xs
xsm
sm
md
lg

“อนุทิน” เจียมตัวปัดนั่งนายกฯ แง้มถึงเวลารู้ควรรับสายใคร ลั่นดันแน่กัญชาเสรี

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


หน.ภท.เจียมตัวไม่รับนั่งนายกฯ ชี้เรื่องบ้านเมือง เทใจร่วมพรรคที่หนุนทุกนโยบาย ยันไม่มีใครทาบรอผลทางการ เชื่อถึงเวลาจะรู้ควรรับสายใคร วอนหยุดแบ่งฝ่าย ย้ำจุดยืนแก้ปากท้อง ไร้ปัญหา รธน. เชื่อพรรคไม่มีปัญหาหุ้นสื่อ ลั่นดันแน่กัญชาเสรี

วันนี้ (29 เม.ย.) เมื่อเวลา 15.15 น. ที่พรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) แถลงข่าวภายหลังการประชุมใหญ่สามัญประจำปี ครั้งที่ 1/2562 ว่า ตนได้แจ้งให้ที่ประชุมรับทราบว่าตอนนี้ยังไม่สามารถกำหนดท่าทีทางการเมืองใดๆ ได้ เพราะเรายังไม่ทราบผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ อีกทั้งวันนี้ยังมีการนับคะแนนใหม่กันอยู่ พรรคจึงตัดสินอยู่อย่างเงียบๆ เพื่อรอให้ทุกอย่างได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ ถือเป็นสิ่งที่ดีที่สุดและเป็นประโยชน์ต่อบ้านเมืองมากที่สุดในสถานการณ์ปัจจุบัน นอกจากนี้ ได้กำชับให้สมาชิกพรรคทุกคน ใช้ช่วงเวลามหามงคลอยู่กับประชาชนและชักชวนให้ประชาชนออกมาร่วมงานพระราชพิธีนี้ เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี ตอนนี้ขอให้ลืมเรื่องการเมืองไปก่อนจนกว่าพระราชพิธีบรมราชาภิเษกจะผ่านพ้นไปด้วยความเป็นมงคล หลังจากวันที่ 8-9 พฤษภาคม ค่อยมาคิดหาแนวทางและทิศทางทางการเมืองของทุกคนต่อไป ส่วนเรื่องการเลือกตั้งท้องถิ่นที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้ พรรคและสมาชิกพรรคจะช่วยกันสนับสนุนให้พรรคได้รับความนิยมมากที่สุด

เมื่อถามว่า ขณะนี้มีการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัคร ส.ส.กรณีถือหุ้นสื่อ นายอนุทินกล่าวว่า ทุกคนต้องเคลียร์ตัวเองก่อนที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งว่าตัวเองมีคุณสมบัติอย่างไร ต้องเป็นไปตามกฎหมาย หากมีการร้องเรียนให้ตรวจสอบก็ไปชี้แจง ตนมั่นใจว่าสมาชิกพรรคและผู้สมัครของพรรคทุกคนจะสามารถชี้แจงคุณสมบัติของตัวเองได้ อย่างไรก็ตาม การแข่งขันแบบนี้จะไปห้ามคนร้องเรียนก็ไม่ได้ ดังนั้น ใครร้องอะไรมาเราก็ต้องมีหลักฐานไปยืนยัน ว่าได้ทำสิ่งที่ถูกต้อง

เมื่อถามว่า พรรคภูมิใจไทยจะร่วมรัฐบาลกับพรรคการเมืองฝั่งประชาธิปไตยหรือพรรคฝั่งสืบทอดอำนาจ นายอนุทินกล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยประกาศมาตลอดว่าจุดรีเซตคือการเลือกตั้ง ใครก็ตามที่ผ่านการเลือกตั้งมาแล้ว ถือว่าผ่านกระบวนการประชาธิปไตย เพราะฉะนั้น พรรคภูมิใจไทยจะไปทางไหนหรือไปกับใคร เราไม่ได้ดูว่าอยู่ฝั่งไหน แต่จะดูว่าสามารถทำงานร่วมกันได้หรือไม่ พร้อมที่จะสนับสนุนนโยบายพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ มีความขัดแย้งใดๆ หรือไม่ เข้าใจกันหรือไม่ และมองเห็นประโยชน์ของประเทศและประชาชนเป็นหลักชัยหรือไม่ นี่คือสิ่งที่พรรคจะพิจารณาว่าจะไปร่วมรัฐบาลกับใคร เนื่องจากเราไม่ได้เป็นพรรคแกนนำ ไม่ได้คะแนนเป็นที่หนึ่ง ก็ต้องเจียมเนื้อเจียมตัว และรู้สถานะของตัวเอง ทั้งนี้ อย่ามาพูดเรื่องเป็นหรือไม่เป็นประชาธิปไตยอีกเลย เพราะทุกคนผ่านกระบวนการประชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญมาหมดแล้ว และเท่าที่เห็นก็ยังไม่มีกระบวนการไหนในการเลือกตั้งที่ขัดกับรัฐธรรมนูญ พรรคภูมิใจไทยบอกมาตลอดว่าเราเคารพกติกาทุกอย่างที่มาจากรัฐธรรมนูญ และหลังจากการเลือกตั้ง พรรคยังไม่ได้ทำอะไรที่ขัดกับรัฐธรรมนูญ

