xs
xsm
sm
md
lg

กกต.โต้ข่าวลือ “ปากกาล่องหน” ไม่มีจริง ย้ำห้ามหาเสียงหลัง 6 โมงเย็นนี้ ฝ่าฝืนโทษถึงคุก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

พ.ต.อ.จรุงวิทย์ เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
เลขาฯ กกต.เตือนประชาชน ฉีกบัตร-ถ่ายรูปบัตร-เซลฟีบัตร พนันทายผลเลือกตั้ง หลัง 6 โมงเย็นนี้ห้ามหาเสียง ผิดอาญามีโทษจำคุก แจงปากกาหมึกล่องหน กาแล้วเครื่องหมายหาย ไม่มีจริง ไม่มีประโยชน์ที่จะทำ ชี้แค่สร้างกระแส กรรมการประจำหน่วยทั่วประเทศ 8 แสนคน มาจากผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ถ้า กกต.ทำผิดคงปิดไม่อยู่ เผย ตั้งอนุกรรมการ วินิจฉัย 35 ชุด วินิจฉัยเรื่องร้องเรียนเสร็จก่อน ‪9 พ.ค.‬

วันนี้ (23 มี.ค.) พ.ต.อ.จรุงวิทย์ เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวว่า กกต.ยืนยันความพร้อมจัดการเลือกตั้ง 100 เปอร์เซ็นต์ โดยในวันนี้จะส่งมอบอุปกรณ์จัดการเลือกตั้งให้กับ กกต.เขต เพื่อนำไปส่งมอบให้กับกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นแนวกั้น สายรัด บัตรเลือกตั้ง หีบบัตรลงคะแนน รวมทั้งปากกา

พ.ต.อ.จรุงวิทย์ กล่าวอีกว่า หลังการโพสต์และแชร์ข้อความให้ระวัง “ปากกาล่องหน” เมื่อกาเสร็จแล้ว เครื่องหมายกากบาทบนบัตรจะหายไป ซึ่งในประเด็นดังกล่าว กกต.จังหวัดได้จัดซื้อปากกาตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อมีความกังวลว่าหมึกปากกาจะล่องหนได้ จึงสั่งการให้ กกต.จังหวัดตรวจสอบปากกาด้วย ว่าขีดแล้วหมึกจะล่องหนหรือหายไปตามที่มีการแชร์ความข้อความหรือไม่ ทั้งนี้ อยากทำความเข้าใจว่า กกต.เขต และกรรมการประจำหน่วย (กปน.) ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ กกต. เพราะ กกต.มีเจ้าหน้าที่อยู่เพียง 2,000 คน ไม่สามารถกระจายกำลังไปจัดการเลือกตั้งทั่วประเทศได้ แต่ กปน.เกือบ 8 แสนคน เป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้ง หรือประชาชนทั่วไปในพื้นที่ ซึ่งเข้ามาทำหน้าที่เป็น กปน.หากมีการกระทำความผิดใดๆ ก็คงปิดไม่อยู่

“กกต.ไม่สามารถเข้าไปสั่งการ กปน.ได้ จึงได้แต่แนะนำให้ไปตรวจสอบปากกาด้วย เพื่อให้ผู้มาใช้สิทธิมั่นใจว่าข้อความต่างๆ ที่โพสต์และแชร์กัน ไม่เป็นความจริงและเป็นไปไม่ได้ แต่ก็ไม่อยากให้ไปโฟกัสประเด็นปากกามากเกินไป ขอให้มั่นใจในการทำงานของ กกต.” พ.ต.อ.จรุงวิทย์ กล่าว

