xs
xsm
sm
md
lg

“ธนาธร” ยื่นแจงปมหุ้นโวไร้หลักฐานหักล้าง ฉะยึดบรรทัดฐาน ส.ส.หายหมดทุกพรรค

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


“พ่อฟ้า” ควง “ปิยบุตร” หอบหลักฐาน 26 รายการแจงถือหุ้น แฟนคลับแห่รับอื้อ โวไร้หลักฐานใดหักล้าง ไม่กังวลลูกพรรคถูกสอบหุ้น ใช้บรรทัดฐาน ส.ส.หายหมดทุกพรรค จี้เลือกตั้งเขต 1 นครปฐมใหม่ อ้างผลคะแนนกลับไปมาไร้ความเชื่อมั่น



วันนี้ (30 เม.ย.) นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ พร้อมด้วยนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค พร้อมแกนนำพรรค เดินทางเข้าชี้แจงข้อกล่าวหาต่อคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนของ กกต. กรณีนายธนาธรถือหุ้นบริษัท วี-ลัคมีเดีย จำกัด เข้าข่ายเป็นผู้มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 98 (3) และ พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ. 2561 มาตรา 42 (3) โดยผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่หน้าสำนักงาน กกต. ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ ก่อนเวลาที่ กกต.นัด นายธนาธรชี้แจงกลุ่มแฟนคลับของนายธนาธร และสมาชิกพรรคอนาคตใหม่จากจังหวัดต่างๆ รวมถึงแนวร่วมกลุ่มคนเสื้อแดงได้เดินทางมาทยอยรวมตัวที่ด้านหน้าทางเข้าสำนักงาน กกต.​เพื่อรอให้กำลังใจนายธนาธร ที่จะเดินทางมายังสำนักงาน กกต.เพื่อให้ถ้อยคำ และนำหลักฐานมาแสดงเพื่อแก้ข้อกล่าวหากรณีถือครองหุ้นสื่อบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด จนทำให้อาจเข้าข่ายขัดคุณสมบัติสมัคร ส.ส. โดยมีแกนนำบางส่วนนำเสื้อสีส้มติดโลโก้พรรคอนาคตใหม่ พร้อมนำธง ริบบิ้น ดอกกุหลาบ หมวก หน้ากาก และถุงกระดาษที่มีใบหน้าของนายธนาธรมาแจกให้แฟนคลับได้สวมใส่เพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ถึงการเป็นแนวร่วมต่อสู้กับนายธนาธรและพรรคอนาคตใหม่

ขณะที่ผู้สมัคร ส.ส.ทั้งแบบแบ่งเขต และแบบบัญชีรายชื่อของพรรคอนาคตใหม่ ได้นัดกันสวมเสื้อคอกลมสีขาวมีข้อความ “เราคือผู้แทนราษฎร เรามาจากประชาชน” มารวมตัวกัน เช่น เลขาธิการพรรค นายพิธาน ลิ้มเจริญรัตน์ รองหัวหน้าพรรค นายรังสิมันต์ โรม ว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ มารวมกลุ่มรอนายธนาธรด้วยเช่นกัน

จากนั้นในเวลา 13.00 น. นายธนาธรได้เดินทางมาพร้อมกับนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค โดยกลุ่มผู้สนับสนุนและให้กำลังใจโดยตะโกนคำว่าธนาธรสู้ๆ นอกจากนี้ กลุ่มว่าที่ ส.ส.ในมอบดอกไม้ให้กำลังใจ และพร้อมระบุว่านายธนาธรเป็นเสาหลักของพรรคอนาคตใหม่ พวกเราต้องออกมาปกป้องนายธนาธร ซึ่งนายปิยบุตรได้กล่าวให้กำลังใจกับว่าที่ ส.ส.ของพรรคว่า ขอให้มั่นใจว่านายธนาธรจะสามารถชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาได้เพราะนายธนาธรมีคุณสมบัติครบถ้วน และยืนยันด้วยความมั่นใจเต็มร้อยว่าที่ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ทั้ง 88 คน จะได้เข้าไปทำงานสภาภายใต้การนำของหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่อย่างแน่นอน เราเป็นตัวแทนของประชาชนจึงไม่มีอะไรมาขัดขวางเจตนารมณ์ของเราได้

