xs
xsm
sm
md
lg

“พ่อฟ้า” ให้ปากคำเสร็จ ปลุก! อย่าให้เรื่องนี้เป็นเรื่องของธนาธร แต่เป็นเรื่องกฎหมายไม่เป็นธรรม

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


“ธนาธร” จ้อสื่อหลังให้ปากคำ เผยโดนแจ้ง 3 ข้อหา ยุยงปลุกปั่น-พาผู้ต้องหาหลบหนี-ชุมนุมเกิน 10 คน แต่ขอให้การเป็นลายลักษณ์อักษร เชื่อมั่นบริสุทธิ์ ชมตำรวจเป็นมืออาชีพไม่คุกคาม แต่กังวลเล็กน้อยที่ต้องขึ้นศาลทหาร และทำไมต้อง 1 อาทิตย์หลังเลือกตั้ง ก่อนโดดขึ้นเวทีหลังรถ ปลุกมวลชนอย่าให้เรื่องนี้เป็นเรื่องของธนาธร เพราะเป็นเรื่องของกฎหมายที่ไม่เป็นธรรม มีคนอื่นติดคุกมาก่อนเยอะแยะแล้ว



วันนี้ (6 เม.ย.) เมื่อเวลาประมาณ 12.30 น. ภายหลังให้ปากคำเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ปทุมวันแล้วเสร็จ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ได้เดินออกมาให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวที่เข้าไปรุมล้อมว่า ตนถูกแจ้ง 3 ข้อหา คือ มาตรา 116 ฐานยุยงปลุกปั่น, มาตรา 119 พาผู้ต้องหลบหนี และมาตรา 251 มั่วสุมชุมนุมกันเกิน 10 คนเพื่อประทุษร้าย ซึ่งตามกระบวนการตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหาและตนเองได้ปฏิเสธการให้การในชั้นนี้ และจะให้การเป็นลายลักษณ์อักษรต่อไปซึ่งตามกำหนดไม่เกินวันที่ 15 พ.ค.

ทั้งนี้ นายธนาธรยอมรับว่า วันที่ 24 มิ.ย. 2558 ตนอยู่บริเวณ สน.ปทุมวันจริง ส่วนการชี้แจงข้อกล่าวหาให้รอดูในรายละเอียดที่จะชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษร เราเองก็เชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ใจ แต่ตอนนี้เรื่องอยู่ในชั้นตำรวจ การพูดจาอะไรก็ต้องระมัดระวัง ขอสงวนการให้สัมภาษณ์ใดๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้ เอาไว้ในชั้นของการให้การในศาลดีกว่า

“ผมต้องพูดกับทุกท่านว่าต้องให้ความเป็นธรรมต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ เมื่อสักครู่ผมเดินเข้าไปในกระบวนการวันนี้ทั้งหมด เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำหน้าที่อย่างเป็นมืออาชีพ ไม่มีการคุกคาม ให้เกียรติกับพวกเราดีตลอด ต้องให้ความเป็นธรรมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทุกอย่างเป็นมืออาชีพ อย่างไรก็ตาม ทำไมถึงเป็น 1 อาทิตย์หลังการเลือกตั้ง อันนี้เราตอบไม่ได้ อันนี้เราจะต้องตั้งคำถามต่อไป ส่วนการทำงานตั้งแต่รับหมายเรียกจนถึงตอนนี้ การทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นไปด้วยความเป็นมืออาชีพ ตรงไปตรงมา”

