xs
xsm
sm
md
lg

"ลุงตู่" ร่วมขบวนผู้นำทั่วโลก แสดงความเสียใจและให้กำลังใจชาวฝรั่งเศส ฟื้นฟู "มหาวิหารน็อทร์-ดาม" **"เฮียชู vsปชป." ใส่กันมันหยด หลังอดีตเจ้าพ่ออ่างเปิดฉากวิพากษ์การเมืองของประชาธิปัตย์ **"ราชทัณฑ์" วางระบบตรวจจับ"โดรน" ฝังชิปในโซ่ตรวนป้องกันการหลบหนี

เผยแพร่:   โดย: นกหวีด


ข่าวปนคน คนปนข่าว

** "ลุงตู่" ร่วมขบวนผู้นำทั่วโลก แสดงความเสียใจและให้กำลังใจชาวฝรั่งเศส ฟื้นฟู "มหาวิหารน็อทร์-ดาม" มรดกโลกอายุกว่า 850 ปี สัญลักษณ์วัฒนธรรมของยุโรป

จากเหตุช็อกโลก เพลิงไหม้ใหญ่ "มหาวิหารน็อทร์-ดาม" ศาสนสถานเก่าแก่อายุ 850 ปี สัญลักษณ์สำคัญของกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ... เพลิงได้ทำลายล้างส่วนหลังคาของมหาวิหารแบบกอทิก ที่ถูกขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก โดยส่วนยอดแหลมได้ทรุดตัวพังลงมาท่ามกลางกองเพลิงสีส้มและกลุ่มควันสีเทา ที่พวยพุ่งสู่ท้องฟ้า และเสียงสะอื่นไห้ของผู้เห็นเหตุการณ์

"ถ้าปารีสคือหอไอเฟล ฝรั่งเศส ก็คือน็อทร์-ดาม วัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ทั้งหมดของฝรั่งเศสถูกหลอมรวมเอาไว้ในมหาวิหารแห่งนี้" แบร์นาร์ด เลอกอมต์ นักเขียนและผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ศาสนา ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ BFM TV
ไฟไหม้ มหาวิหารน็อทร์-ดาม
ผู้นำทั่วโลกหลังจากทราบข่าว ต่างแสดงความเสียใจ และให้กำลังใจชาวฝรั่งเศส เช่นเดียวกับ "ลุงตู่" พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ... นายกฯว่า เป็นเรื่องน่าเศร้าสะเทือนใจที่เกิดเหตุการณ์ครั้งนี้ขึ้น เพราะมหาวิหารดังกล่าวมีความเก่าแก่ และถือเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของประเทศฝรั่งเศส โดยเชื่อมั่นว่า รัฐบาลและชาวฝรั่งเศส จะร่วมกันฟื้นฟูขึ้นมาได้ในเร็ววันนี้

"ประธานาธิบดี มาครง" ของฝรั่งเศสเองได้ประกาศจะฟื้นฟูมหาวิหารแห่งนี้ให้กลับมายิ่งใหญ่งดงามดังเดิมอีกครั้ง เพราะนี่คือความคาดหวังของชาวฝรั่งเศส "มาครง" ยกย่องมหาวิหารน็อทร์-ดาม ว่าเป็น “ศูนย์กลางแห่งชีวิตของเรา”และเป็น “โบสถ์ของชาวฝรั่งเศสทุกคน”ไม่ว่าจะนับถือศาสนาหรือไม่ก็ตาม ... นายกรัฐมนตรี "อังเกลา แมร์เคิล" แห่งเยอรมนี ว่าเป็น “สัญลักษณ์ของวัฒนธรรมยุโรป”...ขณะเดียวกัน "ฟรองซัวส์-อองรี ปิโนลต์" (François-Henri Pinault)มหาเศรษฐี นักธุรกิจชาวฝรั่งเศส ได้ประกาศแล้วว่าเขาและครอบครัวจะบริจาคเงิน 100 ล้านยูโร เพื่อสนับสนุนการบูรณะซ่อมแซมมหาวิหารน็อทร์-ดาม

มหาวิหารแห่งนี้ เริ่มสร้างในปี ค.ศ. 1163 บนเกาะเล็กๆ ชื่อว่า"อีล เดอ ลา ซิเต้" กลางแม่น้ำแซน ในยุคของพระเจ้าหลุยส์ที่ 7 และสร้างเสร็จในปี 1345 คำว่า "น็อทร์-ดาม" แปลว่า แม่พระ(Our Lady)ซึ่งเป็นคำที่ชาวคาทอลิกใช้เรียก "พระนางมารีย์พรหมจารี" ... ปัจจุบันอาสนวิหาร ก็ยังใช้เป็นโบสถ์โรมันคาทอลิก และเป็นที่ตั้งคาเทดราของอาร์ชบิชอปแห่งปารีส ... โบสถ์นี้ได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์โดย "เออแฌน วียอแล-เลอ-ดุก" ผู้เป็นสถาปนิกคนสำคัญที่สุดคนหนึ่งของฝรั่งเศส...

