xs
xsm
sm
md
lg

เบื้องหลังเพาเวอร์ “บี กริม ”ม้ามืดธุรกิจพลังงาน ทุนหนา-พันธมิตรระดับบิ๊กชิงงานไหนได้งานนั้น? **อุ๊ยๆลูกพรรคลุงมิ่งยื่นขอยุบพรรคตัวเอง เคืองผิดนัดประชุมผู้สมัครส.ส.เคลียร์ค่าใช้จ่าย **หมึกแดง เล่าที่มาลูกขอศาลสั่ง มรว. ถนัดศรี เป็นคนไร้ความสามารถ

เผยแพร่:   โดย: นกหวีด

ฮาราลด์ ลิงค์ - มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์  - สุทัศน์ สิวาภิรมย์รัตน์ - ม.ร.ว.ถนัดศรี สวัสดิวัตน์
ข่าวปนคน คนปนข่าว

**เบื้องหลังเพาเวอร์ “บี กริม ”ม้ามืดธุรกิจพลังงาน ทุนหนา-พันธมิตรระดับบิ๊ก สัมพันธ์แน่นปึ๊กในวงอำนาจ ชิงงานไหนได้งานนั้น ?

ในกลุ่มหุ้นพลังงานที่ได้รับการพูดถึงมากที่สุดตอนนี ต้องบอกว่า "บริษัท บี.กริม เพาเวอร์" คือชื่อแรกๆ ... ใครจะไปคิดว่า ตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทมาตั้งแต่ปี 2538 เพิ่งจะมา 4-5 ปีนี้ ในยุคคสช. บริหารประเทศ "บี.กริม" ชื่อเก่าแต่เป็นดาวรุ่งพุ่งแรงในวงการธุรกิจพลังงาน รุ่งสุดๆ จนผลักดันเข้าตลาดหุ้นเมื่อปี 2560 หรือสองปีทีแลัว ยิ่งเติบโตพรวดพราด แผนที่วางไว้เดิมว่า อีก 5 ปี จะกำลังการผลิต 3,000 เมกะวัตต์ ความโตเร็วผ่านมาถึงปีนี้ก็เกินเป้าไปจนต้องขยับไปที่ 5,000 เมกะวัตต์ ที่ถือว่าเป็นระดับผู้ผลิตไฟฟ้ายักษ์ใหญ่เลยทีเดียว...

เบื้องหลังที่ผลักดันให้ บี.กริม ใหญ่ขึ้นมา มีสองสามเหตุผลที่คนในวงการพลังงานว่ากัน ... หนึ่งนั้น บี.กริม มีซุปเปอร์คอนเน็กชั่นหนุนหลัง จากความสัมพันธ์ดั้งเดิมที่ บี.กริม บริษัทแม่เข้ามาทำธุรกิจในเมืองไทยร่วมร้อยกว่าปี เรื่องสัมพันธ์ที่ดีกับคนในวงอำนาจนั้นสืบทอดมารุ่นสู่รุ่น โดยเฉพาะที่ผ่าน "ฮาราลด์ ลิงค์" ผู้ถือหุ้นใหญ่
"ฮาราลด์ ลิงค์" เป็นชาวเยอรมัน ได้รับสัญชาติไทย ตั้งแต่ปี 2543 และได้รับพระราชทานชื่อไทย "หรัณ เลขนะสมิทธิ์" มีสายสัมพันธ์อันดีหลากหลายจากการผ่านหลักสูตรอบรมมากมาย อาทิ การอบรมหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักรภาครัฐร่วมเอกชน (ปรอ.17) วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร เพื่อนร่วมรุ่นคนดังๆ มีทั้งอดีต รมว. นักการเมือง นักธุรกิจ ข้าราชการทหาร ตำรวจ เช่น พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง อดีต ผบ.ตร. สรอรรถ กลิ่นประทุม อดีตรัฐมนตรีหลายกระทรวง , อาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม ณอคุณ สิทธิพงศ์ อดีตปลัดกระทรวงพลังงาน สมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ , วิชัย ทองแตง นักเทกโอเวอร์