พ.ต.อ.จรุงวิทย์ กล่าวถึงการส่งบัตรเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตจังหวัด และนอกราชอาณาจักร ว่า กระบวนการจัดส่งพบว่ามีการจัดส่งบัตรไปผิดเขตบ้าง แต่ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นมีจำนวนไม่มาก และเราสามารถแก้ไขสิ่งที่ผิดให้ถูกได้ทันเวลา กกต.ตระหนักดีว่าบัตรทุกใบมีค่า ประชาชนที่กาบัตรเจตนามอบให้ใครเข้าไปทำหน้าที่แทน ส่วนกรณีข้อวิจารณ์ถึงสัญญาณจีพีเอสของรถขนส่งบัตรที่หายไปจากจอมอร์นิเตอร์เมื่อวานนี้ (22 มี.ค.) บริษัท ไปรษณีย์ไทย ได้ชี้แจงแล้วว่า เป็นการเข้าใจผิดของสื่อมวลชน รถขนส่งบัตรเมื่อจอดที่จุดพักรถเพื่อรับประทานอาหารกลางวันสัญญาณจะเปลี่ยนเป็นจุดสีดำ แสดงให้เห็นว่ารถจอด นอกจากนี้ ภายในรถยังมีตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) นั่งควบคุมไปตลอดเส้นทาง และยังมีตำรวจทางหลวงขับรถนำขบวน ยืนยันว่าการส่งบัตรเป็นไปตามระบบเมื่อบัตรส่งถึงปลายทางจะมีกรรมการตรวจรับ ทั้งนี้ หากประชาชนพบความไม่โปร่งใสขอให้แจ้งมายัง กกต.ให้ตรวจสอบได้ ส่วนบัตรนอกราชคาดว่าจะส่งถึงเขตเลือกตั้งในวันพรุ่งนี้ ทั้งนี้กกต.ยืนยันว่าจะทำทุกวิถีทางให้บัตรไปถึงเขตเลือกตั้งให้ทันเวลา เพราะถ้าส่งไปไม่ทันการนับคะแนนก็จะกลายเป็นบัตรเสียทันที

พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ยังฝากเตือนไปยังประชาชนและพรรคการเมืองต่างๆ ว่า ‪ในวันนี้หลังจากเวลา 18.00 น.‬ ห้ามหาเสียง ห้ามจำหน่าย จ่ายแจก และดื่มสุรา และขอย้ำเตือนถึงการกระทำที่พบเป็นความผิดการเลือกตั้งเกือบทุกครั้งคือ การใส่เสื้อที่มีโลโก้พรรคเข้าไปลงคะแนน กฎหมายห้ามหาเสียงในวันเลือกตั้ง อะไรที่เป็นความผิดก็ขอให้หลีกเลี่ยง ในการใช้สิทธิบัตรเลือกตั้งมีใบเดียว กาได้เบอร์เดียว เมื่อไปถึงหน้าหน่วยให้ตรวจสอบซ้ำอีกครั้งว่าผู้สมัครที่ตั้งใจมาเลือกถูกเพิกถอนสิทธิหรือไม่ รายละเอียดจะติดที่หน้าหน่วย เชื่อว่าประชาชนที่จะออกมาใช้สิทธิ์ได้ตัดสินใจมาจากบ้านแล้วว่าจะเลือกใคร คงไม่ได้มาตัดสินใจหน้าหน่วยเพราะก่อนวันลงคะแนนต้องศึกษานโยบายพรรคการเมืองมาอย่างดีแล้ว

เลขาธิการ กกต.กล่าวด้วยว่า เมื่อได้รับบัตรแล้ว เข้าไปในคูหาอย่าเพิ่งรีบร้อนเสียเวลาอ่านรายละเอียดในบัตรให้ดีก่อนกา เพราะบางคนกาผิดแล้วฉีกบัตรก็จะมีโทษทางอาญา บัตรเลือกตั้งแม้จะมีค่าเพียงใบละ 2 บาท แต่มีคุณค่ามากกับการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตย เมื่อกาบัตรเลือกตั้งแล้วอย่าถ่ายรูปบัตร ห้ามนำบัตรมาถ่ายรูปเซลฟีกับตัวเอง และห้ามโชว์บัตรให้คนอื่นเห็นผลคะแนน หรือโชว์ให้คนอื่นถ่ายรูป ถ้าอยากถ่ายรูปเป็นที่ระลึกขอให้ออกมาถ่ายหน้าหน่วย ทั้งนี้ ขอให้ผู้ใช้สิทธิ์ ใจเย็นๆ เข้าไปในคูหาแล้วไม่ต้องประหม่า นอกจากนี้ กฎหมายยังห้ามเล่นการพนัน ทายผลเลือกตั้ง เว็บไซต์ที่เปิดให้แทงผลการเลือกตั้งจะมีความผิด แม้เป็นเว็บไซต์ในต่างประเทศก็จะถูกดำเนินคดีอาญาด้วย ในส่วนของสื่อมวลชนและสำนักโพลต่างๆ สามารถนำเสนอข่าวได้ปกติ แต่ต้องไม่ใช่ลักษณะการหาเสียง อีกทั้งผลโพลต่างๆ ไม่สามารถนำมาเปิดเผยได้

