xs
xsm
sm
md
lg

เปิดรายงานการเงินแผ่นดิน ประจำปีงบ 2560 เทียบปี 2559 รัฐมีหนี้สินเพิ่มขึ้น 537,088.43 ล้านบาท

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


เปิดรายงานการเงินแผ่นดิน ประจำปีงบ 2560 เทียบปี 2559 ก่อนส่ง สนช.รับทราบ พบ รัฐบาลมี "รายได้" รวม 2.4 ล้านล้านบาท รายได้ลดลง 8,949.66 ล้าน "ค่าใช้จ่าย" เพิ่มขึ้น 42,806.35 ล้าน "หนี้สินภาระผูกพัน" สิ้นปีงบ 60 รวม 5.4 ล้านล้าน เพิ่มขึ้นจากปีงบ 59 จำนวน 537,088.43 ล้าน "สินทรัพย์สุทธิ" 2,059,070.45 ล้านบาท ลดลงจากปีงบ 59 จำนวน 238,663.45 ล้าน

วันนี้( 18 เม.ย.) มีรายงานจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า เมื่อเร็ว ๆนี้ กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง ได้รายงานการเงินแผ่นดิน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 ตามวิธีการจัดทำรายงานเงินแผ่นดินตามหลักเกณฑ์ คงค้างแบบผสม (Modified Accrual Basis) โดยใช้ฐานข้อมูลบัญชีชุดรัฐบาล โดยผ่านการรับรองจากสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินแล้ว พบว่า
รัฐบาลมีรายได้รวมทั้งสิ้น จำนวน 2,443,485.04 ล้านบาท ลดลงจาก ปีงบประมาณ พ.ศ. 2559 จำนวน 8,949.66 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 0.36 ประกอบด้วย รายการที่สำคัญ ดังนี้
(1) รายได้แผ่นดินจากหน่วยงาน ซึ่งเป็นรายได้จากภาษีอากร ค่าธรรมเนียม และอื่น ๆ หักถอนคืนรายได้คงเหลือเงินรายได้แผ่นดิน จำนวน 2,171,855.21 ล้านบาท ลดลงจาก ปีงบประมาณ พ.ศ. 2559 จำนวน 34,609.96 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 1.57 ประกอบด้วย รายได้ ภาษีทางตรงเพิ่มขึ้น จำนวน 28,111.12 ล้านบาท ภาษีการขายทั่วไปเพิ่มขึ้น จำนวน 21,143.35 ล้านบาท ภาษีการขายเฉพาะเพิ่มขึ้น จำนวน 33,562.98 ล้านบาท ภาษีลักษณะการอนุญาตลดลง จำนวน 75,706.21 ล้านบาท รายได้แผ่นดินอื่นลดลง จำนวน 19,473.39 ล้านบาท และถอนคืนรายได้เพิ่มขึ้น จำนวน 22,245.91 ล้านบาท

(2) เงินนำส่งกำไรและเงินปันผลจากรัฐวิสาหกิจ จำนวน 162,265.40 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ พ.ศ. 2559 จำนวน 28238.72 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 21.34 เนื่องจาก รัฐวิสาหกิจนำส่งรายได้และเงินปันผลเพิ่มขึ้น โดยส่วนใหญ่เป็นของ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย การไฟฟ้านครหลวง และบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)

(3) ส่วนเกินมูลค่าพันธบัตรตัดจำหน่าย จำนวน 14,394.01 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ พ.ศ. 2559 จำนวน 2,102.28 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 17.10 เนื่องจากมีการออกพันธบัตรรัฐบาลเพิ่มขึ้นในปีงบประมาณ พ.ศ.2560 จำนวน 26,877.78 ล้านบาท และมีส่วนเกินมูลค่าพันธบัตรเพิ่มขึ้นด้วยจำนวน 4,551.40 ล้านบาท จึงปรับปรุงบัญชีส่วนเกินมูลค่าพันธบัตรรัฐบาลเป็นรายได้เพิ่มขึ้น ด้วยจำนวน 2,102.28 ล้านบาท