ตามประวัติศาสตร์ของฝรั่งเศส มีเหตุการณ์สำคัญๆ เกิดขึ้นภายในมหาวิหารแห่งนี้มาแล้ว เช่น การเถลิงราชย์เป็นกษัตริย์แห่งฝรั่งเศสของ"พระเจ้าฮองรี ที่ 6" ในปี 1431 และการสถาปนาตัวเองเป็นจักรพรรดิของ "นโปเลียน โบนาฟาร์ต" หรือ จักรพรรดินโปเลียน ที่ 1 ในปี1804 ... มหาวิหารแห่งนี้รอดพ้นจากการทำลายล้างในสงครามโลก ทั้ง 2 ครั้ง และได้มีการลั่นระฆังอันโด่งดัง เมื่อวันที่ 24 ส.ค. ปี1944 ซึ่งเป็นวันที่ปารีสได้รับการปลดปล่อยจากกองทัพนาซีเยอรมัน ในช่วงท้ายของสงครามโลกครั้งที่ 2

ก่อนนั้นในปี ค.ศ.1793 ระหว่างการปฏิวัติฝรั่งเศส โบสถ์ก็ได้รับความเสียหายอย่างหนัก ประติมากรรมและศิลปะทางศาสนาถูกทำลายไปมาก อาสนวิหารได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ ระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 19 จนมีสภาพเหมือนก่อนหน้าที่ถูกเพลิงผลาญทำลาย...

** "เฮียชู vsปชป." ใส่กันมันหยด หลังอดีตเจ้าพ่ออ่างเปิดฉากวิพากษ์การเมืองของประชาธิปัตย์ "เละเป็นโจ๊ก" มัวแต่ทะเลาะ ชิงดีชิงเด่น ท้า100 บาทเอาขี้หมากองเดียวมี งูเห่า แน่ คนปชป.โชว์สามัคคี โต้เดือด กรีดรู้ทุกเรื่องยกเว้นเรื่องตัวเอง
ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์
สงกรานต์สาดน้ำจบแล้ว แต่สาดน้ำลายยังดุเดือดเลือดพล่าน ระหว่าง "ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์" กับ สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ที่เรียงแถวหน้ากระดานเรียงหนึ่ง ตอบโต้"เฮียชู"โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กแฟนเพจ "ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์" ในหัวข้อ“การเมืองของประชาธิปัตย์”... อดีตเจ้าพ่ออ่าง และหัวหน้าพรรครักประเทศไทย กรีดก่อนด้วยการอธิบาย สภาพของแต่ละพรรคการเมืองหลังผ่านการเลือกตั้ง ประชาธิปัตย์เป็นพรรคที่มีสภาพระส่ำระสายที่สุด มีความคิดเห็นแตกต่างกันภายในพรรคไม่เว้นแต่ละวัน ... ชูวิทย์เรียกสภาพแบบนี้ว่า "เละเป็นโจ๊ก"

จากที่คนหนึ่งบอกว่า จะร่วม"รัฐบาลบิ๊กตู่" อีกคนบอกว่า จะร่วมก็ได้ แต่ขอนายกฯ คนกลาง สักพักกลุ่มคนรุ่นใหม่บอกว่า อยากเป็นฝ่ายค้านอิสระ ไม่ร่วมทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้าน ในสภา ... สรุปคือ เสียงแตก ต่างคนต่างเดิน ไม่มีใครคุมพรรคได้จนทุกคนเป็นหัวหน้าพรรคหมด มักอ้างมติพรรค แต่เที่ยวนี้พนัน "100 บาทเอาขี้หมากองเดียว" หากมติพรรคไม่ถูกใจ ไม่ร่วมรัฐบาล สมาชิกส.ส.พรรคได้รังแตกแน่นอน

ทะเลาะกันในพรรค มักบอกแค่ความคิดเห็นที่แตกต่าง แต่เล่นกันถึงตาย เที่ยวก่อน พวก"ไม่เอาอภิสิทธิ์" ไม่ได้ลงส.ส. บ้าง หรือลำดับปาร์ตี้ลิสต์ อยู่แถวบ๊วย ตอนท้ายบ้าง พรรคอื่นแม้ไม่ได้อ้างเป็นสถาบันอย่างประชาธิปัตย์ ก็ไม่เล่นกันน่าเกลียด หน้าเนื้อใจเสือ แบบนี้เสียด้วยซ้ำ ... "ผมไม่สงสัยเลยว่า ทำไมพรรคประชาธิปัตย์ ถึงแพ้การเลือกตั้งครั้งแล้วครั้งเล่า มันแพ้มาจากภายในพรรคนี่เอง"...

