xs
xsm
sm
md
lg

“ธนาธร”ขอบคุณทุกคะแนนเสียงคือพลังเปลี่ยนแปลง ลั่นต้องเดินต่อสู่ประชาธิปไตย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


MGR Online - “ธนาธร”ขอบคุณทุกคะแนนเสียง ชี้เป็นพลังความเปลี่ยนแปลง แต่การเลือกตั้งยังไม่ใช่จุดจบ ยังต้องใช้เวลาเดินสู่ประชาธิปไตย ย้ำโอนหุ้นสื่อให้แม่ 1 เดือนก่อนลงสมัคร ส.ส.ไม่กังวล พร้อมชี้แจง

วันนี้ (24 มี.ค.) ที่อาคารไทย ซัมมิต ถ.เพชรบุรีตัดใหม่ เมื่อเวลา 18.00 น. นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค ร่วมกันแถลงหลังการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเสร็จสิ้น โดยนายธนาธร กล่าวว่า วันนี้ตนก็ต้องขอขอบคุณประชาชนทุกคนที่มีส่วนร่วมของการสร้างประวัติศาสตร์ประเทศไทย ของการเลือกตั้งครั้งนี้เพื่อกำหนดอนาคตของประเทศไทยไปอีกนาน ว่าประเทศไทยจะเดินต่อไปอย่างไร ทั้งทางเศรษฐกิจ และการเมือง ตนก็ต้องขอขอบคุณทุกเสียง ทุกกำลังใจที่มอบให้กับพวกเรา ในฐานะหัวหน้าพรรค ตัวแทนของกรรมการบริหารพรรค ตัวแทนของผู้สมัคร ส.ส.พรรค ทั้งแบบเขตและแบบบัญชีรายชื่อ ตนขอขอบคุณประชาชนอีกครั้งที่ไว้ใจเราที่สนับสนุนพวกเรามาตลอดการเดินทางครั้งนี้

"สิ่งที่ผมอยากจะบอกก็คือ การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ใช่จุดจบ ไม่ใช่เส้นชัยของการเดินทาง แต่การได้มาซึ่งประชาธิปไตยที่ยั่งยืน ซึ่งความเป็นธรรมในสังคมยังต้องใช้เวลาในการเดินหน้าต่อไปอีก นี่ไม่ใช่จุดสิ้นสุด ผมอยากขอเชิญชวนคนไทยทุกคนให้ทำงานร่วมกับพวกเราต่อไป เริ่มตั้งแต่พรุ่งนี้ อาทิตย์หน้า จะมีงานที่จะต้องทำอีกเยอะ การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งที่สำคัญของการนำมาซึ่งประชาธิปไตยที่ยั่งยืนของสังคมเท่านั้น ร่วมงานกันต่อไปจนกว่าจะถึงวันนั้น ผมขอขอบคุณทุกเสียง ทุกศรัทธา ที่มอบให้กับพวกเรา ทั้งวันนี้และในการเดินทางของพวกเรา 1 ปีที่ผ่านมา ขอบคุณทุกคนอีกครั้ง" นายธนาธร กล่าว

ด้านนายปิยบุตร กล่าวว่า พรรคอนาคตใหม่ต้องขอบคุณทุกคนที่มาใช้สิทธิ์กันอย่างถล่มทลายนี่คือนิมิตหมายที่ดีของการเมืองไทย และเป็นไปได้ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะมีผู้มาใช้สิทธิ์มากที่สุดในประวัติศาสตร์ นอกจากนี้ตนอยากจะให้กำลังใจคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และเจ้าหน้าที่ทุกระดับ วันนี้เป็นวันที่ทำงานสาหัสจริงๆ เพราะเราไม่ได้เลือกตั้งมา 8 ปีก็เป็นไปได้ว่าบางหน่วยอาจยังไม่คุ้นชิน มีความผิดหลงกันบ้าง แต่ก็ตั้งใจทำงานได้อย่างดี อยากจะฝากการเลือกตั้งครั้งนี้สำคัญอย่างยิ่ง บ้านเมืองจะไปต่อได้หรือไม่ กกต.มีบทบาทสำคัญ ถ้าเราทำให้การเลือกตั้งเสรีและเป็นธรรมได้ สะท้อนความต้องการของประชาชนได้อย่างแท้จริง ตนคิดว่าบ้านเมืองเรากำลังจะมีทางออกกลับเข้าไปสู่ประชาธิปไตยได้