“คืนวันนี้ ถูกเรียกว่าเป็นคืนหมาหอน ประชาชนอาจตั้งกล้องรอดักถ่ายรูปคนที่มาจ่ายเงินซื้อเสียงและถ้า มีเบาะแสหลักฐานที่นำไปสู่การพิจารณาให้มีการเลือกตั้งใหม่ ผู้แจ้งเบาะแสจะได้รับเงินรางวัลหลักแสนบาท สำหรับเรื่องร้องเรียนการทุจริตหรือการทำผิดกฎหมายเลือกตั้งได้รับรายงานว่าขณะนี้เริ่มมีเข้ามาบ้างแล้ว โดย กกต.จังหวัดจะตั้งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวน เพื่อส่งมายังส่วนกลางเสนอให้คณะกรรมการ กกต. พิจารณาระงับสิทธิ์สมัคร ให้ใบแดง กระบวนการนี้ เจ้าหน้าที่ กกต.รู้ดีว่าจะต้องทำงาน โดยเร็ว หากต้องมีการสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ กระบวนการจะเสร็จสิ้นก่อนต้นเดือน พ.ค. โดยล่าสุด กกต.ได้ตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อวินิจฉัยคำร้อง ปัญหาหรือข้อโต้แย้ง 35 คณะ จำนวน 175 คน จึงเชื่อมั่นว่าจะสามารถพิจารณาความเห็นได้อย่างรวดเร็วทันเวลา” เลขาฯ กกต.กล่าว

พ.ต.อ.จรุงวิทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังปิดหีบเลือกตั้ง จะเริ่มนับคะแนนและ กกต.จะประกาศผลอย่างไม่เป็นทางการร้อยละ 95 แต่จะไม่ประกาศผล ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ เพราะยังต้องมีกระบวนการตรวจสอบอีก 60 วัน รวมถึงการพิจารณาคำร้องคัดค้านต่างๆ อย่างไรก็ตาม ภายในวันที่ ‪9 พ.ค.‬ นี้ กกต.จะประกาศผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ ซึ่งรวมถึงจำนวน ส.ส.แบบบัญชีด้วย

ด้าน นายณัฏฐ์ เล่าสีห์สวกุล รองเลขาธิการ กกต. กล่าวถึงเรื่องกระแสข่าวปากกาล่องหนในหน่วยเลือกตั้ง ว่า เป็นการสร้างกระแสก่อนการเลือกตั้งอีกเรื่องหนึ่งเท่านั้น เพราะหากประชาชนใช้วิจารณญาณพิจารณาจะเห็นได้ว่าไม่เป็นเรื่องจริง เพราะปากกาลักษณะดังกล่าวมีราคาแพง และในการเลือกตั้งครั้งนี้มีหน่วยเลือกตั้งกว่า 93,000 หน่วยเลือกตั้งทั่วประเทศ หาก กกต.จะต้องซื้อปากกาล่องหนมาใช้ในหน่วยเลือกตั้งทั้งหมดจะต้องใช้งบประมาณกว่า 100 ล้านบาทเลยทีเดียว อีกทั้ง กกต.ไม่รู้จะทำอย่างนั้นไปทำไม ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์อันใด แต่หากประชาชนไม่มั่นใจก็สามารถนำปากกาติดตัวมาใช้สิทธิได้