นอกจากนี้แล้ว "ฮาราลด์ ลิงค์" ยังมี คอนเนกชันอีกมาก เช่น ผ่านการเป็น นายกสมาคมกีฬาขี่ม้าแห่งประเทศไทย เช่น "สุวัจน์ ลิปตพัลลภ" อดีตรองนายกฯ ผู้กว้างขวางกระทรวงพลังงานอยู่หลายปี ... ว่ากันว่า ใต้ร่มเงา คสช. "ฮาราลด์ ลิงค์" ก็ไม่ธรรมดา โดยเฉพาะสองดีล ที่เพิ่งเกิดและ บี.กริม คว้าโรงไฟฟ้าของโกลว์ และประมูลงานของกองทัพเรือที่ "อู่ตะเภา" ก็แสดงอภินิหาร ม้ามืด พลังงานแบบชนิดที่คนในวงการอึ้ง

ดีลแรก ซื้อหุ้นในบริษัท โกลว์ เอสพีพี 1 ในราคาซื้อขาย 3,300 ล้าน แบบไม่ได้ตั้งตัวมาก่อน หากเหมือนคนกันเองกับ ปตท. ที่เข้ามาช่วยแก้ปัญหาให้ปตท. ที่เรกกูเลเตอร์ไม่โอเค ในการส่งบริษัทลูก GPSC มาซื้อหุ้นโกลว์ แต่ติดที่เทกโอเวอร์ แล้วจะกลายเป็นผูกขาด เลยต้องเฉือนเนื้อ SPP1 ให้ บี.กริม แบบถ้าไม่ใกล้ชิดสนิทแนบ คงทำไม่ได้

อีกเคสที่ว่ากันว่า เพราะสายสัมพันธ์แน่นปึ๊ก สนิทแนบแน่นกับบิ๊กในรัฐบาล มีส่วนให้ บี.กริม ติดปีกบินสูงในเวลานี้ก็คือ โครงการพัฒนาในเขตระเบียงเศรษฐกิจตะวันออกหรือ EEC โครงการระบบไฟฟ้าและน้ำเย็น พื้นที่อากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา ที่จะมีแผนการดำเนินงานโรงไฟฟ้ารูปแบบผสมผสาน (Hybrid) ว่ากันว่า การเข้าไปคว้าโครงการที่อู่ตะเภานี้ เป็นไปอย่างเงียบเชียบ โดยที่บริษัทพลังงานหลายแห่งทราบเรื่องก็ต่อเมื่อมีการประกาศผู้ชนะประมูลเรียบร้อย ... คนในวงการเชื่อกันว่า ที่เป็นเช่นนั้นสะท้อนให้เห็นว่า "บีกริมเพาเวอร์" เป็นหนึ่งในบริษัทที่ถูกเชิญเข้าร่วมประมูลแบบเฉพาะเจาะจงไม่กี่บริษัท ที่เจ้าของโครงการให้ความเชื่อมั่นว่า มีศักยภาพพอ และไม่นานเฟสสอง เฟสสาม ก็จะตามมา

สาวลึกไปอีกในสายสัมพันธ์ส่วนนี้ ก็จะเห็นว่า พันธมิตรของ บี.กริม อย่าง "Energy China" ยิ่งแนบชิดกับผู้มีอำนาจในรัฐบาล คสช. เป็นทุนยักษ์ใหญ่พลังงานจีน ที่เป็นหัวหมู่ทะลวงฟันอย่างดี "เฉิน จี้ปิง" ประธานบริษัท China Energy Engineering Corporation หรือ เอนเนอจี ไชน่า “Energy China”รัฐวิสาหกิจพลังงานรายใหญ่ของประเทศจีน รัฐบาลชุดนี้รู้จักกันดี

นี่ยังไม่นับ ถึงสายสัมพันธ์ที่ร่ำลือกันว่า สามารถล้วงลึกถึงข้อมูลแผนการใช้พลังงานของประเทศเหมือนเข้าไปนั่งในห้องประชุมกับผู้บริหารกระทรวงพลังงานเองก่อนจะกำหนดแผนของตัวเองว่าจะไปดักทางไหนดี ... นี่คือเบื้องหลังบางส่วนของ บี.กริม .....เพาเวอร์ ที่ชิงงานไหนได้งานนั้น ?