ตอนท้ายๆ เฮียชูยังตบด้วยคำที่คนปชป. อ่านแล้วของขึ้นแน่นอนว่า คนไทยมีนิสัยขี้สงสาร มีความเมตตา ให้โอกาสคน พรรคประชาธิปัตย์ควรก้มหน้าก้มตา รับชะตากรรมที่ตกต่ำเสีย แล้วเปลี่ยนแปลงตัวเองไม่ใช่มัวแต่ทะเลาะกัน แก่งแย่ง แตกแยก ชิงดีชิงเด่น อยากได้ อยากมี มันผิดที่ ผิดเวลา ..." คนเขาเห็น แทนที่จะสงสาร กลับสมเพช " ... โพสต์จบมีคนเข้ามาคอมเม้นต์มากมาย
เชาว์ มีขวด
ขณะที่คนประชาธิปัตย์ ก็โชว์ความสามัคคีให้เฮียชูเห็น ว่าไม่ได้ทะเลาะกันตามการกล่าวหา ทั้ง "เชาว์ มีขวด" รองโฆษกพรรค "อลงกรณ์ พลบุตร " รักษาการรองหัวหน้าพรรค "ธนา ชีรวินิจ" อดีตโฆษกพรรค ต่างดาหน้าออกมาหวดใส่ชูวิทย์ ชนิดหมัดต่อหมัด ... "เชาว์" โพสต์เฟซบุ๊กหัวข้อ "ชูวิทย์" ตัวอย่าง กูรู้หมดทุกอย่าง ยกเว้นตัวกู" ตอบโต้ชูวิทย์ บอกไม่แปลกใจ ที่ชูวิทย์ วิจารณ์พรรคประชาธิปัตย์ ด้วยถ้อยคำที่รุนแรง และเนื้อหาที่ไม่เป็นธรรมกับพรรค เพราะเป็นคนที่ "ไร้ซึ่งจริยธรรม" มีพฤติกรรมพร้อมทำทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ตัวเอง ... พร้อมยกคดีที่อดีตเจ้าพ่ออ่างต้องโทษ และ วาระซ่อนเร้น ของการตั้งพรรคการเมืองเพื่อตัวเอง แต่ก็ไม่เคยมีอุดมการณ์ทางการเมืองใดๆ แต่ใช้เส้นทางการเมืองฟอกตัวจากเสี่ย อ่าง อบ นวด มาเป็นนักการเมือง ซึ่งในขณะนี้กลายเป็นบุคคลที่มีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ ปี 60 ไม่สามารถเข้าสู่แวดวงการเมืองได้ จนกว่าจะถึงปี 2571 ... ชูวิทย์ วิจารณ์การบริหารจัดการภายในพรรคประชาธิปัตย์ แบบไม่รู้จริง หาว่าหน้าเนื้อใจ เสือ โดยชูวิทย์ไม่ย้อนมองตัวเอง ว่าเคยหักหลังลูกพรรค ที่เป็นเพื่อนสนิทตัวเอง ด้วยการตั้งกล้องแอบถ่าย เอาคลิปมาแฉ เพื่อให้ตัวเองดูดี เขี่ยคนเป็นเพื่อนให้พ้นเส้นทางการเมือง แบบนี้ต่างหากที่เรียกว่า"หน้าเนื้อใจเสือ" ของจริง... ทั้งหมดนี้ ตอกย้ำให้เห็นว่าชูวิทย์ คือตัวอย่าง " กูรู้หมดทุกอย่างยกเว้นตัวกู" ตามคำสอนที่ท่านพุทธทาสภิกขุ เคยให้สติกับคนไทยเอาไว้

ส่วน "ธนา ชีรวินิจ" กรีดตามสไตล์ ปชป. ว่า การที่ขณะนี้ภายในพรรคจะมีความคิดเห็นที่แตกต่างหลากหลายนั้น ถือเป็นเรื่องปกติธรรมดาในระบอบประชาธิปไตย ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์นั้น มีทุกคนเป็นเจ้าของพรรคอย่างเท่าเทียมกัน ทุกคนจึงมีสิทธิ์ที่จะแสดงความคิดเห็นได้ ...ขณะที่ชูวิทย์กล่าววิพากษ์วิจารณ์พาดพิงถึงพรรคประชาธิปัตย์ แม้จะด้วยลักษณะที่ไม่เป็นธรรมกับพรรค แต่พรรคก็ยังน้อมรับฟัง เพียงแต่ขอให้ชูวิทย์ ให้เกียรติกับพรรคการเมืองอื่น องค์กรอื่นด้วย ในการติชมนั้น ควรติชมด้วยความบริสุทธิ์ใจ ไม่ใช่สร้างความเสียหายให้บุคคลอื่นตลอดเวลา ... สาดกันแบบนี้ มีภาคต่อชัวร์.

