xs
xsm
sm
md
lg

มาแล้ว กม.กำหนดเขตที่ดินเวนคืนพื้นที่บางส่วน ต.อาจสามารถ จ.นครพนม สร้าง “ศูนย์ขนส่งชายแดน” มูลค่า 846 ล้าน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


มาแล้วกฎหมายกำหนดเขตที่ดินเวนคืนเขตที่ดินสร้าง “ศูนย์การขนส่งชายแดน” ในท้องที่ ต.อาจสามารถ จ.นครพนม มูลค่า 846 ล้าน พื้นที่รวม 115 ไร่ 1 งาน 34 ตารางวา ตามโครงการศูนย์การขนส่งขายแดน จ.นครพนม คาดว่าใช้เวลาก่อสร้าง 2 ปีแล้วเสร็จ หรือเปิดให้บริการราวปี 2564 -2565 รองรับการเปิดให้บริการรถไฟทางคู่ ช่วงบ้านไผ่ (จ.ขอนแก่น) -นครพนม

วันนี้ (26 มี.ค.) แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า กระทรวงคมนคาคมเตรียมออกประกาศพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืน ในท้องที่ตำบลอาจสามารถ อำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม พ.ศ. ... ภายหลัง ครม.เห็นชอบไปเมื่อ 19 มี.ค. ซึ่งมีสาระสำคัญเป็นการกำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนเพื่อสร้างศูนย์การขนส่งชายแดนจังหวัดนครพนม ตามโครงการศูนย์การขนส่งขายแดนจังหวัดนครพนม

ทั้งนี้ เพื่อให้เจ้าหน้าที่หรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากเจ้าหน้าที่มีสิทธิเข้าไปดำเนินการสำรวจที่ดินหรืออสังหารมทรัพย์อย่างอื่น และเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ที่จะต้องเวนคืนที่แน่นอน ตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาเพื่อดำเนินการ

นอกจากนี้ยังมีความเห็นจากหหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เห็นควรให้ความสำคัญกับการพิจารณาผลกระทบด้านการระบายน้ำภายหลังจากการก่อสร้าง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเรื่องการระบายน้ำในพื้นที่บริเวณดังกล่าวในอนาคต และควรให้กรมการขนส่งทางบก ประสานการรถไฟแห่งประเทศไทย ในส่วนของการกำหนดแผนดำเนินโครงการรถไฟทางคู่สายใหม่ ช่วงบ้านไผ่-นครพนม ให้มีความสอดคล้องกับการดำเนินโครงการก่อสร้างศูนย์การขนส่งชายแดนจังหวัดนครพนม เพื่อสนับสนุนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการขนส่งทางถนนสู่ระบบรางได้อย่างมีประสิทธิภาพและไร้รอยต่อ รวมทั้งก่อให้เกิดผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจในด้านต่างๆ ทั้งในด้านการลดระยะเวลาและค่าใช้จ่ายในการขนส่งสินค้าได้ตามเป้าหมายที่ประมาณการไว้

นอกจากนี้ การดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของการเวนคืนตามร่างพระราชกฤษฎีกานี้ จะต้องเป็นการเวนคืนเพื่อประโยชน์ในการสร้างศูนย์การขนส่งชายแดน ตามโครงการศูนย์การขนส่งชายแดน จังหวัดนครพนม อันเป็นการดำเนินการเพื่อกิจการสาธารณูปโภคหรือเป็นการดำเนินการเพื่อประโยชน์สาธารณะเท่านั้น ทั้งนี้ ตามมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญแห่ราชอาณาจักรไทย และมาตรา 5 แหงพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2530 โดยไม่อาจดำเนินการในเชิงพาณิชย์ได้ ไปพิจารณา

ที่ผ่านมา กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) กระทรวงคมนาคม ได้กำหนดรายละเอียดการจัดกรรมสิทธิ์ โดยให้เอกชนร่วมลงทุนในรูปแบบ PPP Net Cost ภาครัฐเป็นผู้ลงทุนค่าที่ดินค่าก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานส่วนกลางและอาคารที่ภาครัฐใช้ประโยชน์ค่าควบคุมงานก่อสร้างและบำรุงรักษาโครงสร้างพื้นฐานรายปีในส่วนอาคารที่ภาครัฐใช้ประโยชน์ ขณะที่เอกชนลงทุนค่าก่อสร้างองค์ประกอบอาคารที่ก่อให้เกิดรายได้เครื่องมือและอุปกรณ์รวมทั้งบำรุงรักษาโครงการฯ รวมถึงรับความเสี่ยงด้านรายได้และจ่ายค่าสัมปทานให้ภาครัฐตลอดเวลา 30 ปี นับจากที่เปิดให้บริการ

โดยเตรียมเร่งจ่ายค่าทดแทนสำหรับผู้ที่โดนผลกระทบในการเวนคืนให้แล้วเสร็จ เพื่อเตรียมเข้าพื้นที่ก่อสร้าง คาดว่าใช้เวลาก่อสร้าง 2 ปีแล้วเสร็จ หรือเปิดให้บริการราวปี 2564 -2565 รองรับการเปิดให้บริการรถไฟทางคู่ ช่วงบ้านไผ่ (จ.ขอนแก่น)-นครพนม

สำหรับศูนย์การขนส่งชายแดน จ.นครพนม มูลค่าก่อสร้าง 846.23 ล้านบาท อยู่ในพื้นที่รวม 115 ไร่ 1 งาน 34 ตารางวา ตั้งอยู่ ต.อาจสามารถ อ.เมืองนครพนม ด้านทิศใต้ของด่านพรมแดนและด่านศุลกากรนครพนม ใกล้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 212 และอยู่ห่างสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3 ราว 1.5 กม. เชื่อมต่อระบบการขนส่งจากทางถนนไปสู่ทางรถไฟร่วมกับโครงการรถไฟทางคู่สายบ้านไผ่-นครพนม รองรับการขนส่งสินค้าจากทางตอนใต้ของประเทศจีน อาทิ มณฑลกว่างสี และเมืองกว่างโจว และทางตอนเหนือของประเทศเวียดนามกับภูมิภาคต่างๆ ของประเทศ รองรับกิจกรรมการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศบนเส้นทางสาย R12 (ไทย-ลาว-เวียดนาม-จีนตอนใต้) ที่ปัจจุบันมีรถบรรทุกขนส่งสินค้าจากนครพนมข้ามสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 3 นครพนม-คำม่วน เพื่อไปยังจีนตอนใต้ โดยเฉพาะสินค้าเกษตร พืช ผักและผลไม้สด ทำให้การขนส่งสะดวก และประหยัดต้นทุนมากขึ้น

นอกจากนี้ยังเป็นศูนย์รวบรวมและกระจายสินค้าตู้คอนเทนเนอร์หรือสินค้าบรรจุหีบห่อ ให้บริการเบ็ดเสร็จในจุดเดียว รองรับการเปลี่ยนรูปแบบการขนส่งจากถนนสู่ระบบรางผ่านเส้นทางรถไปทางคู่สายบ้านไผ่-นครพนม โดยมีกิจกรรมหลัก ได้แก่ การเปลี่ยนหัวหางลากพ่วงรถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ ให้บริการยกขนตู้สินค้าให้บริการเช่าใช้พื้นที่อาคารรวบรวมและกระจายสินค้า อาคารคลังสินค้าตลอดจนการพัฒนาและให้บริการสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาระบบการขนส่งและโลจิสติกส์



กำลังโหลดความคิดเห็น...