อนึ่ง กรณีการห้ามหาเสียงหลัง 18.00 น.นั้น เป็นไปตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ. 2561 มาตรา 79 “ห้ามมิให้ผู้ใดทําการโฆษณาหาเสียงเลือกตั้งโดยวิธีการใดไม่ว่าจะเป็นคุณหรือ
เป็นโทษแก่ผู้สมัครหรือพรรคการเมือง นับตั้งแต่เวลา 18.00 นาฬิกา ของวันก่อนวันเลือกตั้งหนึ่งวัน
จนสิ้นสุดวันเลือกตั้ง”

ซึ่งมีบทกำหนดโทษใน มาตรา 156 ดังนี้

“มาตรา 156 ผู้ใด
(๑) ฝ่าฝืนมาตรา 69 มาตรา 70 หรือมาตรา 79
(๒) หาเสียงเลือกตั้งโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์วิธีการ หรือเงื่อนไข
ที่คณะกรรมการกําหนดตามมาตรา 70
ผู้นั้นต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ”

ต่อมา ช่วงบ่ายวันนี้ สำนักงาน กกต.ได้ออกเอกสารข่าวชี้แจงกรณีปรากฏเป็นข่าวอยู่ในสื่อสังคมออนไลน์ขณะนี้ว่า สำนักงาน กกต.ได้จัดเตรียมปากกาเคมีที่มีลักษณะที่เมื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้ทำเครื่องหมายกากบาท (X) ลงในบัตรเลือกตั้ง และหมึกจางหายไปเอง และจะทำให้บัตรเลือกตั้งนั้นเป็นบัตรเสีย จึงขอให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้เตรียมปากกาสีน้ำเงินไปทำเครื่องหมายในบัตรเลือกตั้งเอง นั้น

สำนักงาน กกต.ขอเรียนว่า ในการจัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ สำหรับใช้ในการออกเสียงลงคะแนน โดยเฉพาะอุปกรณ์สำหรับทำเครื่องหมายกากบาท (X) ลงในบัตรเลือกตั้ง สำนักงาน กกต.ได้จัดเตรียมปากกาหมึกแห้งสีน้ำเงินที่มีจำหน่ายในท้องตลาด สำหรับให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งใช้ทำเครื่องหมายกากบาท (X) ลงในบัตรเลือกตั้งเท่านั้น ซึ่งได้ดำเนินการให้เป็นไปตามคู่มือการปฏิบัติงาน ตลอดจนแนวทางปฏิบัติในการจัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์สำหรับใช้ในการออกเสียงลงคะแนนที่ผ่านมาทุกครั้ง อย่างไรก็ตาม หากผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่ประสงค์ใช้ปากกาที่จัดไว้ในคูหา ก็สามารถใช้ปากกาที่นำมาเองทำเครื่องหมายในบัตรเลือกตั้งได้ ดังนั้น กรณีที่ปรากฏเป็นข่าวอยู่ในสื่อสังคมออนไลน์ดังกล่าว จึงไม่มีมูลความจริงแต่อย่างใด

โดยในวันนี้ ซึ่งเป็นการส่งมอบและตรวจรับวัสดุอุปกรณ์ สำนักงานกกต.ได้เน้นย้ำกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ให้ตรวจสอบปากกาสำหรับใช้ลงคะแนนเลือกตั้ง ส.ส. ว่ามีปากกาในกรณีดังกล่าวหรือไม่ และเป็นปากกาที่ได้จัดเตรียมไว้ให้หรือไม่ และตรวจสอบว่าสามารถใช้การได้ (เขียนติด) หรือไม่ และให้เน้นย้ำกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ประจำคูหา คอยตรวจสอบปากกาในคูหาออกเสียงลงคะแนนเป็นระยะ ว่ายังคงเป็นปากกาที่ได้รับมาหรือไม่ หากมีประชาชนสอบถามกรณีดังกล่าว ให้คณะกรรมประจำหน่วยเลือกตั้งช่วยชี้แจงและทำความเข้าใจให้ประชาชนทราบถึงข้อเท็จจริงอีกทางหนึ่งด้วย


กำลังโหลดความคิดเห็น...