xs
xsm
sm
md
lg

“ซูเปอร์โพล” ให้ กกต.สอบตกจัดเลือกตั้ง ชี้นายกฯ คนเดิม-การเมืองแบบเดิมสร้างความขัดแย้ง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ซูเปอร์โพลเผยผู้ตอบคำถามร้อยละ 80.1 ให้ กกต.สอบตกจัดเลือกเลือกตั้ง 24 มี.ค. กว่าร้อยละ 70 เห็นว่าการเมืองแบบเดิม-นายกฯ คนเดิม-นายกฯ คนนอก จะนำความข้ดแย้งสู่สังคม และไม่เป็นที่ยอมรับของฝ่ายการเมือง แนะถกจัดตั้งรัฐบาลแบบสภาไม่เป็นทางการ อย่านำความขัดแย้งลงสู่ประชาชน

วันนี้ (15 เม.ย.) นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) เปิดเผยผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง “การเมืองแบบเดิม กับ ความสงบสุข” กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 3,661 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการครอบคลุมทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ช่วงวันที่ 26 มีนาคม - 15 เมษายน พ.ศ. 2562

เมื่อสอบถามถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดการเลือกตั้งวันที่ 24 มี.ค.ที่ผ่านมา คิดว่าสอบได้หรือสอบตก ผลสำรวจพบว่า ประชาชนที่ถูกศึกษาส่วนใหญ่หรือร้อยละ 80.1 ระบุว่า สอบตก ในขณะที่ร้อยละ 19.9 ระบุว่า สอบได้

นอกจากนี้ ผู้ตอบคำถามส่วนใหญ่หรือร้อยละ 74.0 เห็นว่าการเมืองแบบเดิม นายกรัฐมนตรีคนเดิม หรือนายกรัฐมนตรีคนนอก จะนำปัญหาขัดแย้งให้กับคนในสังคมค่อนข้างมากถึงมากที่สุด ในขณะที่ร้อยละ 26 เห็นว่าค่อนข้างน้อย ถึง น้อยที่สุด

ผู้ตอบคคำถามส่วนใหญ่หรือร้อยละ 76.5 เห็นว่า การเมืองแบบเดิม นายกรัฐมนตรีคนเดิม หรือ นายกรัฐมนตรีคนนอก จะได้รับการยอมรับจากการเมืองฝ่ายต่างๆ ค่อนข้างน้อย ถึงไม่ยอมรับเลย ในขณะที่ร้อยละ 23.5 เห็นว่าได้รับความยอมรับค่อนข้างมาก ถึง มากที่สุด

อย่างไรก็ตาม ประชาชนส่วนใหญ่หรือร้อยละ 96.9 อยากเห็นบ้านเมืองสงบสุข และส่วนใหญ่หรือร้อยละ 75.9 เห็นด้วยต่อการนำความขัดแย้งต่างๆ ไปคุยกันในแกนนำฝ่ายการเมือง มากกว่า นำความขัดแย้งมาสู่กลุ่มประชาชน

ที่น่าสนใจคือ เมื่อถามถึงความเชื่อมั่นต่อ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ในการดูแลความสงบ ความมั่นคงของประเทศที่ผ่านมา พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 83.5 ค่อนข้างเชื่อมั่น ถึงเชื่อมั่นมากที่สุด ในขณะที่ร้อยละ 16.5 ไม่ค่อยเชื่อมั่นถึงไม่เชื่อมั่นเลย

ผู้อำนวยการซูเปอร์โพลกล่าวอีกว่า ผลสำรวจครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่า ประชาชนเกือบทุกคนอยากเห็นบ้านเมืองสงบสุขไม่อยากเห็นความขัดแย้งรุนแรงบานปลายเกิดขึ้น แนวทางการป้องกันเหตุไม่พึงประสงค์มีอย่างน้อย 3 ประการ คือ

1. ช่วยกันนำความขัดแย้งเชิงอำนาจการเมือง เช่น การจัดตั้งรัฐบาล การเสนอผู้เป็นนายกรัฐมนตรี และอื่นๆ หาทางออกภายในกลุ่มแกนนำการเมืองเสมือนเป็นสภาแบบไม่เป็นทางการ มากกว่าปล่อยความขัดแย้งมาใส่ในกลุ่มประชาชน เพราะจะควบคุมทิศทางได้ยาก

2. ทุกฝ่ายน่าจะหยุดการเติมเชื้อเพลิงเข้ากองไฟแห่งความขัดแย้ง หยุดข่าวลือ (Stop Rumours) แต่หันมารณรงค์ขับเคลื่อนประเทศเชิงสร้างสรรค์ ด้วยการใช้ถ้อยคำทัศนคติที่ดีต่อกันและหน้าที่พลเมืองที่ดีผ่านการพูดคุยบอกต่อและการพูดคุยในโลกโซเชียลฯ

3. หยุดการกระทำที่ฝ่าฝืนคุณธรรมจริยธรรมทางการเมืองและหยุดฝ่าฝืนเจตจำนงของสาธารณชน ถ้าเป้าหมายหนึ่ง (Goal) อยู่ที่ความสงบมั่นคงของประเทศ วิธีการต่างๆ (Means) ต้องไม่นำไปสู่ความขัดแย้งในหมู่ประชาชนเหมือนที่ฝ่ายต่างๆ กำลังพยายามทำกันอยู่ตอนนี้ ถ้าหากฝืนทำต่อไป อาจจะต้องเหนื่อยกันอีกหลายเท่าตัวและบ้านเมืองก็จะถอยหลังเพราะต้องใช้งบประมาณแผ่นดินจำนวนมหาศาลในการบูรณะฟื้นฟูและเยียวยาประชาชน


กำลังโหลดความคิดเห็น...