(4) รายได้อื่น จำนวน 94,970.42 ล้านบาท ลดลงจากปีงบประมาณ พ.ศ. 2559 จำนวน 4,982.70 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 4.99 เนื่องจากรายได้อุดหนุนที่ได้รับจากกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินเพื่อจ่ายชำระดอกเบี้ยและค้นเงินกู้ลดลง

ในส่วนค่าใช้จ่าย รัฐบาลมีค่าใช้จ่ายรวมทั้งสิ้น จำนวน 2,871,195.16 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก ปีงบประมาณ พ.ศ. 2559 จำนวน 42,806.35 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.51 ประกอบด้วย รายการที่สำคัญ ดังนี้

(1) รายจ่ายจากเงินงบประมาณจากหน่วยงาน จำนวน 2,796,640.14 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ พ.ศ. 2559 จำนวน 63,859.59 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 2.34 โดยส่วนใหญ่ เป็นค่าใช้จ่ายจากงบอุดหนุน งบรายจ่ายอื่น และงบลงทุนเพิ่มขึ้น

(2) ค่าใช้จ่ายอื่น จำนวน 74,555.02 ล้านบาท ลดลงจากปีงบประมาณ พ.ศ. 2559 จำนวน 21,053.24 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 22.02 เนื่องจากมีการโอนเงินนอกงบประมาณ ที่ได้จากการกู้ตามโครงการเงินอุดหนุนโครงการไทยเข้มแข็งและเงินอุดหนุนเพื่อการวางระบบบริหารจัดการนํ้า ให้ส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจกู้ต่อลดลง

ทั้งนี้ รายได้ตํ่ากว่าค่าใช้จ่ายสุทธิ จำนวน 427,710.12 ล้านบาท เกิดจาก การดำเนินงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 ที่มีค่าใช้จ่ายสูงกว่ารายได้

ประเด็น สินทรัพย์ รัฐบาลมีสินทรัพย์รวมทั้งสิน จำนวน 7,542,411.96 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก ปีงบประมาณ พ.ศ. 2559 จำนวน 298,424.98 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 4.12 ประกอบด้วย รายการสำคัญ ดังนี้

(1) สินทรัพย์หมุนเวียนรวม จำนวน 634,679.92 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก ปีงบประมาณ พ.ศ. 2559 จำนวน 74,632.24 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 13.43 เนื่องจากมีการลดและเพิ่ม ของรายการสินทรัพย์หมุนเวียน ดังนี้

- เงินคงคลังเพิ่มขึ้น จำนวน 48,094.70 ล้านบาท เนื่องจากมีการกู้ชดเชยขาดดุลเพิ่มขึ้น

- เงินให้กู้ยืมระยะสั้นเพิ่มขึ้น จำนวน 34,702.94 ล้านบาท เนื่องจาก ให้รัฐวิสาหกิจกู้ยืมเพิ่มขึ้น และโอนเงินให้กองทุนบริหารเงินกู้เพื่อการปรับโครงสร้างหนี้สาธารณะและพัฒนา ตลาดตราสารหนี้ในประเทศ

- ลูกหนี้ระยะสั้นลดลง จำนวน 11,191.24 ล้านบาท เนื่องจากลูกหนี้ เงินทดรองราขการ - เพื่อช่วยเหลือกู้ประสบภัยพิบัติลดลง

- สินทรัพย์หมุนเวียนอื่นเพิ่มขึ้น จำนวน 4,024.84 ล้านบาท เนื่องจากมีรายได้แผ่นดินค้างรับเพิ่มขึ้นจากหน่วยงานของรัฐที่นำเงินส่งคลังไม่พ้นในปีงบประมาณ แต่จะนำส่งในต้นปีงบประมาณถัดไป

(2) สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนรวม จำนวน 6,907,732.04 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก ปีงบประมาณ พ.ศ. 2559 จำนวน 222,792.74 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 3.33 เนื่องจากมีการลดและเพิ่มของรายการสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน ดังนี้