นายปิยบุตร ยังกล่าวถึงกรณีที่มีข่าวระบุ นายณัฏฐ์ เล่าสีห์สวกุล รองเลขาธิการกรรมการการเลือกตั้ง อ้างบัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรที่มีปัญหาเรื่องขนส่งหากส่งมาเลยกำหนดปิดหีบเลือกตั้งจะเป็นบัตรเสีย ว่า พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ม.114 ระบุว่าบัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรถ้ามาช้าจะถือเป็นบัตรเสียก็ต่อเมื่อบัตรที่มาช้ามีพฤติการณ์ที่ส่อว่าจะทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตและไม่เป็นธรรม ถ้าหากบัตรที่มาช้าเป็นเรื่องการเดินทางที่มาช้าไม่ได้มีเจตนาที่จะทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นธรรมบัตรก็ไม่ได้เสีย เพราะฉะนั้นอยากให้ประชาชนสบายใจโดยเฉพาะผู้ที่อยู่ต่างประเทศที่อยากมาใช้สิทธิ์และลงคะแนนไว้ที่นอกราชอาณาจักร

เมื่อถามถึงคะแนนเสียงที่คาดว่าจะได้ นายปิยบุตร กล่าวว่า ให้รอดูผลเลือกตั้ง เพราะว่าเท่าที่ดูเอ็กซิท โพลล์ของแต่ละสำนักไม่เหมือนกัน ส่วนนึงมาจากกฏหมายการเลือกตั้งไม่อนุญาตให้ทำเอ็กซิท โพลล์ แบบแท้จริง คือถามหน้าคูหา

เมื่อถามถึงกรณีการโอนหุ้นสื่อมวลชน นายธนาธร กล่าวว่า ตนและภรรยาได้ขายหุ้นให้กับครอบครัวก่อนที่จะมีการรับสมัคร ส.ส.เป็นเวลา 1 เดือน เรื่องนี้ก็ไม่ได้มีความกังวลใจอะไร ถ้าเกิดว่าเรื่องอะไรสงบลงก็อาจจะชี้แจงอีกทีก็ได้ ถ้าสังคมยังสงสัยอยู่ เมื่อถามต่อว่า ทำไมเอกสารที่นายธนาธร ชี้แจง กับที่สำนักข่าวอิสรา ออกมาเปิดเผยจึงมีวันที่ไม่ตรงกัน นายธนาธร กล่าวว่า วันที่ซื้อขายกับวันที่ไปแจ้งกระทรวงพาณิชย์ มันคนละวันกัน เป็นเรื่องปกติเวลาเราซื้อขายกันก็เป็นเรื่องการซื้อขาย แต่พอซื้อขายกันเสร็จจะเอาทะเบียนรายชื่อผู้ถือหุ้นใหม่ไปแจ้งกระทรวงพาณิชย์ ไม่จำเป็นต้องเป็นวันเดียวกับที่ซื้อขาย ด้านนายปิยบุตร กล่าวเสริมว่า เรื่องนี้มั่นใจจริงๆ ว่าทำอะไรไม่ได้ ข้อกฏหมายอธิบายได้หมด มีทั้งแนวคำพิพากษาศาลฎีกา มีทุกอย่างรองรับ ส่วนเรื่องการแจ้งทะเบียนกับกรมพัฒนาฯ ที่กระทรวงพาณิชย์ เป็นเรื่องของคนละขั้นตอนกัน

เมื่อถามถึงจุดยืนของพรรคต่อการที่จะให้พรรคอันดับ 1 เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล นายปิยบุตร กล่าวว่า เรื่องนี้เราแสดงจุดยืนไปแล้วหลายครั้ง ทั้งตนเอง ทั้งหัวหน้าพรรค เราต้องเคารพเจตจำนง ประเพณีการปกครองในระบบรัฐสภาของประเทศไทยที่เราพยายามสร้างกันมาตั้งแต่หลังเหตุการณ์พฤษภา 2535 แล้วหลายครั้งที่ผ่านมาถ้าเราลองดูการเลือกตั้งตั้งแต่ปี 35 เป็นต้นมา เราจะให้พรรคอันดับที่ 1 ตั้งรัฐบาลก่อนเป็นธรรมเนียบปฏิบัติกัน ครั้งนี้จำเป็นที่จะต้องรักษาธรรมเนียมปฏิบัตินี้เอาไว้ พรรคที่ได้อันดับที่ 1 เขาต้องมีโอกาสได้ตั้งรัฐบาลก่อน และตนคิดว่าพรรคอื่นๆ ต้องพร้อมเพราะว่าต้องช่วยยึดมั่นหลักการนี้ให้ได้

เมื่อถามว่า ทางพรรคมีความมั่นใจว่าจะได้ ส.ส.เท่าไหร่ นายธนาธร กล่าวว่า อีก 3 ชั่วโมงก็รู้แล้ว รอดูดีกว่า

