xs
xsm
sm
md
lg

“วิษณุ” ชี้ “ธนาธร” โอนหุ้นเข้า Blind Trust ไม่แปลก ต้องยื่น ป.ป.ช.อยู่ดี

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี (แฟ้มภาพ)
รองนายกฯ ชี้ “ธนาธร” ส่งทรัพย์สินเข้า “Blind Trust” ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ถึงอย่างไรก็ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช.อยู่ดี และสามารถตรวจสอบทรัพย์สินใน Blind Trust ได้

วันนี้ (20 มี.ค.) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ลงนามในข้อตกลงโอนทรัพย์สินเข้าไปอยู่ในกองทุนเป็นผู้ดูแล (ทรัสต์) โดยเจ้าของทรัพย์สินมองไม่เห็น หรือที่เรียกว่า Blind Trust ก่อนรับตำแหน่งทางการเมือง ว่าแม้โอนทรัพย์สินเข้า Blind Trust ก็ยังต้องยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) การเอาบัญชีหรือหุ้นไปให้กองทุนอื่นบริหารจัดการเป็นเรื่องปกติที่ใครก็ทำได้ ถ้าใครเข้ามาสู่วงการเมืองมีตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีก็มีข้อกฎหมายบังคับไว้ว่าถือครองได้ไม่เกิน 5 เปอร์เซ็นต์ โดยส่วนที่ถือหุ้นเกิน 5 เปอร์เซ็นต์ ต้องถูกนำเข้าบัญชีให้บุคลลหรือองค์กรอื่นบริหารจัดการ ซึ่งการยื่นบัญชีทรัยพ์สินฯ นั้นเป็นกฎหมายอีกฉบับ ทั้งนี้ตนยืนยันว่ายังต้องยื่นอยู่

ผู้สื่อข่าวถามว่าทรัพย์สินที่อยู่ Blind Trust จะสามารถถูกตรวจสอบได้หรือไม่นายวิษณุ กล่าวว่า ถูกตรวจสอบได้ เพราะเวลายื่น ต้องยื่นเป็นทรัพย์ของใคร และมอบให้ใครเป็นคนจัดการ คำว่า Blind Trust หมายความว่าเจ้าของไปบริหารจัดการไม่ได้เท่านั้นเอง แต่ยังเป็นเจ้าของอยู่ และสามารถโอนทรัพย์สินได้ ซึ่งไม่ต่างจากการเอาทรัพย์สินไปฝากไว้เฉยๆ

ส่วนที่นายธนาธรระบุว่าที่กระทำเช่นนี้ เพื่อต้องการแสดงให้เห็นถึงความโปร่งใส หากมาลงเล่นการเมืองก็ต้องเคลียร์นั้น นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ทราบเหมือนกัน เพราะปกติใครก็ทำ ถ้าเข้ามาการเมือง เป็นสิ่งที่บังคับว่าต้องทำ แต่ถ้ามาเป็น ส.ส. ไม่จำเป็นต้องทำอย่างนั้น

เมื่อถามย้ำว่าการดำเนินการเช่นกันนี้ถือเป็นการแสดงนัยทางการเมืองอะไรหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ทราบ ไม่ขอไปวิจารณ์ ถ้าจะทำไว้ก็ดีอยู่แล้ว ไม่ได้ว่าอะไร และที่ผ่านมาก็มีคนอื่นที่ไม่ใช่นักการเมืองก็ทำเช่นนี้ คือเอาเงินไปฝากในกองทุนไว้ ถ้าเขาเกรงว่าจะมีปัญหาก็อาจทำวิธีนี้เพื่อไม่ให้ผิดพลาด เช่น ในเรื่องของมรดก ซึ่งเมื่อทำแล้วจะถอนหรือยกเลิกเมื่อใดก็ได้ แต่ถ้ามีตำแหน่งทางการเมืองแล้วจะยกเลิกไม่ได้ และส่วนที่เกิน 5 เปอร์เซ็นต์ก็ต้องเปลี่ยนบริษัทในการบริหารจัดการ


กำลังโหลดความคิดเห็น...