xs
xsm
sm
md
lg

สัญญาณแรงชัด"บิ๊กกองทัพ"สกัดจุดไฟก่อสงคราม-ล้มเจ้า !!

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


เมืองไทย 360 องศา





คำแถลงแบบตั้งใจพูดของ "บิ๊กแดง"พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก และในฐานะเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และที่สำคัญยังพูดในฐานะผู้นำหน่วยเฉพาะกิจทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ 904 ที่เน้นย้ำระหว่างการกล่าวสรุปสถานการณ์ส่งไปถึงประชาชนคนไทย และสื่อมวลชน ที่กองพลที่ 1 รักษาพระองค์(พล.1 รอ.)เมื่อวันอังคารที่ 2 เมษายนที่ผ่านมา ถือว่าเป็นอีกครั้งที่เข้มข้นชัดเจนในเนื้อหาและเป้าหมาย เพื่อขัดขวางความพยายามของคนบางกลุ่มที่จะสร้างวาทกรรมประชาธิปไตย-เผด็จการให้เกิดการแตกแยกเกลียดชังเพื่อให้กระแสความวุ่นวายนำไปสู่สงครามกลางเมือง โดยเฉพาะคนบางกลุ่มที่เรียกว่า"พวกซ้ายจัด"มีแนวความคิด "ดัดจริต"ที่จะพยายามเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุขไปเป็นระบอบอื่นตามแบบของต่างชาติ

ผู้บัญชาการทหารบก ยังเน้นย้ำไปถึง"คนบางคน"ที่ไม่ยอมรับกติกา ไม่ยอมรับกระบวนการยุติธรรม หลบหนีออกประเทศ แล้วมากล่าวหาโจมตี ขณะที่อีกหลายคนที่ทำผิดพลาด มีความผิดแต่พวกเขาเหล่านั้นก็ยอมรับกติกา มีน้ำใจนักกีฬา

แน่นอนว่านี่เป็นคำพูดที่"แรง"ที่เจ้าตัวก็ยอมรับ แต่หากพิจารณาอย่างละเอียดทุกคำพูดของ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ถือว่ามีเจตนาสื่อสารออกไปโดยตรง และใช้จังหวะพูดในช่วงนี้โดยย้ำว่าหลังจากนี้จะไม่พูดอีกจนกว่าจะเสร็จสิ้นงาน"พระราชพิธี"

คำพูดของ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ สอดรับกับ"สาร"ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีที่ระบุว่ามี"ขบวนการปลุกระดม"ให้เกิดความวุ่นวาย ทั้งท่าทีและคำพูดของบุคคลดังกล่าว สะท้อนให้เห็นว่ากำลังมีขบวนการปลุกปั่นให้เกิดความวุ่ยวายปั่นป่วนขึ้นมาในบ้านเมือง ซึ่งน่าสนใจก็คือในช่วงเวลานี้เป็นช่วงวันมหามงคล ที่กำลังจะมีพระราชพิธีสำคัญเกิดขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

อย่างไรก็ดียังมีบางเหตุการณ์สำคัญที่บังเอิญสอดคล้องกันอีกนั่นก็คือ ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 28 มีนาคม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พร้อมด้วยผู้บัญชาการทุกเหล่าทัพ และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้เรียงแถวแถลงยืนยันถึงเหตุผลที่ต้องมีการถอดชื่อ ทักษิณ ชินวัตร ออกจากการเป็นศิษย์เก่าดีเด่น และเรียกคืนรางวัลเกียรติยศจักรดาวที่ได้รับเมื่อปี 2534 โดย พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ให้เหตุผลว่าเป็นเพราะมี"พฤติกรรมจาบจ้วง ไม่รู้ที่ต่ำที่สูง"

ขณะเดียวกันเมื่อมาพิจารณาจากคำพูดของ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ที่เน้นให้เห็นในสองสามประเด็นหลัก นั่นคือ เศรษฐีผู้มีอำนาจบางคนทำผิดถูกศาลตัดสินแล้วไม่ยอมรับกติกา หลบหนีออกประเทศและโจมตีกระบวนการยุติธรรม และ พวกนักเรียนนอกบางคนที่คิดจะเปลี่ยนแปลงการปกครองแบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุขไปเป็นระบบอื่นตามอย่างต่างชาติ รวมทั้งชี้ให้เห็นถึงขบวนการปลุกปั่นให้เกิดความว่นวายเป็น"สงครามกลางเมือง"เหมือนที่เคยเกิดขึ้น ซึ่งพวกนักเรียนนอกพวกนี้หากสังเกตจะเห็นว่าเป็นแกนนนำของ"บางพรรคการเมือง"ที่อยู่ฟากเดียวกันที่มีทัศนคติที่เป็น"อันตรายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และกำลังถูกสังคมเริ่มกดดันแรงขึ้นเรื่อยๆเช่นเดียวกัน

แม้ว่านาทีนี้จะไม่ได้เอ่ยชื่อกันตรงๆว่าใครอยู่เบื้องหลังขบวนการ"ปลุกปั่น"ที่กำลังก่อตัว โดยพยายามสร้างกระแสปลุกระดมกับกลุ่มนักศึกษาที่ยังไร้เดียงสาทางการเมือง และเป็นพลังของคนรุ่นใหม่ที่มีความร้อนแรง"โน้มน้าว"ได้ง่ายมาเป็นเครื่องมือ

ประกอบกับการเคลื่อนไหวกลุ่มการเมืองหน้าเดิมที่เคยเกาะเกี่ยวกันมาตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้ง และต่อเนื่องหลังการเลือกตั้งที่รับรู้ผลว่าพรรคเพื่อไทยและพรรคพันธมิตรไม่สามารถเอาชนะแบบทิ้งขาดเหมือนเช่นทุกครั้ง ทำให้ยังไม่อาจรวบรวมเสียงข้างมากเพียงพอสำหรับเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีหรือฟอร์มรัฐบาลได้ ซึ่งทำให้มีแนวโน้มสูงว่าจะต้องกลายเป็นฝ่ายค้าน ทำให้ถูกจับตาว่ากำลังมีความพยายามจากคนบางคน โดยเฉพาะเมื่อได้เห็นสัญญาณจากคำพูดของ ทักษิณ ชินวัตรที่ย้ำว่า"อย่ายอมแพ้" ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับการ"ปลุกระดมสร้างความปั่นป่วน"ที่ว่านั้นหรือไม่

ดังนั้นหากพิจารณาจากคำพูดของ ทั้งผู้บัญชาการทหารสูงสุด ต่อเนื่องมาจนถึง พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บุญชาการทหารบก ที่ใช้คำพูดแบบ"แรง"จะขัดขวางขบวนการปลุกปั่นให้เกิดสงครามกลางเมือง และมีเจตนา"ล้มเจ้า"ในครั้งนี้ถือว่าได้รับรู้"พิกัดหัวโจก"ว่าเป็นใคร และเคลื่อนไหวอยู่ที่ไหนบ้าง อีกทั้งที่ผ่านมาก็มีการเปิดหน้าเปิดาออกมาให้เห็นชัดเจนกันอยู่แล้วอยู่ที่ว่าจะเปิดเกมโต้กลับอย่างไรเท่านั้นเอง แต่ถือว่านาทีนี้แรงชัดจัดเต็มแล้ว !!


กำลังโหลดความคิดเห็น...