จากนั้น นายธนาธร และนายปิยบุตร ให้สัมภาษณ์ก่อนการชี้แจง โดยนายธนาธรกล่าวว่า ได้นำหลักฐานจำนวน 26 รายการเพื่อมาชี้แจงและแสดงต่อ กกต. พร้อมกับหลักฐานส่วนอื่นๆ แต่ขอเก็บไว้ชี้แจงต่อ กกต.ก่อน

เมื่อถามว่านอกจากใบสั่งขับรถเร็วแล้วมีหลักฐานอะไรที่จะแสดงว่าตนเองอยู่บนรถคันนั้น นายธนาธรกล่าวว่า นายธนาธรกล่าวว่า ในวันเดินทางออกจาก จ.บุรีรัมย์ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายนายไปคอยอำนวยความสะดวกให้คณะ มีการเก็บภาพไว้ และเชื่อว่าเป็นหลักฐานให้เราได้

“สบายใจมาก และมั่นใจในการชี้แจงมาก ขอบคุณสื่อมวลชนที่มารอต้อนรับและมาคอยทำข่าวพวกเรา ขอบคุณประชาชนที่คอยสนับสนุนพรรคอนาคตใหม่ ยืนยันว่าผมและนายปิยบุตรมีความมั่นใจมากในการชี้แจงต่อ กกต.ครั้งนี้ เราเชื่อมั่นว่ากระแสที่ถูกปลุกขึ้นมาถูกสร้างขึ้นโดยไม่มีข้อเท็จจริงที่จะมาหักล้างหลักฐานที่เราได้ยืนยันต่อสาธารณะไปก่อนหน้านี้”

นายธนาธรกล่าวอีกว่า มาชี้แจงครั้งนี้ไม่ต้องเตรียมตัวอะไรมาก เดินเข้ามาไปชี้แจงด้วยความมั่นคง ยืนหยัดกับข้อเท็จจริง และเชื่อมั่นว่าในวันที่ 9 พ.ค. 2562 จะได้รับประกาศรับรองเป็น ส.ส. ไม่มีเหตุผลอะไรที่ทำให้ไม่เชื่อมั่น เพราะคนที่ตั้งคำถามกับตน ไม่เคยมีใครเอาหลักฐานใดๆ ที่พิสูจน์เป็นอื่น นอกจากที่เราได้แถลงไปแล้วได้เลย ดังนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นจึงต้องบอกว่าเป็นความพยายามที่จะหยิบเอาประเด็นเล็ก ประเด็นน้อยมาตั้งข้อสงสัย และพูดซ้ำไปซ้ำมา ทำให้คนในสังคมเข้าใจผิดกันไปหมด แต่ถ้าสู้กันด้วยข้อเท็จจริงแล้ว ไม่มีใครมีหลักฐานมาหักล้างเราได้เลย

ขณะที่นายปิยบุตรกล่าวเสริมว่า มีพยานเอกสารหลักฐานทั้งหมด 26 รายการ ขนมาเป็นลัง และเดี๋ยวจะแสดงให้ กกต.ดู เมื่อชี้แจง กกต.เรียบร้อยแล้วจะมาชี้แจงให้สื่อมวลชนทราบ


เมื่อถามว่า ประเด็นเรื่องหุ้นที่ทำความชี้แจงมีการเขย่งไปมา ยังไม่มีความชัดเจน นายปิยบุตรกล่าวว่า ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดคือเรื่องผลทางกฎหมายของการโอนหุ้น ซึ่งเรื่องนี้พยานหลักฐาน ข้อกฎหมาย ข้อเท็จจริง แนวคำพิพากษาศาลฎีกา ศาลรัฐธรรมนูญ ทั้งหมดสนับสนุนยืนยันชัดเจนว่านายธนาธรไม่ได้ถือหุ้นสื่อแล้วในวันที่สมัครรับเลือกตั้ง แต่ข้อเท็จจริงหลังจากนั้นจำเป็นต้องชี้แจงเพิ่มเติมทั้งที่ไม่ได้อยู่ในเรื่องของการพิจารณาเลย เนื่องจากมีสำนักข่าวรายหนึ่งตามถามไม่จบไม่สิ้น และเขียนข่าวไปในลักษณะชี้ชวนให้คนเข้าใจผิด เราเลยต้องชี้แจงเพิ่มเติมเท่านั้นเอง แต่หลักใหญ่ใจความอยู่ที่ว่าการโอนหุ้นสำเร็จตั้งแต่วันที่ 8 ม.ค. 2562

