xs
xsm
sm
md
lg

“ธนาธร-ปิยบุตร” เริ่มบททดสอบของจริง อนาคตไม่เหมือนเดิมแล้ว !?

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


เมืองไทย 360 องศา






“ภารกิจยิ่งใหญ่ย่อมต้องมาพร้อมกับความรับผิดชอบเช่นเดียวกัน” คงต้องเริ่มต้นด้วยการลอกคำพูดที่คิดว่าเท่ไม่เบาเหมือนกัน หากจะกล่าวถึงสองนักการเมืองหนุ่มจากพรรคอนาคตใหม่ที่ร้อนแรงอยู่ในเวลานี้อย่าง ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค และ ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค ฝ่ายแรกก่อนที่จะมาเป็นนักการเมืองก็เป็นทายาททุนใหญ่ที่ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ในไทย ส่วนรายหลังเป็นอาจารย์หนุ่มในมหาวิทยาลัย เป็นนักเรียนนอกจบด้านกฎหมายจากฝรั่งเศส

หากพักเอาเรื่องการที่พรรคอนาคตใหม่ได้รับเลือกตั้ง ได้คะแนนมาคิดคำนวณจำนวน ส.ส.จำนวนมากเกินคาดเอาไว้ก่อน แม้ว่านี่คืออานิสงส์จากรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันที่พวกเขาตั้งข้อรังเกียจคิดฉีกทิ้งทั้งฉบับ แล้วร่างใหม่ก็ตาม มาว่ากันถึงแนวโน้มตั้งแต่ปัจจุบันต่อเนื่องไปจนถึงอนาคตว่าทั้งสองคนนี้จะมี “ชะตาชีวิต” ต่อไปอย่างไรกันบ้าง แต่รับรองว่าจะไม่มีทางเหมือนเดิมแน่นอน

เนื่องจากพวกเขากำลังเริ่มบททดสอบครั้งสำคัญแล้ว และจะว่าไปแล้วมันก็เป็นผลจากการคำพูดและการกระทำของตัวเองที่ต่อเนื่องมาจากอดีตมาจนถึงปัจจุบัน และจะต่อเนื่องไปจนถึงอนาคตในวันข้างหน้า

แน่นอนว่าสำหรับการเป็น “ฝ่ายซ้าย” สำหรับหลายคนที่เริ่มสนใจการเมืองตั้งแต่วัยหนุ่มสาว ตั้งแต่ยุคเป็นนักศึกษาชั้นปีที่หนึ่ง ชั้นปีที่สอง ในบางยุคในอดีตตั้งแต่ 14 ตุลาคม 2516 ต่อเนื่องมาจนถึง 6 ตุลาคม 2519 ที่มีการต่อสู้ระหว่างอุดมการณ์เข้มข้น ซ้าย-ขวา อนุรักษนิยม ก้าวหน้า ล้าหลัง พวกกฎุมพี ศักดินา เป็นต้นแล้ว แต่จะประดิดประดอยคำพูดให้ฟังดูแล้วมันกินใจ หรือรู้สึกเท่มีภูมิอะไรประมาณนั้น ทั้งที่มันเป็นไปได้แค่อุดมคติเท่านั้น เพราะสังคมนิยมคอมมิวนิสต์มันไม่มีอยู่จริง แต่สำหรับเด็กๆ รุ่นใหม่ ที่เพิ่งได้อ่านตำราทางรัฐศาสตร์เบื้องต้น ก็รู้สึกร้อนวิชาวูบวาบไปหมดทั้งกาย

แต่ถึงอย่างไรการตื่นตัวทางการเมือง การสนใจเรื่องความไม่เป็นธรรม ความเหลื่อมล้ำในสังคมเป็นเรื่องที่ดีมากสำหรับเด็กรุ่นใหม่ เพราะพวกเขาเป็นอนาคตของชาติที่ต้องมารับช่วงต่อ ดีกว่าบ้าแฟชั่น บ้าแต่งตัวนิยมแบรนด์เนมไปวันๆ การตื่นตัวของบรรดานักศึกษาที่ออกมาใช้สิทธิการเลือกตั้งในครั้งล่าสุดนี้เป็นจำนวนหนาตาถือเป็นเรื่องที่น่าชื่นชมยินดีไม่น้อย

แต่สำหรับ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และ ปิยบุตร แสงกนกกุล นาทีนี้กำลังเริ่มเข้าสู่บททดสอบอย่างสำคัญและเข้มข้น และยังส่งผลต่ออนาคตทั้งทางการเมืองและสถานะในวันข้างหน้าอีกด้วย แต่ในเมื่อเลือกเดินในเส้นทางที่ “น่าหวาดเสียว” แบบที่เป็นมันก็ต้องยอมรับสภาพให้ได้ และต้องยอมรับความจริงให้ได้