** "ราชทัณฑ์" ยุค "พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์" เตรียมจับมือ "สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ" วางระบบโดรน ฝังชิปในโซ่ตรวน ป้องกันการหลบหนี ขณะนำตัวนักโทษไป - กลับศาล และ ระบบตรวจจับ"โดรน" ที่นำสิ่งของต้องห้าม ยาเสพติด มาหย่อนลงในเรือนจำ
ณรัชต์ เศวตนันทน์
กรมราชทัณฑ์ ในยุคที่มี พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ เป็นอธิบดี เตรียมนำนวัตกรรม ที่เป็นผลผลิตจากเทคโนโลยียุคใหม่ มาประยุต์ใช้ในการป้องกันผู้ต้องขังหลบหนีด้วยการ "ฝังชิปในโซ่ตรวน" รวมทั้งใช้ "โดรน" ในการติดตามตัว...หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้มีการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ในรูปแบบ"กำไลข้อเท้า EM" สำหรับการตรวจสอบ และจำกัดการเดินทางในการการปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหา หรือจำเลยที่มีหลักทรัพย์ไม่เพียงพอในการประกันตัว เพื่อลดจำนวนผู้ต้องขัง และลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม อย่างได้ผลเป็นที่น่าพอใจมาแล้ว...

ขณะนี้เรือนจำทั่วประเทศ มีนักโทษกว่า 380,000 คน บางเรือนจำแม้จะเป็นเรือนจำที่มีความมั่นคงสูง แต่บางเรือนจำก็เก่าแก่ใช้งานมานาน จึงอาจมีปัญหานักโทษแหกเรือนจำหลบหนี ซึ่งในรอบปีที่ผ่านมา มีนักโทษแหกหัก หลบหนีในระหว่างถูกคุมขัง และหนีในระหว่างเดินทางไปขึ้นศาล มากถึง 11 ครั้ง แนวทางใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการป้องกันและแก้ปัญหาเหล่านี้ จึงถูกนำมาพิจารณา โดยเฉพาะปัจจุบันนี้ มีนวัตกรรมใหม่ๆ ที่ผ่านการวิจัยและพัฒนาโดยฝีมือคนไทย ไม่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ และสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการควบคุมนักโทษได้อย่างเหมาะสม ...

อย่างเช่น งานวิจัยของสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศของกระทรวงกลาโหม เกี่ยวกับอากาศยานไร้คนขับ (Unmanned Aerial Vehicle : UAV)และงานต่อต้านอากาศยานไร้คนขับ (ANTI UAV)ตรวจจับขบวนการนำโดรนมาหย่อนวัตถุต้องห้าม เช่น ยาเสพติด รวมทั้งระบบจำลอง Simulatorในการติดตามพฤติกรรม และตรวจจับสัญญาณต่างๆ ...

ดังนั้น ในวันที่ 22 เม.ย.นี้ กรมราชทัณฑ์ และ สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ ได้เตรียมลงนามบันทึกข้อตกลงในการนำนวัตกรรม ที่เป็นผลจากการวิจัยพัฒนาของสถาบันฯ มาใช้ในการป้องกันนักโทษหลบหนี อย่างเช่น "การฝังชิปในโซ่ตรวน" เพราะระหว่างควบคุมตัวนักโทษไปขึ้นศาล จะต้องถูกตีตรวน ซึ่งในช่วงระยะดังกล่าว นักโทษอาจหลบหนีได้ หากฝังชิปเชื่อมโยงระบบ ผ่านโทรศัพท์มือถือ และโดรน ก็จะสามารถตรวจสอบเส้นทางการหลบหนี ว่าไปในทิศทางใด เพื่อติดตามตัวมาได้อย่างรวดเร็ว

นับเป็นความก้าวหน้าอีกก้าวหนึ่งของกรมราชทัณฑ์ ที่นำเทคโนโลยี ซึ่งเป็นผลผลิตของคนไทย มาใช้ในการป้องกัน และติดตามนักโทษที่หลบหนี มาใช้ได้อย่างเหมาะสม


กำลังโหลดความคิดเห็น...