางการที่คาดว่าจะเร็วๆนี้ ส่วนทีมของนายพีระพันธุ์นั้น ก่อนหน้านี้ มีเสนอนายถาวร เสนเนียม ว่าที่ส.ส.สงขลา เป็นเลขา แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจน โดยทีมนายพีระพันธ์จะนัดทานข้าวกับภาคเหนือเย็นนี้ด้วย

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ผู้ลงชิงหัวหน้าพรรคคนใหม่ กล่าวถึงการเลือกนายเฉลิมชัย มาเป็นเลขาธิการพรรคว่า ตนคิดว่าสามารถทำงานให้พรรคเดินไปข้างหน้าได้ ในทิศทางที่มีความเห็นสอดคล้องกัน แต่ยังไม่มีโอกาสและจังหวะในการที่จะได้ทำงานร่วมกันอย่างที่เป็นอยู่ เพราะได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันมาเป็นระยะแล้ว ซึ่งก็มีแนวทางตรงกัน เข้าใจปัญหาเหมือนกัน ว่าถัดจากนี้ไปการบ้านของพรรคไม่ได้มีเฉพาะข้อเดียวคือภาคอีสานแล้ว เรายังมีการบ้านเพิ่มมาอีก 4 ข้อหลังการเลือกตั้งที่ผ่านมาทั้ง กทม. ภาคกลาง ภาคเหนือ และภาคใต้ เมื่อได้แลกเปลี่ยนกันได้ก็เห็นตรงกันรวมทั้งแนวทางและวิธีการที่จะพัฒนาพรรคต่อไปในวันข้างหน้าด้วยว่าจะต้องทำอย่างไร

นายจุรินทร์กล่าวว่าการนายเฉลิมชัย เคยเป็นเลขาธิการพรรคมาก่อน ก็เป็นข้อดี เพราะช่วงเวลาที่ผ่านมาถือว่าเป็นประสบการณ์และได้ผ่านอะไรมาพอสมควร ซึ่งถือเป็นจุดแข็งของนายเฉลิมชัย และหากมีโอกาสได้รับเลือกก็จะได้ใช้จุดแข็งตรงนี้มาเป็นประโยชน์กับพรรค และหลังจากได้ประกาศชื่อออกไปเสียงตอบรับเป็นไปในทิศทางที่ดี มีเสียงตอบรับอย่างกว้างขวางในทุกภาค และตนเชื่อว่าถ้านายเฉลิมชัยได้มีโอกาสเข้ามาทำหน้าที่เลขาธิการพรรคอีกครั้งก็สามารถประสานงานและทำงานร่วมกับสมาชิกทุกภาคได้เป็นอย่างดี

เมื่อถามว่า การปรับปรุงพรรคให้ดีขึ้นไม่ให้เกิดความขัดแย้งในสายตาคนนอกพรรคอย่างไรนายจุรินทร์ กล่าวว่า ตนคิดว่าไม่มีอะไรยาก เพราะตนเชื่อมั่นว่าสมาชิกพรรคทุกคนมีความปรารถนาเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันอยู่แล้วที่อยากเห็นพรรคกลมเกลียวสมัครสมานสามัคคีกันในการที่จะเดินไปข้างหน้าต่อไป เพราฉะนั้นตรงนี้ก็เป็นปัจจัยส่งที่ทำให้ทุกอย่างสามารถที่จะสร้างความเป็นหนึ่งเดียวกันงายขึ้น เพียงแต่ในเรื่องของการแข่งขันหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหาพรรคชุดใหม่ เป็นเรื่องปกติของพรรคการเมืองในระบอบประชาธิปไตย และเป็นวัฒนธรรมทางการเมืองของพรรค หลังการแข่งขันเสร็จสิ้นแล้วตนมั่นใจว่าทุกฝ่ายพร้อมที่จะร่วมมือร่วมใจกัน

“ถ้าผมมีโอกาสได้เป็นหัวหน้าพรรค เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญระดับต้น ในการที่จะต้องแสวงหาความร่วมมือ และต้องเปิดโอกาสให้ทุกคนได้มีโอกาสมีที่ยืนและมีภาระหน้าที่ความรับผิดชอบในการที่จะช่วยกันทำงานให้พรรคเจริญก้าวหน้าต่อไป และในทีมก็มีการผสมผสานคนทุกรุ่น เพราะนี่คือจุดแข็งของพรรคประชาธิปัตย์ และผมก็ต้องใช้จุดแข็งพรรคมาใช้ในการนำพาพรรคต่อไป เปิดให้คนทุกรุ่นมีโอกาสเข้ามามีส่วนร่วม มีที่ยืน มีภาระหน้าที่นำพาพรรคไปสู่ความสำเร็จ แล้วเข้าไปนั่งในหัวใจของประชาชนอีกครั้งในระยะเวลาไม่นาน ”นายจุรินทร์ กล่าว

