xs
xsm
sm
md
lg

“มาร์ค” รับแหวนหมั้นแทนคำสัญญากลับมานั่งนายกฯ ฉะนโยบายข้าว พปชร.ไม่ต่าง พท.

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


“อภิสิทธิ์” นำลูกพรรคลุยหาเสียงอีสาน ขึ้นปราศรัยรับแหวนหมั้นแทนคำสัญญากลับมาเป็นนายกฯ อัดนโยบายข้าว พปชร.ไม่ต่างจำนำข้าว พท. ชี้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งมี 3 แนวทางเลือก ลั่นไม่อยากให้บ้านเมืองวุ่นวายหลังเลือกตั้ง ปชช.ต้องเป็นใหญ่

วันนี้ (21 มี.ค.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และคณะ ลงพื้นพบปะประชาชน พร้อมขึ้นเวทีปราศรัยรณรงค์เชิญชวนประชาชนออกมาใช้สิทธิ‪ในวันที่‬ ‪24‬ ‪มี.ค.นี้ พร้อมขอคะแนนเสียงสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ และผู้สมัคร ส.ส.อุบลราชธานีของพรรคทั้ง ‬10 เขตเลือกตั้ง โดยนายอภิสิทธิ์ปราศรัยตอนหนึ่งว่า นโยบายเรื่องข้าวของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) มีลักษณะเหมือนนโยบายจำนำข้าวของรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ที่เคยสร้างความเสียหายและทุจริตจำนวนมหาศาล

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า วันนี้ประชาชนผู้มีสิทธ์เลือกตั้ง มี 3 แนวทาง คือ 1. เลือกประชาธิปัตย์ ได้แนวทางประชาชนเป็นใหญ่ ประชาธิปไตยสุจริต ด้วยนโยบายแก้จน สร้างคน สร้างชาติ ได้นมโรงเรียน อาหารเช้า-กลางวัน ตั้งแต่อนุบาลถึง ม.3 ได้เรียนฟรี ถึงปวส.จบมามีงานทำ ได้ประกันรายได้เกษตร ประกันรายได้ผู้ใช้แรงงาน และผู้มีรายได้น้อย เบี้ย อสม. เบี้ยผู้สูงอายุ โฉนดชุมชน โฉนดสีฟ้า กองทุนน้ำชุมชน 2. เลือกพรรคพลังประชารัฐ ได้ชีวิต และเศรษฐกิจ เหมือน 5 ปีที่ผ่านมา และ 3. เลือกกลุ่มพรรคเพื่อไทย ได้นโยบายจำนำข้าว รถคันแรกแท็บเล็ต อย่างไรก็ตาม ถึงแม้วันนี้รัฐบาลจะประกาศว่าตัวเลขจีดีพีสูงขึ้น แต่ความเป็นอยู่ของประชาชนกลับสวนทาง ทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้คนไทยมีความตื่นตัวออกมาใช้สิทธิแบบถล่มทลาย เพราะคนไทยเชื่อว่าเมื่อมีการเลือกตั้งเศรษฐกิจปากท้องจะดีขึ้น ดังนั้น เลือกตั้งครั้งนี้ประชาชนต้องเลือกอนาคตของตนเอง และประเทศชาติบ้านเมือง ให้เดินไปข้างหน้า เลือกแนวทางการเมืองที่ให้ประชาชนเป็นใหญ่ ประชาธิปไตยสุจริต

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างการปราศรัยที่เวที‪สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติฯ อ.ปทุมราชวงศา จ.อำนาจเจริญ‬ ของนายอภิวัฒน์ เงินหมื่น ผู้สมัคร ส.ส.อำนาจเจริญ เขตเลือกตั้งที่ 2 นายอภิสิทธิ์ได้รับแหวนหมั้นแทนคำสัญญาว่าจะต้องกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรี เพื่อช่วยพี่น้องประชาชนและบ้านเมืองออกจากวิกฤติเศรษฐกิจปากท้อง และวิกฤตการเมือง

ทั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ปราศรัยว่า คนไทย 2 ล้านกว่าคน เข้าคิวใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า เพราะเชื่อว่าหลังเลือกตั้งชีวิต และเศรษฐกิจไทยจะดีขึ้น และหลังเลือกตั้งซึ่งไม่มีมาตรา 44 แล้ว ถ้าไม่อยากให้บ้านเมืองวุ่นวาย หลังเลือกตั้งประชาชนต้องเป็นใหญ่ เมื่อมีการเลือกตั้งแล้วต้องฟังเสียงประชาชน คนที่จะเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีต้องมีหัวใจเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง การบริหารบ้านเมืองต้องฟังเสียงประชาชน ยอมให้ประชาชนสะท้อนปัญหา เมื่อทราบปัญหาอะไรแล้วต้องใส่ใจและแก้ปัญหาประชาชน เป็นผู้นำประเทศต้องให้สื่อมวลชนสามารถวิพากษ์วิจารณ์ได้ ตรวจสอบได้ สิ่งเหล่านี้คือการทำให้ประชาชนเป็นใหญ่ ซึ่งเป็นอุดมการณ์ของพรรคประชาธิปัตย์มาตั้งแต่ตั้งพรรค ถ้าพยายามตั้งรัฐบาลที่ได้นายกฯไม่ฟังเสียงประชาชน ไม่นานก็จะเกิดปัญหาขึ้นมา เป็นรัฐบาลมาจากการเลือกตั้งของประชาชน แต่เข้าไปโกงกิน ทุจริต สุดท้ายบ้านเมืองก็เกิดความวุ่นวายขึ้นมาอีก








กำลังโหลดความคิดเห็น...