**อุ๊ยๆๆ ลูกพรรคลุงมิ่ง ยื่นขอยุบพรรคตัวเอง เคืองมิ่งขวัญ ผิดนัดประชุมผู้สมัครส.ส.เคลียร์ค่าใช้จ่าย ปล่อย "สุทัศน์ สิวาภิรมย์รัตน์”นายทุนตัวจริงบงการครอบงำ เผยเป็นหุ้นใหญ่เคซี มีบริษัททำธุรกิจซื้อขายอสังหาฯ

"พรรคเศรษฐกิจใหม่"อาจจะมี ส.ส.6คน แต่ "ลุงมิ่ง" มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ หัวหน้าพรรค ก็เนื้อหอมเหลือหลาย หลังถูกคนนู้นคนนี้ เชื่อมโยงอ้างชื่อจีบไปร่วมจัดตั้งรัฐบาล ..."ลุงมิ่ง" ก็ใช้วาทกรรม ที่กำกวมชิ่งหนีวงผูกมัดออกมาได้ แต่คราวนี้ไม่ใช่เรื่องคนอื่น แต่เป็นเรื่องภายในพรรคที่ชวนปวดหัวไม่ใช่เล่น ลุงมิ่งจะชิ่งอย่างไร...เมื่อผู้สมัคร ส.ส.พรรคลุงมิ่ง นำโดยน.ส.อุลัยพร ไตรวงค์ย้อย นายประยงค์ สร้างศรีหา และนายคมกฤษ สุภักดี ยื่นหนังสือถึง ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอให้ยุบพรรคเศรษฐกิจใหม่ และระงับการประกาศผลการเลือกตั้ง ส.ส. ของพรรคเศรษฐกิจใหม่แบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ผู้สมัคร ส.ส.เหล่านี้ ได้แนบเหตุผล เพราะถูกครอบงำจากบุคคลภายนอกที่สั่งการชี้นำ ไม่ให้พรรคสามารถดำเนินกิจกรรมได้โดยอิสระ...

ในเอกสารคำร้องระบุว่า การส่งผู้สมัคร ส.ส. แบบแบ่งเขตทั้ง 350 เขต "มิ่งขวัญ" ในฐานะหัวหน้าพรรค ได้ให้เงินค่าสมัครส.ส.คนละ 15,000 บาท โดยนัดกับว่าที่ผู้สมัครว่า หลังการประกาศรับรองให้เป็นผู้สมัครแล้ว จะนัดประชุมผู้สมัคร เพื่อแนะแนวทางกับผู้สมัครอีกครั้ง แต่ปรากฏว่า "มิ่งขวัญ" ไม่ได้นัดประชุมผู้สมัครแต่อย่างใด จนถึงวันเลือกตั้ง ซึ่งผู้สมัครได้สืบทราบมาว่าการที่มิ่งขวัญ ไม่ได้นัดประชุมผู้สมัคร เป็นเพราะ"นายสุทัศน์ สิวาภิรมย์รัตน์" กรรมการบริษัท ไทย วัฒนา แอสเซ็ท จำกัด พร้อมพวกซึ่งไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคได้บงการควบคุม ครอบงำ ชี้นำพรรค ไม่ให้ดำเนินกิจกรรมทางการเมืองอย่างเป็นอิสระ เช่น การสนับสนุนงบหาเสียงของผู้สมัคร การจัดทำป้ายหาเสียง รวมถึงจัดตั้งแกนนำต่างๆ เกิดจากการกระทำของ"สุทัศน์" ทั้งสิ้น

คำร้องยังระบุด้วยว่า การกระทำดังกล่าวถือว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญ และ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง จึงขอให้กกต.ดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริง พร้อมสั่งระงับการประกาศคะแนนเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขต และการประกาศผลการจัดสรร ส.ส.บัญชีรายชื่อไว้จนกว่าจะมีการวินิจฉัยแล้วเสร็จ และขอให้มีคำสั่ง"ยุบพรรคเศรษฐกิจใหม่" ด้วย ... คำถามเกิดขึ้นดังๆว่า "สุทัศน์ สิวาภิรมย์รัตน์" นี่คือใครกัน นอกจากตำแหน่ง กรรมการบริษัท ไทยวัฒนา แอสเซ็ท จำกัด เขาเป็นใครถึงมีอิทธิพลบารมีเหนือ"ลุงมิ่ง"