ส่วนจะแจ้งความกลับ พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ ฝ่ายกฎหมายขอ คสช.ที่แจ้งความดำเนินคดีตนในเรื่องนี้หรือไม่นั้น นายธนาธรกล่าวว่า ขอสงวนไว้ก่อน ขอสงวนไว้พิจารณาก่อน และโดยส่วนตัวคงพูดยากว่าได้รับความเป็นธรรมหรือเปล่า แต่เราเชื่อว่าเราบริสุทธิ์ดีกว่า อันนี้เราพูดได้เต็มปาก ที่ผ่านมาทำทุกอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ไม่คิดว่าการต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมเป็นสิ่งที่ผิด เมื่อกฎหมายไม่เป็นธรรมเป็นเรื่องที่ประชาชนต้องลุกขึ้นมาต่อต้าน ข้อกล่าวหาทั้ง 3 ข้อ เรายืนยันว่าบริสุทธิ์ มีข้อกังวลอย่างเดียวเท่านั้น คือ คดีนี้ไม่ได้ขึ้นศาลพลเรือน แต่ต้องขึ้นศาลทหาร อันนี้เป็นข้อกังวลใจนิดหน่อย

นายธนาธรกล่าวอีกว่า ผู้สังเกตการณ์จากสถานทูตต่างประเทศได้สอบถามเกี่ยวกับรูปคดี ทำไมต้องขึ้นศาลทหาร ทำไมถึงล่าช้ามาจนถึงทุกวันนี้ และกระบวนการจะต้องใช้เวลาอีกนานเท่าไหร่ นี่คือข้อสงสัยที่ตัวแทนจากสถานทูตต่างๆ ถามจาก พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. ทั้งนี้ สาเหตุที่ต้องขึ้นศาลทหารเป็นเรื่องทางเทคนิคจริงๆ คงต้องคุยกับผู้รู้ดีกว่า ตนไม่ทราบจริงๆ แต่เป็นคำยืนยันจาก พล.ต.อ.ศรีวราห์ว่าต้องขึ้นศาลทหาร ส่วนว่าทำไมต้องขึ้นศาลทหารเป็นรายละเอียดของกฎหมาย ตนตอบไม่ได้ชัดเจน มีอะไรให้สอบถามทนายความดีกว่า

ส่วนสาเหตุที่คดีล่าช้า นายธนาธรกล่าวว่า พล.ต.อ.ศรีวราห์ได้ชี้แจงตามที่ชี้แจงสื่อมวลชนไปแล้ว นั่นก็คือเป็นเพราะเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบคดีมีการย้ายตำแหน่ง ได้รับการโปรโมตขึ้น หรือว่าเกษียณอายุไป ทำให้มีการเปลี่ยนเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบคดี ทำให้คดีไม่ต่อเนื่อง

หลังจากนั้นนายธนาธรได้เดินฝ่าวงล้อมของสื่อมวลชนไปขึ้นรถแห่ที่จอดอยู่รอ และกล่าวผ่านโทรโข่งต่อหน้ากลุ่มผู้สนับสนุนว่า “ทุกท่านครับ อย่าทำให้เรื่องนี้เป็นเรื่องของธนาธร เพราะมันไม่ใช่เรื่องของธนาธร เรื่องนี้เป็นเรื่องของกฎหมายที่ไม่เป็นธรรม เรื่องนี้มีคนอื่นติดคุกมาแล้วก่อนหน้าธนาธรเยอะแยะไปหมด อย่าทำให้เรื่องนี้เป็นเรื่องของผม เพราะมันไม่ใช่ เป็นเรื่องของคนที่ต่อสู้เพื่อความยุติธรรมของทุกคน ความยุติธรรมที่ทำกับเราคนหนึ่งคือความยุติธรรมที่ทำต่อเราทุกคน จึงอยากฝากไว้ จากนี้ขอให้เราแยกย้ายกันกลับบ้านอย่างสงบ อย่าให้ใครฉวยโอกาสที่เราจะมารวมพลังกัน อย่าให้ใครฉวยโอกาสนี้มาสร้างความวุ่นวาย ขอให้แยกย้ายกันกลับอย่างสงบ ทุกอย่างเดี๋ยวจะแถลงผลบนเฟซบุ๊กให้ทุกคนรู้”











กำลังโหลดความคิดเห็น...