เมื่อถามถึงความพึงพอใจของพรรคต่อการทำงานของ กกต. หลังเกิดเหตุการณ์ปิดกระดาษขาวทับรายชื่อผู้สมัครของพรรคที่ จ.นครราชสีมา นายปิยบุตร กล่าวว่า เราเข้าใจเจ้าหน้าที่ทุกระดับไม่อยากมองในแง่ร้าย ต้องให้กำลังใจซึ่งกันและกัน แต่พอเราทราบแล้วเราก็รีบแจ้งทันที ก็อยากจะให้กำลังใจ กกต.และเจ้าหน้าที่ทำงานอย่างซื่อตรง สุจริต และเที่ยงธรรม เพราะว่าครั้งนี้ตนเชื่อว่าประชาชนและผู้สมัครทุกพรรค เฝ้าจับตามองจริงๆ ดังนั้นเจ้าหน้าที่จำเป็นจะต้องอดทน และก็สู้ในการทำหน้าที่ครั้งนี้ ในการพิสูจน์ว่า กกต.เป็นองค์กรอิสระที่จะทำหน้าที่จัดการเลือกตั้งได้อย่างเสรี และเป็นธรรมอย่างแท้จริง

เมื่อถามว่า ทางพรรคมีการพูดคุยกันเบื้องต้นถึงผลการเลือกตั้งหรือไม่ นายธนาธร กล่าวว่า ยังไม่มี ยังไม่ได้คิดไปถึงเรื่องการจะร่วมมือกับพรรคอื่นพรรคใด เดี๋ยวรออีก 2-3 ชั่วโมง ตัวเลขออกมาแล้วพรรคมีการประชุมกรรมการบริหารพรรคที่ชัดเจนก็คงจะพอบอกได้ แต่ว่าถึงตอนนี้ ณ เวลานี้ ยังไม่มีข้อสรุปใดๆ รอผลเลือกตั้งดีกว่า นายปิยบุตร กล่าวเสริมว่า ที่แน่นอนที่สุดก็คือว่าถ้าพรรคอนาคตใหม่ได้อันดับที่ 1 ธนาธร เป็นนายกรัฐมนตรี

เมื่อถามถึงความกังวลในกรณีที่อัยการนัดสั่งคดีกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.คอมฯ ของนายธนาธร ในวันที่ 26 มี.ค.นี้ นายธนาธร กล่าวว่า ไม่มีความกังวล จนคิดว่าเรื่องนี้อยู่ในมือของสำนักงานอัยการแล้วอย่างที่เราพูดมาตลอดว่าเรื่องนี้เราเชื่อว่าเป็นเรื่องที่ต้องการที่จะปิดปากพวกเรา เมื่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติหลังเลือกตั้งหายไปแล้ว คดีความนี้ก็คงไม่น่าจะมีน้ำหนักอะไร ก็มั่นใจในความบริสุทธิ์ ในความจริงใจที่จะลงมาทำงานการเมือง ที่จะวิพากษ์วิจารณ์ผู้มีอำนาจโดยสุจริต เรามีความมั่นใจอย่างยิ่งว่าคดีนี้ไม่สามารถเอาผิดอะไรเราได้

เมื่อถามถึงแนวทางการปิดสวิทช์ 250 ส.ว. หลังเห็นผลเอ็กซิต โพลล์ นายธนาธร กล่าวว่า เอ็กซิต โพลล์ มันไม่ได้เป็นเอ็กซิตโพลล์จริงๆ เพราะตามกฏหมายแล้วมันทำเอ็กซิตโพลล์ไม่ได้ในปุจจุบันนี้ ดังนั้นรอผลออกดีกว่า แต่กลับมายืนยันในหลักการอีกครั้ง ถ้าพรรคทุกพรรคเชื่อมั่นใจประชาธิปไตย เชื่อมั่นใจเสียงของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล เราสามารถหยุดยั้งปิดสวิตช์การทำงานของ ส.ว.ในสภาผู้แทนราษฎรได้เลย ด้วยการยกมือให้กับนายกรัฐมนตรีที่ได้รับการเสนอชื่อโดยพรรคที่รวบรวมเสียงข้างมากได้ ถ้าเราทำอย่างงั้น ส.ว.ไม่ทำงาน กลับกันพรรคการเมืองไหน ที่ไม่ทำอย่างนี้ พรรคการเมืองนั้นจะเปิดสวิทช์ให้กับ ส.ว.ทำงาน ประชาชนอาจจะไม่พอใจหรือรัฐบาลเสียงข้างน้อยอาจจะนำมาซึ่งความไม่มั่นคง การเปิดสวิทช์ ส.ว.คือการเปิดสวิทช์ความวุ่นวายของสังคมไทย


















กำลังโหลดความคิดเห็น...