ที่ผ่านมา ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อาจเป็น “นายทุนหนุ่ม” เป็นทายาททุนใหญ่ อาจรับรู้กันในวงแคบๆ ว่า เป็น “คนรวยที่เห็นใจคนจน” มีจุดขายแบบนี้มานาน เคยมีประวัติเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ให้ทุนสนับสนุนนิตยสาร “ฟ้าเดียวกัน” ที่วิพากษ์สังคมชนชั้น วิพากษ์สถาบันพระมหากษัตริย์มานาน แต่ขณะเดียวกัน ก็ได้รับข้อมูลอีกด้านจาก “ใจ อึ้งภากรณ์” ลูกชายของ “ป๋วย อึ้งภากรณ์” ที่ตอกย้ำข้อมูลในเรื่องการ “กดขี่แรงงาน” ของบริษัทผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ของ ธนาธร มาอย่างต่อเนื่อง ถึงขั้นระบุว่า “เป็นนักสร้างภาพ” หรือแม้แต่คนกันเองอย่าง “ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์” อาจารย์จากมหาวิทยาลัยเกียวโต ถึงขั้นเคยโพสต์ว่า “น่าขยะแขยง” มาแล้ว

แต่แน่นอนว่าบทบาทในอดีตของ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อาจจะแหลมคม และได้รับชื่นชมจากลกุ่มคนในกลุ่มแคบๆ มีความเป็นส่วนตัว มีฐานะนักวิจารณ์สังคม สื่อก็อาจจะติดตามสนใจบ้างเป็นครั้งเป็นคราว แต่มาถึงตอนนึ้สถานะได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว เขาได้กลายเป็นนักการเมืองเต็มตัว แล้ว กลายเป็นบุคคลสาธารณะ ต้องถูกตรวจสอบ ขุดคุ้ยทุกเม็ด ที่สำคัญในนั้นแม้จะมองว่าอาจมีการ “กลั่นแกล้งทำลาย” ปะปนไปด้วย ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดา แต่ขึ้นอยู่กับว่า เขาเป็น “ของจริง” ที่ไม่กลัวการพิสูจน์หรือไม่

เหมือนกับที่ในเวลานี้เขากำลังถูกไล่สอบ ขุดคุ้ยทั้งในเรื่องถูกดำเนิคดีอาญาตามมาตรา 116 ฐานยุยงปลุกปั่นที่เคยเกิดขึ้นในอดีต คดีที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง เป็นต้น

แต่ที่น่าเป็นห่วงไม่น้อยก็คือ กรณีการโอนหุ้นสื่อในชื่อบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ว่าได้โอนก่อนหรือหลังวันรับสมัคร ส.ส.กันแน่ เพราะจากการชี้แจงของ ธนาธร มีพิรุธหลายอย่าง เช่น บอกว่าได้โอนหุ้นให้แม่ไปหมดแล้ว พร้อมทั้งบอกว่ากำลังจะปิดบริษัท แต่ล่าสุดกลับมาแจงใหม่ว่าสาเหตุที่ยังมีจำนวนผู้ถือหุ้นครบ 10 คนเหมือนเดิม เพราะแม่ได้โอนต่อให้ “หลานอีกสองคน”

อย่างไรก็ดี มันก็ยังน่าสงสัยตามมาอยู่ดี ว่า ก็ไหนว่าจะปิดบริษัทแล้ว ทำไมยังต้องโอนกันไปมาให้คนโน้นคนนี้อีกเพื่อให้ครบ 10 คนตามเอกสารที่สำนักข่าว “อิศรา” ได้ไปขุดคุ้ยมาหรือไม่ ซึ่งในกรณีนี้ล่าสุดทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนในเรื่องนี้แล้ว

ขณะที่ ปิยบุตร แสงกนกกุล ก็กำลังมีชะตากรรมไม่แพ้กัน เพราะจากคำพูดและการเคลื่อนไหวในอดีตกำลังถูกตรวจสอบ สอบเค้นว่าเขากำลังมี “ทัศนคติที่เป็นอันตรายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์” หรือไม่ ซึ่งก็ไม่ต่างจาก ธนาธร จึงรุ่งเรื่องกิจ ที่ก่อนหน้านี้เคยพูดอะไรวิจารณ์ได้อย่างรุนแรง แต่ยังไม่เคยถูกเค้นแบบเอาจริงเอาจังเหมือนกับในเวลานี้ และเสี่ยงที่จะถูกดำเนินคดีอาญาหลายคดี และในเมื่อพวกเขาเติบโตได้รับความนิยมมาจากโลกโชเชียล อีกด้านหนึ่งก็กำลังกลายเป็นว่าหลักฐานทุกเม็ดที่เคยพูด เคยทำกำลังถูกบันทึกและเปิดโปงออกมาแบบละเอียดยิบเช่นเดียวกัน

ดังนั้น หากให้สรุปอีกทีสำหรับ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และ ปิยบุตร แสงกนกกุล สองคู่หูแห่งอนาคตใหม่จะมีชะตากรรมในอนาคตอย่างไรกันแน่ เพราะการพิสูจน์และการตรวจสอบอย่างละเอียดกำลังเริ่มต้นเท่านั้น !!


กำลังโหลดความคิดเห็น...