เมื่อถามว่า ฝ่ายตรงข้ามมองว่าทำไมต้องรีบขับรถมาโอนหุ้น ทั้งที่ยังไม่มีการประกาศ พ.ร.ฎ.กำหนดวันเลือกตั้งฯ นายปิยบุตรกล่าวว่า สิ่งสำคัญคือทราบอยู่ก่อนแล้วว่า คุณสมบัติในการเป็นผู้สมัครห้ามถือครองหุ้น เมื่อทราบจึงรีบแจ้ง และรีบจัดการทันที แต่ด้วยเหตุผลว่าเราไม่ทราบว่าจะมี พ.ร.ฎ.กำหนดวันเลือกตั้ง เกิดขึ้นเมื่อใด กำหนดการเลือกตั้งถูกเลื่อนไปเรื่อย แต่เมื่อเราตรวจสอบพบเรื่องหุ้นจึงต้องรีบจัดการให้เร็วที่สุด และวันดังกล่าวมีหลายนัด โดยทีมงาน และนายธนาธรว่างวันนั้น

นายธนาธรกล่าวเสริมว่า อยากถามกลับว่าทำไมเป็นวันที่ 8 ม.ค. 2562 นึกออกไหมแค่วันที่ ก็มีการตั้งคำถามกันไร้สาระแล้ว ต้องบอกว่าทำไมเป็นวันที่ 8 ไม่ได้ มีเหตุผลอะไรที่เป็นวันนี้ไม่ได้ ขณะที่นายปิยบุตรกล่าวย้ำว่า ถ้าเป็นวันที่ 9 จะถูกตั้งคำถามอีกว่าทำไมเป็นวันที่ 9 หรือเป็นวันที่ 10 ก็ถามอีก ทำไมเป็นวันที่ 10

ส่วนกรณีมีผู้สมัคร ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ 11 ราย ถูกร้องต่อ กกต.ให้ตรวจสอบกรณีถือหุ้นสื่อนั้น นายธนาธรกล่าวว่า เรื่องนี้สบายใจ พรรคอนาคตใหม่มีข้อมูลของทุกพรรคอยู่ในมือว่า มีผู้สมัคร ส.ส. พรรคอื่นอีกมากมายที่มีลักษณะเดียวกัน ถ้าใช้บรรทัดฐานนี้ ส.ส.ทุกพรรคก็คงหายไปหมด

นายปิยบุตรกล่าวเสริมกรณีนี้ว่า ผู้สมัคร ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ 11 คน มีหลายกรณีที่มีการปิดบริษัทไปแล้ว เสร็จการชำระบัญชีไปแล้ว พูดง่ายๆ ถ้าเป็นบุคคลก็หายสาบสูญ ตายไปแล้ว ขณะที่หลายกรณีโอนเรียบร้อยก่อนวันสมัครรับเลือกตั้ง เพราะฉะนั้นทั้ง 11 คนนี้ไม่มีปัญหาแน่นอน

“ฝากไปถึงผู้ที่ร้องเรียนเรื่องต่างๆ เหล่านี้หากร้องเรียนเป็นเท็จมีเป้าประสงค์ต้องการให้ผู้สมัครรายอื่นๆ ถูกเพิกถอนสิทธิ หรือถูกใบเหลือง ใบแดงใดๆ ก็ตาม คนร้องเรียนมีโทษตาม มาตรา 143 พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส. การทุจริต และมีเหตุแจ้งเล่นงานเขาเป็นเท็จ เพื่อมุ่งหมายให้ผู้สมัครใดๆ ถูกเพิกถอนสิทธิ เป็นเหตุฉกรรจ์ด้วย โทษสูงสุดถึงจำคุก และมีโทษปรับด้วย รวมถึงเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 20 ปี ขอให้นักร้องเรียนทั้งหลายระวังเรื่องนี้ด้วย”

