xs
xsm
sm
md
lg

“พี่ศรี” ร้องศาล ปค.ระงับขึ้นค่ารถเมล์ ชี้ดีเซลปรับไม่แยะ ปธ.รถร่วมฯ ค้านยันต้นทุนสูง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


“ศรีสุวรรณ” มาตามนัด ยื่นศาลปกครองระงับขึ้นค่าโดยสารรถเมล์ อ้างราคาน้ำมันดีเซลไม่ได้ปรับขึ้นเกินกว่าที่จะอ้างต้นทุนเพื่อขึ้นราคา ปธ.รถร่วมฯ ไม่ยอมโผล่ร้องค้านทันควัน ย้ำจำเป็นต้นทุนสูง



วันนี้ (19 เม.ย.) นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นฟ้องคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลางต่อศาลปกครองกลาง ขอให้คำพิพากษาเพิกถอนมติของคณะกรรมการฯ วันที่ 14 ธันวาคม 2561 ที่ได้อนุมัติให้มีการปรับขึ้นอัตราค่าโดยสาร รถโดยสารประจำทางสาธารณะทั้งใหม่และเก่าในหลายๆ หมวด ในอัตราตั้งแต่ 1-7 บาท โดยให้การปรับราคาขึ้นตั้งแต่วันจันทร์ที่ 22 เมษายนนี้ รวมทั้งขอให้ศาลไต่สวนฉุกเฉินเพื่อมีคำสั่งทุเลาการบังคับใช้มติดังกล่าว ไว้เป็นการชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษา

ทั้งนี้ นายศรีสุวรรณระบุว่า เนื่องจากราคาน้ำมันดีเซลซึ่งเป็นต้นทุนหลักในการประกอบกิจการขณะนี้ไม่ได้มีการปรับขึ้น จึงไม่น่าจะเป็นเหตุนำมาอ้างในการปรับขึ้นราคาค่าโดยสารที่ทำให้ประชาชนจะต้องแบกรับภาระเพิ่มมากขึ้น เพราะผู้ที่ใช้รถสาธารณะจะเป็นคนยากจน หาเช้ากินค่ำ หากปรับขึ้นจะเป็นการสร้างภาระเกินสมควร ขัดมาตรา 9 (1) พ.ร.บ.จัดตั้งและวิธีพิจารณาคดีปกครอง 2543 อีกทั้งขณะนี้กำลังจะมีรัฐบาลใหม่จึงควรที่จะให้เรื่องนี้เป็นหน้าที่ของรัฐบาลใหม่เป็นผู้พิจารณา

ส่วนที่ผู้ประกอบกิจการรถร่วมโต้แย้งว่าหากไม่ให้มีการปรับขึ้นก็จะไม่สามารถนำรถใหม่ เข้ามาสู่ระบบได้ เพราะมีต้นทุนสูง นายศรีสุวรณเห็นว่า ขสมก.นำรถใหม่เข้ามาวิ่งในระบบอยู่เป็นระยะ ทั้งดีเซล และเอ็นจีวี จึงไม่น่าจะเป็นเหตุผลที่จะมาปรับขึ้นทั้งระบบ อย่างที่คณะกรรมการขนส่งกลางมีมติ ส่วนที่ทางกระทรวงคมนาคมอ้างว่ามีเหตุผลเพียงพอในการปรับขึ้นก็เป็นสิ่งที่ดี ขอให้นำเหตุผลมาสู้กันในชั้นศาล แต่ส่วนตัวยังมองว่าเหตุผลหลักก็คือราคาน้ำมันดีเซลที่เป็นต้นทุนหลักของผู้ประกอบการ ซึ่งผู้ประกอบการก็ชอบจะพูดว่าถ้าราคาน้ำมันดีเซลขึ้นไปถึง 30 บาทต่อลิตรจะต้องปรับขึ้นอัตราค่าโดยสาร แต่จนถึงปัจจุบันราคาน้ำมันดีเซลอยู่ที่ 27 บาทกว่า ไม่ได้มีการปรับขึ้นเกิน 30 บาท จึงไม่น่าจะเป็นเหตุผลในการปรับราคาค่าโดยสาร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะเดียวกัน นายบรรยงค์ อัมพรตระกูล ประธานสหพันธ์รถเมล์ กทม. และปริมณฑล และประธานชมรมรถร่วม ขสมก. ก็ได้เดินทางมารอยื่นศาลปกครองเพื่อคัดค้านคำฟ้องของนายศรีสุวรรณ พร้อมขอความเป็นธรรม โดยระบุเหตุผลความจำเป็นที่จะต้องมีการปรับขึ้นค่าโดยสารเนื่องจากค่าใช้จ่ายในการดำเนินการบริการเดินรถสูงเกินรายรับ ปัจจุบันมีรถร่วมบริการ NGV วิ่งบริการ 6,000 คัน แต่สามารถวิ่งให้บริการได้เพียง 1,600 คัน ส่วนที่เหลือต้องจอดทิ้งไว้เพราะไม่มีค่าใช้จ่ายเพียงพอในการซ่อมบำรุง การจ่ายค่าจ้างพนักงานขับรถและพนักงานเก็บค่าโดยสาร รวมถึงค่าเช่าสถานที่จอด ทั้งนี้ เห็นว่าการขึ้นค่าโดยสารเพียง 1 บาทก็ยังไม่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายของผู้ประกอบการรถร่วมฯ รถเมล์ได้ตั๋ว 400 ใบ ใบละ 9 บาท รวมวันละ 3,600 บาท แต่หากนับรวมค่าบำรุง ค่าซ่อม ค่าพนักงานขับรถ มีค่าใช้จ่ายเกินรายรับ 200 บาท ทั้งนี้ในอนาคตก็มีแผนจะนำรถเมล์ NGV มาใช้ 70 เปอร์เซ็นต์ หรือ 4,000 คัน หากไม่สามารถขึ้นค่าโดยสารที่เหมาะสมก็จะไม่สามารถนำรถใหม่มาให้บริการ ซึ่งรถใหม่ที่นำมาวิ่งจะใช้ระบบ E-Ticket แทนพนักงานเก็บค่าโดยสารเพื่อลดค่าใช้จ่ายของผู้ประกอบการ




กำลังโหลดความคิดเห็น...