xs
xsm
sm
md
lg

“สนธิรัตน์” ยังมั่นใจ พปชร.รวมเสียงข้างมากได้ เปรยแมวดำตัดหน้า “บิ๊กตู่” กำลังไล่จับ “หนู”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ
“สนธิรัตน์” ยังมั่นใจ พปชร.รวมเสียงข้างมากจัดตั้งรัฐบาลได้ ย้ำจุดยืน “บิ๊กตู่” ต้องเป็นนายกฯ เท่านั้น มองเหตุการณ์แมวดวิ่งตัดหน้านายกฯ เป็นมงคล เปรยกำลังจะจับหนูได้ เมินวิจารณ์ “เสี่ยหนู” เปลี่ยนรูปโปรไฟล์เป็นพริกสีแดง

วันนี้ (26 มี.ค.) นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาลว่า ขณะนี้ทุกอย่างกำลังเดินหน้าไป และมั่นใจว่าจะรวมคะแนนเสียงได้ในเวลาไม่นาน ขอให้ได้มีการพูดคุยกันก่อน ส่วนกระแสข่าวที่บอกว่ามีการพูดคุยจัดตั้งรัฐบาลที่มูลนิธิป่ารอยต่อฯ หรือในค่ายทหารนั้น มีคำยืนยันจากนายกรณ์ จาติกวณิช รักษาการรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ได้ออกมาปฏิเสธแล้ว แสดงว่าไม่ใช่เรื่องจริง เพราะพูดคุยกันข้างนอกน่าจะสะดวกกว่า ที่สำคัญไม่จำเป็นจะต้องมีผู้ใหญ่ในรัฐบาลมาร่วมพูดคุยในการรวมเสียงครั้งนี้ โดยย้ำว่ามติของพรรคพลังประชารัฐมอบหมายให้หัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคเป็นผู้เดินหน้าพูดคุยและกำลังทำหน้าที่นี้อยู่

“ตอนนี้ได้มีการประสานพูดคุยกับพรรคการเมืองแล้ว แต่ขอสงวนชื่อไว้ก่อน” นายสนธิรัตน์ระบุ

นายสนธิรัตน์กล่าวถึงกรณีที่คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การหาเสียงพรรคเพื่อไทย ออกมาโต้แย้งว่าพรรคที่ได้ ส.ส.มากกว่าควรได้เป็นฝ่ายจัดตั้งรัฐบาลว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้แก้ปัญหาพวกมากลากไป ต้องเคารพเสียงทุกเสียงของประชาชน ไม่ว่าเสียงที่ลงไปจะได้รับการสนับสนุนหรือไม่ แล้วเมื่อนำเสียงที่ได้รับการสนับสนุนของทั้งประเทศมารวมกันในสัดส่วนของ ส.ส.พึงมี นี่คือหลักการที่ชอบธรรม ที่สำคัญพรรคพลังประชารัฐมีความแตกต่างจากพรรคอื่น เพราะได้ ส.ส.ทั่วทุกภาคของประเทศ รวมถึง กทม. ขณะที่บางพรรคไม่มี ดังนั้น เสียงที่ได้รับความไว้วางใจสะท้อนความต้องการของประชาชน ส่วนที่นั่ง ส.ส.เป็นเรื่องของพรรคที่มีภาคนิยมจะมี ส.ส.ในภาคนั้นมากและเป็นปัญหาที่เคยเกิดขึ้นมาในอดีต ทำให้ ส.ส.บัญชีรายชื่อไม่มีเลย พรรคจึงเคารพเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ยืนยันว่าเสียงประชาชนสนับสนุนพรรคเรา

“ประเด็นหลักคือ พรรคที่เป็นรัฐบาลหรือร่วมรัฐบาลจะต้องมีเสียงสนับสนุนมากเพียงพอ ใครรวมเสียงได้มากก็สามารถตั้งรัฐบาลได้ นั่นคือความชอบธรรมที่แท้จริง ทั้งนี้ ไม่ขอเปิดเผยว่าได้พูดคุยกับพรรคภูมิใจไทยแล้วหรือยัง เพราะคุยกับหลายพรรค” นายสนธิรัตน์กล่าว