ด้านนายเฉลิมชัย กล่าวยอมรับว่าตนตัดสินใจเข้าร่วมทีมของนายจุรินทร์เนื่องจากมีแนวทางการทำงานในทิศทางเดียวกัน และได้พูดคุยกันแล้วเห็นพ้องว่าจะต้องสร้างความเชื่อมั่น ฟื้นศรัทธาของพรรคให้กลับมาอยู่ในใจของประชาชน โดยแนวทางการทำงานของตนตั้งใจจะลดความขัดแย้ง ที่สำคัญคือขอให้ทุกฝ่ายเปิดใจพูดคุยกัน ซึ่งเชื่อว่าสุดท้ายสมาชิกทุกคนก็จะคิดได้เองว่าเวลานี้เราไม่มีกลุ่ม ไม่มีพวก มีแต่พรรคที่เปรียบเสมือนบ้าน ทำอย่างไรที่จะให้บ้านเราแข็งแรง และคนในบ้านสมัครสมานสามัคคี ขอให้มาร่วมซ่อมแซมบ้านให้แข็งแรงและอบอุ่น ซึ่งเป็นแนวทางเดียวกัน ขอให้เอาสิ่งที่ผ่านมาเป็นบทเรียน อย่าให้ซ้ำรอยเดิม เพราะส่วนตัวเชื่อว่าการแข่งขันชิงหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อเกิดขึ้นแล้วและจบแล้วทุกฝ่ายต้องยอมรับ ถ้าเราลดทิฐิและจับมือร่วมกันก็เชื่อว่าเราจะเรียกฟื้นคืนศรัทธากลับมาได้

เมื่อถามว่ามั่นใจหรือไม่ว่าจะได้รับการยอมรับจากสมาชิกพรรคให้กลับเข้ามาบริหารพรรคอีกครั้ง นายเฉลิมชัยกล่าวว่าตนไม่สามารถอ่านใจใครได้ แต่ก็จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ทุกอย่างก็ไปว่ากันในการเลือกตั้งเช้าวันที่ 15 พ.ค.

เมื่อถามว่าการที่เคยเป็นเลขาธิการพรรคมาก่อนจะช่วยให้การทำงานง่ายขึ้นหรือไม่ นายเฉลิมชัย กล่าวว่าตอนนั้นตนมีโอกาสเป็นเลขาธิการพรรคในระยะเวลาสั้น แต่ครั้งนี้ตนต้องรอดูการตอบรับของสมาชิก ถ้าสมาชิกตอบรับให้ความไว้วางใจ เราก็มีหน้าที่ทำงานการเมืองกอบกู้ประชาธิปัตย์ ให้คืนความเชื่อมั่นคือหัวใจสำคัญ และถ้าได้รับความร่วมมือก็ทำได้ ส่วนการที่จะทำให้การเลือกตั้งครั้งหน้าได้รับชัยชนะ ยังอีกยาวไป อย่างน้อยก็ต้องให้ประชาธิปัตย์เป็นที่รักของประชาชนก่อน

“เชื่อว่าสมาชิกทุกคนก็มีความคิดคล้ายผม และไม่ว่าใครจะเป็นมาหัวหน้าพรรคผมก็สามารถทำงานด้วยได้ เพราะผู้ที่เสนอตัวเป็นหัวหน้าพรรคแต่ละคนก็มีคุณสมบัติเป็นหัวหน้าพรรคทั้งหมด เพียงแต่ในโลกนี้คงไม่มีใครสมบูรณ์แบบ เพียงแต่ผมเข้าไปเติมเต็มให้สมบูรณ์ขึ้น และการแข่งขันก็เป็นตัวตนของประชาธิปัตย์ เชื่อว่าจะไม่เกิดความขัดแย้ง และตนก็คุยกับทุกคน ในการเมืองเราไม่มีศัตรู เราไม่ได้มองว่าเป็นความขัดแย้ง แต่มองว่าเป็นแนวทางที่จะช่วยนำพาพรรคไปเป็นอย่างไร”นายเฉลิมชัย กล่าว




กำลังโหลดความคิดเห็น...