เมื่อถามว่าจะผลักดันนโยบายกัญชาเสรีหรือผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญก่อน นายอนุทินกล่าวว่า การผลักดันนโยบายน่าจะผลักดันได้เร็วกว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พรรคภูมิใจไทยเข้าสภาเพื่อทำงาน เราไม่ได้มีปัญหาอย่างมีนัยยะกับรัฐธรรมนูญ จนรู้สึกว่าจะทำงานไม่ได้ พรรคจึงกล้าที่จะแถลงจุดยืนและนโยบายที่ตั้งใจจะทำได้ทันที ทำได้เร็วและทำได้เลย เพราะรู้ว่าถ้ามัวแต่ไปวุ่นวายหรือกังวลกับปัญหาทางการเมือง เราจะทำงานไม่ได้ พี่น้องประชาชนเลือกพรรคภูมิใจไทยเข้ามาทำงาน และแก้ไขปัญหาปากท้อง เราต้องทำตามสิ่งที่ประชาชนได้สั่งการ ไม่ได้เข้ามาแก้ไขอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อตัวเราเอง

เมื่อถามว่า ที่ผ่านมามีพรรคการเมืองใดทาบทามให้เข้าไปร่วมรัฐบาลแล้วหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ยังไม่มี เพราะทุกคนต้องรอผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ เมื่อพ้นการเลือกตั้งมาก็มีวันหยุดยาว และคนก็รู้สึกเหนื่อย จึงยังไม่ได้มีการพูดคุยติดต่ออะไรกัน เพียงแต่อาจเจอกันตามงานต่างๆ ก็แสดงความยินดีซึ่งกันและกัน เป้าหมายของเราคือการนำตัวเองเข้าไปในสถา เพื่อทำหน้าที่เป็นตัวแทนของประชาชนให้ได้ก่อน ส่วนเรื่องอื่นค่อยกำหนดในภายหลัง

เมื่อถามว่า มีกระแสเสนอให้นายอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรี นายอนุทินกล่าวว่า “เป็นกระแส ก็ว่ากันไป ใครจะรู้ดีกว่าผม เพราะไม่เห็นมีใครมาให้ผมสักคน เรื่องนี้เป็นการคาดการณ์ พรรคภูมิใจไทยบอกแล้วว่า จะเข้าไปเจ้ากี้เจ้าการก็ต่อเมื่อได้รับคะแนนเป็นพรรคที่หนึ่ง มี ส.ส.มากมาย แต่ตอนนี้เป็นพรรคลำดับที่ 5 ด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้น เราต้องให้คนที่มาที่ 1 ที่ 2 สามารถเป็นแกนนำตั้งรัฐบาลได้ แต่ผมก็ยังไม่เห็นความเคลื่อนไหวที่มีนัยยะสำคัญจากฝ่ายใดเลย”

เมื่อถามย้ำว่า หากมีการเสนอเข้ามาว่าให้เป็นนายกฯ จริงๆ จะรับหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า “ไม่รับครับ บอกแล้วว่าคนเราจะได้อะไรต้องสมควรได้ ไม่ใช่ว่าหาทางออกไม่ได้แล้วโยนมาให้ นี่เป็นเรื่องของบ้านเมือง ไม่ใช่เรื่องตัวเอง ถามว่าอยากเป็นนายกฯ ไหม ตอบว่าอยากเป็น แต่จะเป็นได้หรือไม่ได้ มันก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง เพราะยังมีปัจจัยอื่นๆ อีกมากมาย”