ส่วนข้อเสนอของพรรคเพื่อไทยที่เสนอให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี หากยอมเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทยนั้น นายสนธิรัตน์กล่าวว่า ถือเป็นสิทธิของพรรคที่จะเสนอ เพียงแต่พรรคพลังประชารัฐไม่ใช้วิธีการแบบนี้ เพราะพรรคเคารพสิ่งที่ได้หาเสียงกับประชาชนไว้ว่าจะเสนอ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี และเมื่อหลังการเลือกตั้งก็ยังคงยืนยันเจตนารมณ์เดิม หากใครจะร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐก็ต้องเสนอ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรี เราจะไม่เอาตำแหน่งนายกฯ ไปมอบให้กับใคร เราเคารพสิทธิของพี่น้องประชาชนที่เลือกพรรคพลังประชารัฐและเลือก พล.อ.ประยุทธ์ ในขณะที่รณรงค์หาเสียง เราจะไม่เป็นพรรคที่เมื่อได้เป็นผู้นำแล้วจะเอาตำแหน่งนายกฯ ไปแลกเพื่อต้องการเป็นรัฐบาล จุดยืนของพรรคเป็นประชาธิปไตยชัดเจนและเคารพในการหาเสียงกับพี่น้องประชาชน และยอมรับว่าพรรคเราพูดคุย มีทิศทางที่เป็นบวก แต่เร็วเกินไปที่จะตอบเรื่องของการแบ่งโควตารัฐมนตรีเพราะยังมีเวลา

เมื่อถามว่ารวบรวมได้ถึง 280 เสียงหรือไม่ นายสนธิรัตน์กล่าวว่า ขอตอบว่าเรามั่นใจ ไม่ต้องรีบเพราะยังมีเวลา ต้องรอดูอีกหลายอย่าง แต่ภาพรวมเป็นไปในทิศทางบวก พร้อมยืนยันว่าพรรคพลังประชารัฐมั่นใจจะดำเนินการได้ตามที่พรรคประสานไว้ และยังมีเวลาอีกเป็นเดือนในการจัดตั้งรัฐบาลซึ่งได้ถึงเดือน พ.ค. ตกลงกันได้เมื่อไหร่ก็จะแถลงข่าวทันที

นายสนธิรัตน์ยังกล่าวถึงการเลือกตั้งซ่อมในพื้นที่ต่างๆ ว่ายอมรับมีเสียงร้องเรียนในบางพื้นที่ และเป็นเรื่องใหญ่ต้องรอให้ กกต.สรุปว่าผลการเลือกตั้งในบางเขตที่มีปัญหาจะเป็นอย่างไร ซึ่งจะมีผลต่อคะแนนโดยตรงของเขตและจะมีผลต่อการคิดคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อด้วย อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 26 มี.ค. พรรคพลังประชารัฐเตรียมปล่อยคาราวานขอบคุณคะแนนเสียงจากพี่น้องประชาชนชาวกรุงเทพฯ จะนำผู้สมัครของกรุงเทพและผู้บริหารพรรคขึ้นรถแห่ขอบคุณพี่น้องประชาชน ในเวลา 09.00 น. ส่วน พล.อ.ประยุทธ์จะลงพื้นที่เพื่อไปขอบคุณประชาชนหรือไม่นั้น นายสนธิรัตน์กล่าวว่า เราไม่มีแผนนั้น เพราะท่านได้ฝากขอบคุณมาแล้ว และตัวท่านเองก็ขอบคุณพี่น้องประชาชนแล้ว

เมื่อถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ทราบเรื่องของการที่พรรคพลังประชารัฐรวบรวมเสียงเพื่อจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ นายสนธิรัตน์กล่าวว่า รู้ว่าเรากำลังประสาน มีความคืบหน้าเป็นอย่างไรจะเรียนให้ทราบทันที ท่านให้อิสระในการทำงาน
เมื่อถามว่ามีแมวดำเดินตัดหน้านายกรัฐมนตรีมีนัยสำคัญอย่างไร นายสนธิรัตน์กล่าวว่า แมวดำไม่ได้ตัดหน้า อยู่ห่างจากนายกรัฐมนตรี และมองว่าเป็นแมวที่กำลังวิ่งไล่จับหนู ถือว่าเป็นมงคลเพราะ “แมวกำลังจะจับหนูได้”

เมื่อถามว่าแมวสีดำมีนัยอะไรหรือไม่ นายสนธิรัตน์กล่าวทันทีว่า แมวไม่ว่าจะสีอะไร ขอให้จับหนูได้ก็พอ และเมื่อถามต่อว่านายอนุทินเปลี่ยนรูปโปรไฟล์เป็นรูปพริก นายสนธิรัตน์มองว่า กำลังจะสื่อสารว่ามีความแซ่บ มีรสชาติ ไม่น่าจะหมายถึงการพลิกเกม ส่วนกรณีที่มีความเป็นห่วงเรื่องงูเห่าจะเข้ามาร่วมจับหนู งูกับแมวใครจะได้กินหนูก่อนกันเราอย่าไปตีความกันเอง มันจะปวดหัว


กำลังโหลดความคิดเห็น...