- กรมธนารักษ์ ประเมินราคาที่ดินเพิ่มฃี้น จำนวน 150,882.50 ล้านบาท ตามราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดินปี พ.ศ. 2559 - 2562

- เงินให้กู้ยืมระยะยาวเพิ่มขึ้น จำนวน 22,196.10 ล้านบาท เนึ่องจากให้รัฐวิสาหกิจกู้ยืมเพิ่มขึ้น

- ปรับปรุงมูลค่าเงินลงทุนในหลักทรัพย์ในความต้องการของตลาดระยะยาว ให้เป็นมูลค่ายุติธรรมเพื่อให้เป็นไปตามราคาตลาด แสดงในรายการกำไร (ขาดทุน) ที่ยังไม่เกิดขึ้น (Unrealized Gairvfos)) โดยปรับมูลค่าเพิ่มขึ้น จำนวน 48,549.12 ล้านบาท และเพิ่มหน่วยลงทุนกองทุนรวม TFF 1,000.00 ล้านบาท

- สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนอื่นเพิ่มขึ้น จำนวน 175.02 ล้านบาท เนื่องจาก ซื้อหุ้นเพิ่มทุนของบริษัท บริหารสินทรัพย์ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย จำกัด

ในส่วนของ หนี้สิน รัฐบาลมีหนี้สินและภาระผูกพัน ณ วันสิ้นปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 รวมทั้งสิ้น จำนวน 5,483,341.51 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ พ.ศ. 2559 จำนวน 537,088.43 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 10.86 ประกอบด้วย รายการสำคัญ ดังนี้

(1) หนี้สินหมุนเวียน จำนวน 847,817.29 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ พ.ศ. 2559 จำนวน 9,631.38 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 1.15 เนื่องจากเงินกู้ระยะสั้นที่ถึงกำหนดชำระ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 เพิ่มขึ้น

(2) หนี้สินไม่หมุนเวียน จำนวน 635,524.22 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ พ.ศ. 2559 จำนวน 527,457.04 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 16.84 เนื่องจากมีการออกพันธบัตรรัฐบาล และตั๋วสัญญาใช้เงิน เพื่อการชดเชยขาดดุลและเพื่อปรับโครงสร้างหนี้เพิ่มขึ้น

ประเด็น สินทรัพย์สุทธิ รัฐบาลมีสินทรัพย์สุทธิหรือส่วนทุน ณ วันสิ้นปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 จำนวน 2,059,070.45 ล้านบาท สินทรัพย์สุทธิลดลงจากปีงบประมาณ พ.ศ. 2559 จำนวน 238,663.45 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 10.39 ประกอบด้วย

(1) เป็นผลจากรายการส่วนทุนที่เพิ่มขึ้น จำนวน 150,882.50 ล้านบาท เนื่องจากมีการปรับปรุงส่วนทุนของหน่วยงานจากการตีราคาเพิ่มขึ้นของมูลค่าที่ดินราชพัสดุโดยกรมธนารักษ์

(2) เป็นผลจากการดำเนินงานประจำปีที่มีรายได้ตํ่ากว่าค่าใช้จ่าย ซึ่งส่งผลต่อบัญฃีรายได้ตํ่ากว่าค่าใช้จ่ายสะสม (ขาดทุนสะสมเพิ่มขึ้น) จำนวน 427,710.12 ล้านบาท และปรับปรุง รายได้และค่าใช้จ่ายของปีก่อนเข้าบัญชีรายได้ตํ่ากว่าค่าใช้จ่ายสะสมที่ส่งผลให้ขาดทุนสะสมเพิ่มขึ้น จำนวน 10,384.95 ล้านบาท

(3) เป็นผลจากการปรับปรุงมูลค่าเงินลงทุนในหลักทรัพย์ในความต้องการ ของตลาดระยะยาว ให้เป็นมูลค่ายุติธรรมแสดงในรายการกำไร (ขาดทุน) ที่ยังไม่เกิดขึ้น (Unrealized GainAloss)) เพิ่มขึ้น จำนวน 48,549.12 ล้านบาท.



กำลังโหลดความคิดเห็น...