เมื่อถามว่า ท่าทีของพรรคหลังวันที่ 9 พฤษภาคมจะเปิดประตูเจรจาอ้าซ่าหรือไม่ นายอนุทินย้อนถามว่า “ทำไมต้องบอกว่าเปิดประตูอ้าซ่า ทำไมไม่บอกว่าปิดประตูแล้วให้คนหา ทั้งนี้ ธรรมชาติการเมืองมันมีอยู่แล้ว เมื่อถึงเวลา คนนี้จะคุยกับคนนี้ มันกำหนดไม่ได้ถ้ามาถามผมตอนนี้ แต่เมื่อถึงเวลาจริงๆ ผมจะรู้ว่าถ้าเกิดโทรศัพท์สายนี้ดังเข้ามา เราควรจะคุยกับคนนี้ แล้วคิดว่าน่าจะมีข้อสรุป หรือว่าเราไม่ควรจะรับสายคนนี้ เพราะคุยไปก็ไม่ได้ข้อสรุป ถือเป็นสัญชาตญาณ เพราะอธิบายไม่ได้ วันนี้ผมก็ยังไม่ทราบว่าจะคุยกับใคร และยังไม่มีใครโทรเข้ามา”

เมื่อถามว่า หากมีพรรคการเมืองใดตอบรับนโยบายกัญชาเสรี พรรคภูมิใจไทยก็จะไปร่วมรัฐบาลใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ต้องรับทุกนโยบาย เพราะเราไม่ได้มีเพียงนโยบายกัญชาเสรีอย่างเดียว เชื่อว่าตอนนี้ยังมีเวลาในการพูดคุย เราต้องดูจำนวนสมาชิกของแต่ละพรรคที่จะเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรได้เป็นหลัก

เมื่อถามถึงกรณีนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ระบุว่ามีหลักฐานเด็ด อาจถึงขั้นนำไปสู่การยุบพรรคภูมิใจไทยได้ นายอนุทินกล่าวว่า ก็ต้องพิสูจน์ แต่ตนได้สอบถามผู้ที่ถูกร้องเรียน และผู้ที่ดูแลพื้นที่ภาคใต้ของพรรคแล้ว ทุกคนยืนยันว่าเข้าสู่การแข่งขันที่เป็นไปตามกฎหมายทุกประการซึ่งก็ต้องเชื่อเขา ทั้งนี้ การร้องเรียนเป็นสิ่งที่เราห้ามไม่ได้ แต่พรรคเราไม่เคยไปร้องเรียนใคร เพราะปลูกฝังมาตลอดว่าทุกคนต่อสู้อย่างเต็มที่เต็มความสามารถ ด้วยความบริสุทธิ์ ยุติธรรม แม้ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร ที่ผ่านมา ตนได้เจอกับลูกพรรคที่แพ้คะแนน 400-500 คะแนน ตนก็ถามว่า พอใจแล้วใช่หรือไม่ หลายคนก็บอกว่าพอใจแล้ว และยอมรับความพ่ายแพ้ ดังนั้น เราต้องมีสปิริต เพื่อให้บ้านเมืองเดินหน้าไปได้

“ขอให้พรรคการเมืองคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชน เมื่อถึงเวลาก็ส่งสมาชิกลงรับเลือกตั้ง ถ้าการเลือกตั้งไม่เป็นโมฆะ ก็เป็นเรื่องดี จะได้ทำงานต่อไป แต่หากเป็นโมฆะ ก็ต้องมีการเลือกตั้งใหม่ ถือเป็นกงกำกงเกวียน ซึ่งพรรคภูมิใจไทยเข้าใจธรรมชาติของการเมืองดีอยู่แล้ว” นายอนุทินกล่าว

เมื่อถามถึงกรณีนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ปลดล็อกกัญชาเสรี นายอนุทินกล่าวว่า นายเนวินถือเป็นครูใหญ่ที่เราเรียกขาน แต่ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับพรรค และตอนนี้เรายังไม่มีโอกาสพบ พล.อ.ประยุทธ์ จึงยังไม่ได้พูดคุย อย่างไรก็ตาม ทั้งเรื่องกฎหมายกัญชา กฎหมายแกร็บ เราได้เตรียมไว้หมดแล้ว ถ้าเราได้เป็นฝ่ายบริหาร จะผลักดันและเสนอเรื่องเหล่านี้ แต่ถ้าไม่ได้เป็นฝ่ายบริหาร ก็จะเป็นเพียงผู้เสนอ ตามสิทธิที่เรามีในรัฐธรรมนูญ


กำลังโหลดความคิดเห็น...