ทั้งนี้ นายปิยบุตรยังกล่าวกรณีพรรคถูกมองว่าการออกแถลงการณ์ให้ กกต.เลือกตั้งใหม่เขต 1 นครปฐม เหมือนไม่ยอมรับว่าความพ่ายแพ้ว่า กรณีนี้พรรคไม่ได้ขัดแย้งอะไรกับผู้สมัครพรรคประชาธิปัตย์ แต่ต้องการสื่อสารมายัง กกต. มีปัญหาการนับคะแนนบกพร่องอย่างไร เชื่อว่าไม่ใช่เขตเลือกตั้งนี้เพียงเขตเดียว พรรคถึงได้เรียกร้องว่า กรณีของเขตเลือกตั้งที่ 1 จ.นครปฐม มีผลการนับคะแนนกลับไปมาถึง 5 ครั้ง ดังนั้น ต่อให้วินิจฉัยออกมา ตรวจบัตรออกมาว่าพรรคประชาธิปัตย์ชนะ พรรคอนาคตใหม่ก็ต้องท้วงติง หรือถ้านับออกมาแล้ว พรรคอนาคตใหม่ชนะ พรรคประชาธิปัตย์ก็ต้องท้วงติงเช่นเดียวกัน ดังนั้น การนับคะแนนผลกลับไปกลับมา 5 ครั้ง ไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้สมัครทุกพรรคได้เลย

“วิธีการที่ดีที่สุด คือ การจัดการเลือกตั้งใหม่ และเรายังสงสัยในอีกหลายๆ เขตด้วย จึงเรียกร้องให้ กกต.ในทุกจังหวัดเปิดคะแนนดิบรายหน่วยออกมา เพื่อที่จะได้ตรวจสอบกัน ถ้า กกต.บริสุทธิ์โปร่งใสจริง ให้เปิดออกมาเถิด ไม่มีอะไรมาทำท่านได้”

ด้านนายธนาธรกล่าวเสริมว่า ประเด็นที่สำคัญกว่านั้นก็คือ การที่ผลการนับคะแนนแต่ละครั้งไม่เหมือนกัน กกต.ไม่เคยต้องรับผิดชอบประเด็นนี้ เป็นประเด็นใหญ่ในสังคม ทำไมการเลือกตั้งวันที่ 24 มี.ค. 2562 กับการนับคะแนนใหม่วันที่ 28 เม.ย. 2562 คะแนนถึงต่างกัน กกต.ไม่เคยต้องชี้แจง และไม่เคยออกมาแสดงความรับผิดชอบเรื่องนี้ จึงคิดว่าควรต้องตั้งคำถามว่าเกิดอะไรขึ้น

“อย่างที่บอกแล้วว่าพรรคอนาคตใหม่ไม่ต้องการตั้งตัวเป็นคู่ขัดแย้งกับพรรคประชาธิปัตย์ เราเคารพผลการเลือกตั้ง เคารพผลการนับคะแนน ถ้ามันยุติธรรม แต่ปัญหาคือเห็นการนับคะแนน 2-3 ครั้ง รวมถึงการบวกลบเลขอะไรต่างๆ รวมแล้ว 5 ครั้ง ผลคะแนนกลับไปกลับมา โดยที่ กกต.ไม่ต้องรับผิดชอบ ด้วยเหตุนี้เราจึงเห็นว่า กกต.ควรต้องแสดงความรับผิดชอบต่อการเลือกตั้งครั้งนี้ ทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้มีความสง่างาม ถ้าประชาชนไม่เชื่อถือผลการเลือกตั้ง ประเทศจะเดินหน้าต่อไปไม่ได้”

เมื่อถามว่าจะมีแนวทางอย่างไรให้ กกต.รับผิดชอบ และถ้าเลือกตั้งใหม่พรรคอนาคตใหม่อาจเป็นฝ่ายเสียเปรียบ นายธนาธรกล่าวว่า ไม่ได้คิดเรื่องได้เปรียบเสียเปรียบ เพราะไม่ใช่เรื่องนี้ แต่เป็นเรื่องของความถูกต้อง ความยุติธรรม ถ้าเลือกตั้งใหม่แล้วแพ้ ก็ยอมรับ ไม่มีอะไร ส่วนจะทำอย่างไรให้ กกต.รับผิดชอบ พรรคจะเรียกร้องให้ กกต.สั่งไปที่ กกต.จังหวัดทุกจังหวัด ให้เปิดเผยผลการนับคะแนนรายหน่วยทั่วประเทศ และจากจุดนั้นจะเริ่มมาดูกัน ว่าหน่วยไหนมีความผิดปกติอย่างไรบ้าง นี่คือจุดเริ่มต้นขอให้เปิดข้อมูลเพื่อความโปร่งใส














กำลังโหลดความคิดเห็น...