ตามคำร้อง ฟ้องว่าเขาเป็นนายทุนผู้อยู่เบื้องหลังออกค่าใช้จ่าย ดูแลกิจการพรรค นั่นหมายถึง "สุทัศน์" ต้องเป็นผู้มีอันจะกินพอสมควร พบว่าเขาเป็นนักธุรกิจ นักลงทุน ผู้ถือหุ้นใหญ่ "เคซี พร็อพเพอร์ตี้" ช่วงปี 2559 เคยตกเป็นข่าวอื้อฉาว เข้าไปเกี่ยวพันกับเรื่องการนำเข้ารถหรูราคาแพง และเลี่ยงการจ่ายภาษี...ถัดมาไม่นานมีข่าวถูกเรียกสินบนกว่า 20 ล้านบาท จากเจ้าหน้าที่รัฐ ตอนไปซื้อที่ดินที่เกาะลันตาใหญ่ 53 ไร่ วงเงิน 100 ล้านบาท...
ส่วนตำแหน่งเป็นกรรมการบริษัท ไทยวัฒนา แอสเซ็ท จำกัด ที่รู้จักกันนั้น ประกอบธุรกิจซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ แต่ข้อมูลการเงินย้อนหลัง 3 ปีที่ผ่านมา รายได้เป็นศูนย์ พบเพียงมีทรัพย์สินหมุนเวียน 89-100 ล้านบาท ... ขณะเดียวกัน ในกลุ่มส.ส.ทึ่คาดว่าจะได้ของพรรคเศรษฐกิจใหม่ ในรายชื่อปาร์ตี้ลิสต์นั้น มีญาติ สุทัศน์ รวมอยู่ด้วย คือ "มนูญ สิวาภิรมย์รัตน์" ... หากหลักฐานต่างๆ ตามที่ลูกพรรคเศรษฐกิจใหม่ยื่นขอให้ยุบพรรคผูกมัด "สุทัศน์"ว่าบงการ ครอบงำ เช่นที่ว่า ก็น่าหนักใจแทน"ลุงมิ่ง" ที่ชะตาชีวิตเนื้อหอมอยู่ดีๆ จะพลิกสะดุดขาตัวเองหัวทิ่มมั้ย...โปรดติดตาม


** หมึกแดง เล่าที่มาลูกขอศาลสั่ง มรว. ถนัดศรี สวัสดิวัตน์ ให้เป็นคนไร้ความสามารถ มีปัญหาเรื่องความจำ แต่สุขภาพแข็งแรงดีในวัย 93 ปี

ภายหลังจากที่ศาลเยาวชนและครอบครัวกลางได้มีคำสั่งให้ "หม่อมราชวงศ์ ถนัดศรี สวัสดิวัตน์" ในวัยเกือบ 93 ปี เป็นคนไร้ความสามารถ ตามคำร้องขอของบุตรชาย "หม่อมหลวง ภาสันต์ สวัสดิวัตน์" นั้น "เชฟหมึกแดง"หม่อมหลวง ศิริเฉลิม สวัสดิวัตน์ ได้มีการโพสต์เฟซบุ๊กในเวลาต่อมา ถึงเบื้องหลังว่า...

"แจ้งให้ทุกท่านทราบ เมื่อต้นปีที่แล้ว ทางคุณหมอที่ดูแลคุณพ่อได้เรียกผมไปพบ และบอกว่าถึงเวลาแล้วที่ทางลูกๆ ควรจะเอาคุณพ่อไปอนุบาลโดยการร้องศาล เพราะถึงแม้คุณชายจะสุขภาพดี แต่ความจำก็ไม่ดีแล้ว และไม่สามารถจำ หรือตัดสินใจอะไรได้เองแล้ว ... ผมได้ปรึกษากับน้องๆ และได้ตัดสินใจให้ น้องอิ๊คเป็นคนร้องศาล เพราะคุณแม่ของน้องอิ๊ง ยังมีชีวิตอยู่ และคุณแม่ของผม และน้องชายแท้ๆ ของผม มล.ประอร ได้หย่ากับคุณพ่อมานานแล้ว และได้เสียชีวิตไปแล้วปีกว่า ตอนอายุเกือบ 90 ปี

เมื่อกลางปีที่แล้ว ทางทนายจึงได้ทำคำร้องต่อศาล และทางศาลก็ได้สืบปากคำจากคุณหมอที่โรงพยาบาลเปาโล จึงได้อนุมัติให้น้องอิ๊ค มล.ภาสัน สวัสดิวัตน์ เป็นผู้อนุบาลพ่อตั้งแต่เดือนธันวาคม ปีที่แล้ว มีหลายเรื่องที่น้องอิ๊คต้องทำ ต้องรวบรวมทรัพย์สินของคุณพ่อ เพื่อรายงานต่อศาล แล้วถึงจะได้ตัดสินใจเรื่องการบริหารบริษัท และรายการของคุณพ่อต่อไป เมื่อศาลได้รับรายงาน จึงมีการประกาศอย่างเป็นทางการทางหนังสือพิมพ์...

ขอให้ทุกท่านได้ทราบดีว่า ถึงแม้ว่าคุณพ่อได้เป็นคนไร้ความสามารถแล้วก็ตาม คุณพ่อก็ยังสุขภาพแข็งแรงดี และน้องอิ๊ง ก็ได้มอบหมายให้ผมเป็นคนดูแลพ่อ ซึ่งลูกทั้งสามคน ก็ดูแลพ่อมาตลอด โดยผมจะเป็นตัวหลัก มาหลายปีแล้ว ตั้งแต่พ่อย้ายมาอยู่ที่ River Villa ที่เมืองนนท์ เพราะอากาศดีอยู่ริมแม่น้ำ ส่วนเรื่องอื่นๆ เช่นเรื่องของรายการครอบจักรวาล และบริษัทของคุณพ่อ ก็กำลังดำเนินการอยู่ มีอะไรเปลี่ยนแปลงผมจะขออนุญาตเป็นผู้แจ้งให้ทราบต่อไป... "

ในตอนท้ายของโพสต์ "หมึกแดง"ยังได้โพสต์ภาพที่ ม.ร.ว.ถนัดศรี รับประทานอาหารและทุเรียนของโปรด พร้อมกับยืนยันว่า ท่านทั้งหลายที่รู้จักพ่อดีก็คงจะทราบว่า ถ้าชมพ่อว่าแข็งแรง พ่อจะตอบว่า..... แรงนะยังมีอยู่ แต่มันไม่แข็งแล้ว อารมณ์ดีเสมอ...

ม.ร.ว.ถนัดศรี สวัสดิวัตน์ เกิดเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2469 ในวังเพชรบูรณ์ ที่เป็นที่ตั้งของเซ็นทรัลเวิลด์ ในปัจจุบัน สังคมได้รู้จักในความสามารถหลากหลาย ทั้งฐานะที่เป็นนักแสดง นักร้อง นักเขียน และนักจัดรายการวิทยุโทรทัศน์ ตลอดจนเป็นศิลปินแห่งชาติ ... ขณะอีกความสามารถหนึ่งที่ทุกคนจดจำได้ และสร้างชื่อเสียงให้อย่างมาก คือ นักชิม แนะนำร้านอาหาร "เชลล์ชวนชิม" นอกจากนี้ ก็ยังเป็นผู้ดำเนินรายการทีวี-วิทยุ ที่โด่งดังในอดีตหลายรายการ เช่น การบินไทยไขจักรวาล, ครอบจักรวาล

ม.ร.ว.ถนัดศรี สวัสดิวัตน์ ได้สมรสครั้งแรกกับ "หม่อมหลวงประอร มาลากุล" มีบุตร 2 คน คือ หม่อมหลวง ศิริเฉลิม สวัสดิวัตน์ (คุณหมึกแดง), พลตรี หม่อมหลวงเพิ่มวุทธ์ สวัสดิวัตน์ (คุณจิ๋ว) และ สมรสครั้งที่ 2 กับ "นางโรจนา สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา" (สกุลเดิม สวนรัตน์) มีบุตร 1 คน คือ หม่อมหลวง ภาสันต์ สวัสดิวัตน์ (คุณอิงค์)


กำลังโหลดความคิดเห็น...